ข่าว

‘22 แก๊งข้ามชาติ’...จู่โจมไทย

‘22 แก๊งข้ามชาติ’...จู่โจมไทย

17 ก.ย. 2557

‘22 แก๊งข้ามชาติ’...จู่โจมไทย : ทีมข่าวรายงานพิเศษ

                 ปัญหา "โจรต่างชาติ" ทั้งผิวขาว ผิวดำ หรือผิวเหลืองเข้ามาตั้งรกก๊กแก๊งถาวรในไทยมีนานแล้ว แต่ยังไม่เคยมีการทำวิจัยเชิงวิชาการว่า แก๊งเหล่านี้แบ่งเป็นความถนัด หรือมีเป้าหมายจู่โจมหลักอะไรบ้าง

                 จนกระทั่ง "สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย" (TIJ) ได้เก็บข้อมูลเชิงลึกส่วนหนึ่งจากนักโทษชาวต่างชาติในเรือนจำที่มีอยู่กว่า 200 คนจาก 101 ประเทศ รวมถึงข้อมูลจาก ตำรวจ อัยการ กองตรวจคนเข้าเมือง ฯลฯ เมื่อรวบรวมเป็นแก๊งทั้งหมดจะแยกได้ 3 กลุ่มใหญ่ 22 แก๊งโจรด้วยกัน ได้แก่

                 กลุ่ม 1 "โจรชั้นสูง" หรือกลุ่มเชี่ยวชาญเครื่องมือไฮเทคและมีเครือข่ายช่วยเหลือในต่างประเทศ เช่น คดีปลอมบัตรเครดิต ปลอมบัตรเงินสด และการใช้สกิมมิ่งหรือการดูดข้อมูลบัตรเอทีเอ็ม (ATM Skimming) โจรไฮเทคมีทั้งหมด 7 แก๊ง จาก 7 ชาติ คือ แก๊งเยอรมัน อังกฤษ ฝรั่งเศส รัสเซีย ยูเครน โรมาเนีย และมาเลเซีย

                 แก๊งรัสเซียและโรมาเนีย จะเชี่ยวชาญปลอมแปลงดูดข้อมูลบัตรเอทีเอ็ม ส่วนพวกฝรั่งเศสกับอังกฤษจะขโมยบัตรเครดิตในต่างประเทศ แล้วมากดเงินในเกาะท่องเที่ยวต่างๆ ของไทย ส่วนโจรรัสเซียที่เก่งๆ สามารถดูดข้อมูลในบัตรได้ในเวลาเพียง 30 วินาทีเท่านั้น พวกนี้มีระบบทำลายข้อมูลปกปิดหลักฐานอย่างรวดเร็ว หากเริ่มระแคะระคายว่าเจ้าหน้าที่อาจตรวจเจอ ส่วนแก๊งโรมาเนียจะชอบทำบัตรเครดิตปลอมแล้วเอาไปรูดซื้อสินค้าราคาแพง เช่น เพชร ทอง อัญมณี โดยเฉพาะจากร้านค้าย่านถนนสุขุมวิท

                 กลุ่ม 2 "โจรระดับกลาง" กลุ่มนี้ทำงานไม่เน้นขยายเครือข่ายข้ามชาติเท่ากลุ่มแรก และไม่นิยมใช้เครื่องมือคอมพิวเตอร์ไฮเทคมากนัก แต่ชอบทำงานกลุ่มย่อยๆ ใช้ช่างเทคนิคเชี่ยวชาญเฉพาะเรื่องมากกว่า คดีที่พบบ่อย คือ เจาะตู้เซฟธนาคาร โจรกรรมตู้เอทีเอ็ม โจรกรรมเพชร ขโมยของตามโรงแรม หรือที่นิยมและเป็นคดีมาตลอดคือ "แก๊งเงินดำ" ไปหลอกเหยื่อว่าเป็นนักธุรกิจร่ำรวยแอบนำเงินเข้ามาในประเทศไทย แต่เงินดอลลาร์เป็นสีดำต้องใช้น้ำยาใส่ให้กลายเป็นสีปกติ พฤติกรรมกลุ่มนี้เริ่มแรกจะให้เงินจริงๆ เช่น 500 ดอลลาร์จ่ายเงินเพียงไม่เกิน 3 พันบาทก็ได้แล้ว เหยื่อเอาไปแลกธนาคารได้กำไร 3-4 เท่า ก็ตายใจกลับไปหาใหม่ คราวนี้อาจถูกล่อให้เอามา 5 หมื่นบาท แลกเงินหลายแสนหรือเป็นล้านบาท กว่าจะรู้ว่าถูกหลอกก็แทบหมดตัว

                 แก๊งนี้มีทั้งหมด 9 ประเทศ ส่วนใหญ่เป็นชาวผิวดำกับอาหรับ ได้แก่ แอลจีเรีย แคเมอรูน เซอร์เบีย อิหร่าน และอิรัก แต่ที่รวมเป็นแก๊งใหญ่จะเป็นพวกที่มาจากทวีปอเมริกาใต้ แก๊งโคลัมเบีย แก๊งเม็กซิกัน แก๊งกัวเตมาลา และแก๊งเปรู โดยโจรโคลัมเบียจะชอบไปแถวหมู่บ้านจัดสรรเข้าไปเจาะตู้เซฟ เลือกหมู่บ้านคนรวย หากมีสัญญาณกันขโมยแก๊งเหล่านี้จะใช้วิธีตัดสัญญาณทั้งหมด รวมถึงสัญญาณโทรศัพท์ภายในบ้านด้วย บางครั้งเป็นคดีขโมยรถ ส่วน “แก๊งเม็กซิกัน” จะเก่งเรื่องขโมยเพชร กลุ่มนี้วางแผนแยบยล ตามเหยื่อหลายเดือนหลายปีกว่าจะลงมือ เช่น กรณี 2-3 ปีที่แล้ว มีคดีฉกเพชรในงานแสดงอัญมณี 2 ครั้ง มูลค่า 65 ล้านบาท และ 30 ล้านบาท

                 กลุ่ม 3 "โจรทั่วไป" แก๊งนี้มาจากประเทศเพื่อนบ้านของไทย เดินทางเข้า-ออกสะดวก ได้แก่ เวียดนาม ลาว พม่า กัมพูชา ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย เลือกก่อคดีที่มีโทษไม่ร้ายแรงนัก เช่น วิ่งชิงทรัพย์-ล้วงกระเป๋า ขโมยมอเตอร์ไซค์ ฯลฯ 

                 ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 16 กันยายน ที่ผ่านมา สถาบันเพื่อการยุติธรรมฯ จัดเวทีเสวนาระดมความคิดในหัวข้อ  "โฉมหน้าใหม่ของ อาชญากรรม ที่มาพร้อมกับการเปิดเสรีเออีซี" เพื่อนำเสนอประเด็นเศรษฐกิจอาเซียนกับ 22 แก๊งอาชญากรรมข้ามชาติที่กำลังก่อและขยายตัวอยู่ในประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน จากนี้ไปความร่วมมือระหว่าง 10 ประเทศ ว่าจะเดินหน้าแก้ปัญหานี้อย่างไร รวมถึงอุปสรรคและความท้าทาย

                 เนื่องจาก โจรข้ามชาติเหล่านี้เตรียมก่อภัยร้ายรูปแบบใหม่ๆ ตลอดเวลา แต่ปัจจุบันข้อกฎหมายระหว่างประเทศเพื่อนบ้านของไทย ซึ่งจะรวมตัวเป็นประชาคมอาเซียน ในปี 2558 นั้น ยังไม่ครอบคลุมพอ อาจทำให้เกิดการก่อการร้ายรุนแรงมากขึ้น โดยเฉพาะปมปัญหาใหญ่ที่ไม่คาดคิดมาก่อน เช่น "อาชญากรรมสิ่งแวดล้อม" เช่น ลักลอบค้าไม้เถื่อน ค้าสัตว์สงวน โรงงานปล่อยน้ำเสีย หรือสารเคมีอันตรายลงในแหล่งน้ำหรือทะเล หรือแม้กระทั่งการเอาขยะจำนวนมหาศาลไปทิ้งให้ประเทศอื่น     

                 เอกอัครราชฑูต “อดิศักดิ์ ภาณุพงศ์” ผอ.สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย ยอมรับว่า ในแก๊งโจรทั้งหมดนั้น ตนเป็นห่วงพวกโจรไฮเทคมากสุด เพราะคดีของแก๊งนี้สามารถทำลายเศรษฐกิจของประเทศไทยได้ มูลค่าความเสียหายมหาศาลและส่งผลไปถึงภาคสังคมและภาคการเมืองระหว่างประเทศ

                 “ที่ผ่านมาการจับโจรทำได้ยาก เพราะปัญหาขั้นตอนการเอาคนผิดมาลงโทษ ผมไม่ได้มองแค่เรื่องคอร์รัปชั่นหรือเงินใต้โต๊ะของเจ้าหน้าที่เท่านั้น เพราะปัญหาใหญ่คือ ทัศนคติของคนที่ทำงานทั้งหมด เช่น ตำรวจ อัยการ ผู้พิพากษา ฯลฯ ต่างฝ่ายต่างมองเฉพาะส่วนของตัวเอง ไม่ได้มองภาพรวม เช่น ตำรวจกว่าจะจับโจรได้ยากมาก แต่กลับได้รับการประกันตัว หรือคดีใหญ่แต่หลักฐานที่ตำรวจได้อ่อนไป ปัญหาแบบนี้เกิดขึ้นตลอดเวลา ถึงเวลาแล้วทุกฝ่ายต้องทำงานแบบบูรณาการจริงๆ”

                 ทั้งนี้ ทีมงานวิจัยข้างต้นได้สรุปปัญหาใหญ่ 4 ประการที่ทำให้การปราบโจรข้ามชาติเหล่านี้ไม่สัมฤทธิ์ผล ได้แก่ 1.เจ้าหน้าที่โยกย้ายตำแหน่งตลอดเวลา ทำให้การทำงานไม่ต่อเนื่องรวมถึงในการดำเนินคดี 2.แก๊งพวกนี้จะเลือกเหยื่อเป็นชาวต่างชาติด้วยกัน เมื่อเหยื่อเดินทางกลับประเทศ โจรก็รอดจากคดีได้ง่าย 3.“ภาษา” แตกต่าง นอกจากภาษาอังกฤษแล้วยังมีอีกหลายภาษาทำให้ยุ่งยากในการหาล่ามมาแปล และ 4.โจรจะพัฒนาเปลี่ยนแปลงเทคนิคการก่ออาชญากรรมตลอดเวลา

                 ดังนั้น “โจทย์ใหญ่” คือแก๊งโจรข้ามชาติเปลี่ยนไปแล้ว เจ้าหน้าที่ของเราพัฒนาตามทันหรือยัง ?
-----------------------------------------------------------------------
(หมายเหตุ : ‘22 แก๊งข้ามชาติ’...จู่โจมไทย : ทีมข่าวรายงานพิเศษ)