
6โจ๋อุเทนยิงนศ.ปทุมวันล้างแค้น!
17 ก.ย. 2557
6 นศ.อุเทน ยอมรับ ต้องการล้างแค้นให้เพื่อน อ้างตร.ทำงานล่าช้า จับคนร้ายไม่ได้ปล่อยให้ลอยนวล สกอ.คาดโทษผู้บริหาร 'อุเทนถวาย-ปทุมวัน'
17 ก.ย. 57 เมื่อเวลา 10.20 น. พล.ต.ต.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบช.สยส.ตร. รักษาการ ผบก.สส.บช.น. พร้อมนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน บก.สส.บช.น. ชุดสืบสวน สน.เตาปูน ฝ่ายสืบสวนนครบาล 6 และ สน.ปทุมวัน ร่วมกันแถลงผลจับกุม 6 ผู้ต้องหา ก่อเหตุยิงถล่มล้างแค้นคู่อริเสียชีวิต และก่อเหตุในหลายพื้นที่ คือ นายบินทร์ (ขอสงวนนาม) อายุ 20 ปี , นายโต้ง (ขอสงวนนาม) อายุ 20 ปี , นายต้น (ขอสงวนนาม) อายุ 20 ปี , นายไอซ์ (ขอสงวนนาม) อายุ 20 ปี , นายณัฐ (ขอสงวนนาม) อายุ 23 ปี และนายเน็ต (ขอสงวนนาม) อายุ 21 ปี
โดยสามารถจับกุมกลุ่มผู้ต้องหาทั้งหมดได้บริเวณซอยรามคำแหง 107 แขวง/เขต หัวหมาก กทม. เมื่อวันที่ 16 ก.ย.ที่ผ่านมา ตามหมายจับศาลอาญา ลงวันที่ 16 ก.ย. 2557 ข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต พกพาอาวุธปืนเข้าไปในที่สาธารณะ พร้อมของกลางเสื้อแจ็คเก็ต 4 ตัว หมวกกันน็อก สีดำ 2 ใบ รถจักรยายนยนต์ 2 คัน อาวุธปืนลูกโม่ 1 กระบอก โดยการนำตัวมาแถลงข่าวครั้งนี้ มีเพื่อนนักเรียนสถาบันเดียวกัน มายืนฟัง และให้กำลังใจเพื่อนของตัวเอง ที่ถูกจับกุมด้วย รวมถึงพ่อแม่-ผู้ปกครอง ต่างมาดูลูกตนด้วยสีหน้าเศร้าสลด บางรายถึงกับน้ำตาไหลซึมออกมา จากการตรวจสอบข้อมูลพบว่า นายโต้ง เคยมีประวัติพยายามฆ่า ในปี 2555 พื้นที่ สน.โครกคราม และนายไอซ์ เคยมีควาามผิดฐานพกพาอาวุธปืน พื้นที่ สน.พญาไท
พล.ต.ต.สุวัฒน์ กล่าวว่า กลุ่มผู้ต้องหาทั้งหมด ให้การรับสารภาพแต่โดยดี ว่าเป็นผู้ก่อเหตุในหลายพื้นที่ ทั้งหมดเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย และเพื่อนกับนักศึกษาหญิง น.ส.กันต์ (ขอสงวนนาม) อายุ 20 ปี ที่เสียชีวิตบริเวณหน้าห้างมาบุญครอง เมื่อวันที่ 26 ส.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งพื้นฐานทางจิตใจแล้ว กลุ่มนักศึกษาเหล่านี้ เป็นคนดี ไม่ได้เป็นคนร้าย หรือมีพฤติการณ์เกเรมาก่อน แต่เหตุที่ทำ เพราะต้องการล้างแค้นให้เพื่อน เนื่องจากเห็นว่า ไม่ได้รับความเป็นธรรมในฐานะผู้ถูกกระทำ โดยหลังจากเกิดเหตุขึ้น มีการระดมกำลังตำรวจทุกหน่วยสืบสวนสอบสวน จนทราบว่าคดีที่หัวหมาก และเตาปูน เป็นฝีมือของกลุ่มนักศึกษากลุ่มเดียวกัน ต้องยอมรับว่า คดีแรกที่ สน.ปทุมวัน ตำรวจยังคลี่คลายคดีไม่ได้ ยังไม่มีผลการดำเนินการ ในฐานะของข้าราชการตำรวจ ยังรู้สึกว่าติดค้าง ต้องทำคดีนี้ต่อไป ใครที่ทำผิด เราจะติดตามไล่ล่าจนถึงที่สุด ขอให้สบายใจได้
"สาเหตุของปัญหาการล้างแค้นกัน มันสั่งสมมายาวนาน ไม่อยากขยายความใดๆ เป็นหน้าที่ของตำรวจ ที่ต้องดำเนินการสืบสวนสอบสวนวางแนวทางป้องกัน ส่วนเหตุที่ทำ เพราะเป็นความคิดชั่ววูบ ที่รู้สึกว่าจะต้องป้องกันชีวิตและทรัพย์สินตัวเอง จากการถูกกระทำ พวกเขาจึงรวมเงินกันซื้ออาวุธปืนไปก่อเหตุในคดีพื้นที่ สน.เตาปูน จากการสอบสวน ทุกคนที่นั่งอยู่ในที่นี้ ให้ความร่วมมือดี รู้ว่าผิดคือผิด ยอมรับผิดแต่โดยดี และพาไปค้นหาของกลางในที่ต่างๆ และได้ชี้แจงกับกลุ่มน้องนักศึกษาว่า จากนี้ไปใครถูกกระทำ ใครถูกทำร้าย ขอให้เป็นหน้าที่ของตำรวจ ขอให้กฎหมายเป็นผู้ตัดสินการกระทำนั้นๆ อย่าได้ไปทำกันเอง ล้างแค้นกันเอง เรื่องมันจะไม่จบ จึงขอร้องไว้ตรงนี้ เมื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมแล้ว ทุกอย่างจะตัดสินในตัวมันเอง อยากให้เลิกมองว่า เป็นความแค้น หรือเป็นศักดิ์ศรีของสถาบันที่เราต้องเอาคืน ตรงนี้ไม่ใช่"
ด้านนายเน็ต หนึ่งในผู้ต้องหา กล่าวด้วยสีหน้าเรียบเฉย ว่า อยากฝากถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ความจริงไม่อยากให้มันเกิดขึ้น แต่เพราะเราเป็นฝ่ายที่ถูกกระทำมาโดยตลอด และบางเหตุการณ์ที่เกิด ไม่ได้ถูกตีแผ่ออกไปอย่างชัดเจนว่าใครผิดใครถูก กรณีที่เพื่อนเสียชีวิต ยังไม่ได้รับความเป็นธรรมเท่าที่ควร คนร้ายยังลอยนวลอยู่ในสังคม ปะปนอยู่กับพวกท่าน และยังมีอีกหลายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับเพื่อนพี่น้องของสถาบัน โดยที่ไม่มีคดีไหนจับตัวผู้ต้องหาได้เลย อยากฝากถึงสัมคมให้รับทราบด้วย ตนเองก็เป็นแค่คนธรรมดาคนหนึ่ง ทำเท่าที่ทำได้ เพราะเพื่อนที่เสียชีวิตไป ไม่ใช่คนเลวร้าย ไม่เคยทำผิดอะไร แต่กลับต้องมาเสียชีวิต และเป็นผู้หญิงด้วย พี่ๆ ทุกคนห็นว่ามันสมควรหรือไม่ กับการเสียชีวิตของเขา ทั้งที่มาศึกษาในสถาบันหนึ่ง เพื่อต้องการความรู้ ส่วนเรื่องที่เกิดขึ้น ที่พวกเราตามไปล้างแค้น ไม่รู้ว่าสื่อมวลชนจะคิดอย่างไร แต่ที่ทำไป เพราะปกป้องเพื่อน ไม่อยากให้ตายฟรี หากเป็นพี่น้องลูกหลานพวกท่านบ้างจะทำอย่างไร คนที่เสียชีวิตก็เป็นคนๆ หนึ่ง อยากให้ทุกคนที่ได้ดูข่าวของพวกตน ได้รับรู้ถึงความรู้สึกของพวกเราบ้างว่าเป็นอย่างไร ถ้าจับคนร้ายได้ไวกว่านี้ เหตุการณ์การล้างแค้น อาจจะไม่มีก็ได้ หรือมันอาจจะไม่เลวร้ายแบบนี้
คาดโทษผู้บริหารสถานศึกษา
เมื่อเวลา 09.10 น. ที่ห้องประชุมชั้น 4 สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) รศ.นพ.กำจร ตติยกวี เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา เชิญ รศ.ดร.ปัญญา มินยง อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน (สปท.) และ ผศ.สืบพงษ์ ม่วงชู รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย เพื่อหาทางยุติปัญหาการทะเลาะวิวาทระหว่างนักศึกษา 2 สถาบัน หลังเกิดเหตุการณ์นักศึกษาทั้ง 2 แห่ง ถูกยิงเสียชีวิต จากการแก้แค้นกันและกัน ใช้เวลาหารือประมาณ 1 ชั่วโมงเศษ
รศ.นพ.กำจร กล่าวภายหลังการประชุมหารือว่า การประชุมครั้งนี้เป็นการเชิญประชุมตั้งแต่เกิดกรณี น.ส.กันต์ นศ.ปี 2 มทร.ตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย ถูกยิงเสียชีวิต ตั้งแต่วันที่ 26 สิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งหลังเกิดเหตุการณ์นั้น ก็ลุกลามมีการเสียชีวิตของนักศึกษาทั้ง 2 ฝ่าย อีกหลายราย ซึ่งทั้ง 2 ฝ่าย ก็ได้รายงานเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นให้ทราบ ซึ่งส่วนมากก็เป็นไปตามข่าวที่ได้รายงานจากสื่อมวลชน โดยสถาบันฯ ปทุมวัน แจ้งเพิ่มเติมว่า มีนักศึกษาถูกยิงที่ปอด แต่ไม่เป็นข่าวอีก 1 ราย จึงได้ให้ทั้ง 2 สถาบัน ทำบันทึกเหตุการณ์ทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ส่งให้ สกอ.อีกครั้ง ส่วนกรณีนักศึกษาอุเทนถวาย ก่อเหตุยิงนักศึกษาเทคโนฯ ปทุมวัน เสียชีวิต 2 ราย และถูกตำรวจจับกุมได้ 6 คนนั้น นายสืบพงษ์ รายงานว่า กรณีที่เกิดเป็นเพราะศิษย์เก่าอุเทนถวาย ซึ่งเป็นรุ่นพี่ เข้ามายุยงรุ่นน้องให้ก่อเหตุ ซึ่งที่ผ่านมาก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ มีมาตรการเข้มงวด ทั้งตรวจค้นอาวุธ ติดตั้งกล้องวงจรปิด ส่วนสถาบันฯ ปทุมวัน มีมาตรการที่ชัดเจน ห้ามรุ่นพี่เข้ามาในบริเวณสถาบันโดยเด็ดขาด ทั้งการรับนักศึกษา ก็จะไม่รับนักเรียนที่จบจากโรงเรียนที่มีปัญหาทะเลาะวิวาท และรับนักเรียนจากต่างจังหวัดมากขึ้น พบว่า ได้ผล เพราะไม่ใช่นักศึกษาที่มาจากสถาบันที่เป็นคู่อริกัน ก็ลดปัญหาลงได้ จึงได้มอบนโยบายให้อุเทนถวาย กำหนดมาตรการห้ามบุคคลภายนอกเข้าสถาบันอย่างเด็ดขาดเช่นกัน
รศ.นพ.กำจร กล่าวต่อว่า ได้มอบนโยบายให้ผู้บริหารทั้ง 2 สถาบัน อย่าให้เกิดเหตุการณ์ขึ้นอีก และถ้าเกิด จะใช้มาตรการลงโทษฝ่ายบริหาร คือ การตั้งกรรมการสอบวินัย ฐานปล่อยปละละเลย และฝากถึงศิษย์เก่าอุเทนถวาย ด้วยว่า กรณีปัญหาที่ดินของอุเทนถวาย ยังไม่ลุล่วง เห็นว่าทั้ง 2 สถาบัน อยู่ร่วมกันอย่างสงบได้ แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ สังคมก็จะตั้งคำถามต่ออุเทนถวาย ว่าควรย้ายออกจากพื้นที่ได้หรือยัง
อย่างไรก็ตาม 2 ปีที่ผ่านมา อุเทนถวาย 2 อยู่ในความสงบพอควร ซึ่งก็เข้าใจว่าน่าอยู่ร่วมกันได้อีกนาน แต่ถ้าก่อเหตุ เพราะกรณีนักศึกษาสาวของอุเทนถวาย ยังไม่มีความคืบหน้า ซึ่งทั้ง 2 ฝ่ายกังขา โดยอุเทนถวาย เข้าใจว่าเป็นเทคโนฯ ปทุมวัน ส่วนเทคโนฯ ปทุมวัน ก็ไม่แน่ใจว่าเป็นนักศึกษาของตนหรือไม่ ก็อยากขอให้ตำรวจเร่งจับกุมผู้ก่อเหตุ ถ้าจับได้ ก็จะทำให้เหตุการณ์สงบลง
สำหรับมาตรการระยะยาว ขณะนี้สภามหาวิทยาลัยของทั้ง 2 แห่ง ก็ควบคุมอย่างเข้มงวด ต้องขอขอบคุณ และขณะนี้ทั้ง 2 สถาบัน ก็จัดการรับน้องภายในสถาบัน สามารถควบคุมไม่ให้ดื่มแอลกอฮอล์ ไม่มีการทำร้ายรุ่นน้อง ซึ่งทำได้ดี แต่หากมีการลักลอบของรุ่นพี่ พารุ่นน้องไปนอกสถานที่ ก็กำชับให้ดูแลเข้มงวดขึ้น หากมีปัญหา ก็จะประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปดูแล ซึ่ง พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย รมว.ศึกษาธิการ เป็นห่วงการรับน้องในภาพรวม แต่ปัญหาการรับน้องของ 2 สถาบันนี้ กลายเป็นการนำน้องเข้าร่วมกระบวนการ ซึ่งน่ากังวลว่ารุ่นพี่ที่ไม่สร้างประโยชน์ต่อสถาบัน กลับใช้ความเป็นอริต่อสถาบันตรงข้าม มาใช้น้องเป็นเครื่องมือ เป็นปัญหาในอนาคต
ด้าน ผศ.สืบพงษ์ กล่าวว่า เร่งทำความเข้าใจกับนักศึกษา ไม่ให้เกิดเรื่องอีก ถ้ามีเรื่องอีก ชื่อเสียงจะเสียมากไปกว่านี้ โดยจะเพิ่มมาตรการให้มากขึ้น โดยตรวจค้นอาวุธ จำกัดการเข้าออกของบุคคลภายนอกตามนโยบายของเลขาธิการ กกอ. ทั้ง ศิษย์เก่า บุคคลภายนอก ไม่ให้เข้ามาในสถาบันเด็ดขาด เพราะเหตุที่เกิดมาจากศิษย์เก่าที่มีความคิดที่รุนแรงมายุยง และจะสืบหาคนที่อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ และส่งข้อมูลให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ เพราะพวกนี้คือต้นตอของปัญหา ศิษย์เก่าบางคนก็มีงานทำที่ดี แต่เพราะมีแนวคิดที่รุนแรง เป็นความคิดเก่า อยากขอร้องศิษย์เก่า หากรักอุเทนถวายจริง ก็หยุดยุยงปลุกปั่นรุ่นน้อง เพราะศิษย์ปัจจุบันทุกคน อยากเรียน และตั้งใจเรียนหนังสือ ทั้งขอฝากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งจับกุมคนร้าย ก็จะคลี่คลายปัญหาลงไปได้ อย่างน้อยมีความคืบหน้ามาชี้แจงบ้าง ก็จะทำให้บรรยากาศดีขึ้น
ส่วนกรณีนักศึกษาอุเทนถวาย ถูกจับกุม ก็จะปล่อยให้เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในส่วนของอุเทนถวาย ก็จะดำเนินการตามขั้นตอน ตั้งแต่พักการเรียน จนถึงคัดชื่อออก ทั้งนี้กรณีที่เกิดขึ้น ส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงของอุเทนถวาย และเรื่องข้อพิพาทที่ดิน ขอร้องศิษย์เก่าทุกคน หากรักอุเทนถวายจริง อยากให้เราอยู่ที่เดิม ก็ขอให้อดทนอดกลั้นต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อย่ามาสนับสนุนรุ่นน้องให้ทำผิดกฎหมาย นี่คือการแสดงความรักต่อสถาบันอย่างแท้จริง เพราะความรุนแรงไม่ได้แก้ปัญหาอะไรได้ อย่าให้สังคมมองว่าอุเทนถวายเป็นบริเวณที่อันตราย
รศ.ดร.ปัญญา กล่าวว่า ที่ผ่านมาในส่วนของสถาบัน ได้มีมาตรการป้องกัน และดูแลนักศึกษาอย่างเข้มข้นมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็น การคัดกรองนักศึกษาเข้าเรียน การคุ้มครองดูแลนักศึกษา ให้นักศึกษาเลิกเรียน ตั้งแต่เวลา 15.00 น. และทำความเข้าใจ ขอความร่วมมือจากนักศึกษา ให้ดูแลตัวเอง และไม่ก่อเหตุทะเลาะวิวาท เป็นต้น แต่สุดท้ายก็ยังมีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้นกับนักศึกษาของเรา
โดยเฉพาะเหตุการณ์ล่าสุด ที่ทำให้ตน นักศึกษาปัจจุบัน และศิษย์เก่า รู้สึกสะเทือนใจอย่างมาก เพราะนักศึกษาที่เข้าเรียนทุกคน เป็นเสมือนลูกหลานของเรา เมื่อเขาถูกทำร้ายจนบาดเจ็บ หรือเสียชีวิต ก็ได้สร้างความเศร้าสลดทุกครั้ง ส่วนที่เลขาธิการ กกอ. ขอให้สถาบันฯ ปทุมวัน ไปหามาตรการป้องกันการทะเลาะวิวาท หรือความรุนแรงที่จะเกิดขึ้น ทางสถาบันฯ คงรับไปดำเนินการ และวางมาตรการที่เข้มข้นมากขึ้น แต่ยังไม่สามารถบอกได้ว่า จะดำเนินการอะไรเพิ่มเติม เพราะมาตรการป้องกัน และดูแลนักศึกษาของเราที่ผ่านมา ก็เข้มข้นมากอยู่แล้ว
"ตอนนี้ผมไม่อยากพูดอะไรมาก ไม่อยากหาว่าใครผิดใครถูก หรือเหตุการณ์แต่ละครั้ง เป็นความขัดแย้งของสถาบันหรือไม่ เพราะยังรู้สึกสะเทือนใจต่อเหตุการณ์ที่นักศึกษาปทุมวันของเราถูกทำร้าย ขอเวลาทำใจ แต่หลังจากนี้ จะวางมาตรการในการดูแลนักศึกษาอย่างเต็มที่ และเฝ้าระวังมากขึ้น เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์รุนแรงขึ้นกับนักศึกษาสถาบันฯ ปทุมวัน อีก"



