ข่าว

‘เวเนซุเอลา‘ขาดแคลนเต้านมเทียม

‘เวเนซุเอลา‘ขาดแคลนเต้านมเทียม

16 ก.ย. 2557

วงการศัลยกรรมเสริมทรวงอกของเวเนซุเอลา กำลังขาดแคลนเต้านมเทียมคุณภาพ

 
                   16 ก.ย.57 ชาวเวเนซุเอลา ที่ขึ้นชื่อเรื่องความหมกมุ่นในเรื่องความสวยความงาม ต้องเผชิญกับการขาดแคลนเต้านมเทียมคุณภาพระดับแบรนด์เนม ทำให้ผู้หญิงหลายคนพากันผิดหวังที่พวกเธอและแพทย์ต้องหันไปใช้เต้านมเทียมที่ไม่ได้ขนาด หรือไม่ก็ผลิตในประเทศจีน ซึ่งคุณภาพไม่ได้มาตรฐาน
 
                   ก่อนหน้านี้ ชาวเวเนซุเอลา เคยเข้าถึงเต้านมเทียมที่มีคุณภาพและได้รับการรับรองของสำนักงานอาหารและยาของสหรัฐ หรือ FDA แต่บรรดาศัลยแพทย์ บอกว่า ตอนนี้เต้านมเทียมยังมีจำหน่าย แต่เป็นไปไม่ได้ที่จะนำเข้า เพราะรัฐบาลเข้าควบคุมอัตราแลกเปลี่ยนทำให้ขั้นตอนการนำเข้าปกติบิดเบี้ยว ส่งผลกระทบต่อธุรกิจในท้องถิ่น จนขาดแคลนเงินสดในการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ
 
                   เวเนซุเอลา เคยได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในประเทศที่มีอัตราการทำศัลยกรรมพลาสติกสูงที่สุดในโลกและการเสริมทรวงอกก็เป็นการทำศัลยกรรมที่ได้รับความนิยมอย่างมาก จากรายงานของสมาคมศัลยแพทย์ตกแต่งเสริมสวยนานาชาติ ระบุว่า เมื่อปีที่แล้ว ศัลยแพทย์ในเวเนซุเอลา ได้ทำศัลยกรรมเสริมทรวงอกไป 85,000 ราย และมีเพียงสหรัฐ, บราซิล, เม็กซิโกและเยอรมนี ที่มีการทำศัลยกรรมมากขึ้น อันเป็นผลพวงของการมีประชากรเพิ่มมากขึ้น
 
                   การทำศัลยกรรมไม่ได้มีแค่เฉพาะผู้หญิงที่ต้องการได้รับความสนใจเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น แต่มีผู้ป่วยบางคนที่ต้องทำศัลยกรรมด้วยความจำเป็นทางการแพทย์เช่นกัน เช่นหญิงคนหนึ่งที่ต้องรอคอยถึง 2 เดือน จึงได้รับการผ่าตัดเปลี่ยนเต้านมเทียม หลังจากต้องทนทรมานจากเต้านมเทียมแตก และทำให้เกิดอาการคันรุนแรงในระหว่างรอเต้านมเทียมใหม่ที่ส่งมาจากฝรั่งเศส ซึ่งเธอบอกว่า ต้องซื้อโดยตรงจากโรงงานผลิต ก่อนจะถูกขนส่งทางเรือ โดยเสียค่าใช้จ่ายไป 300 ดอลล่าร์ ตามอัตราแลกเปลี่ยนที่รัฐบาลอนุญาต ส่วนการทำศัลยกรรมอาจต้องเสียค่าใช้จ่ายถึง 800 ดอลล่าร์
 
                   การขาดแคลนเต้านมเทียมแบรนด์เนมจากสหรัฐ ได้ส่งผลให้ตลาดศัลยกรรมพลาสติกของเวเนซุเอลา ตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของจีน หุ้นส่วนการค้ารายใหญ่ของเวเนซุเอลา ที่มักจะนำเข้าสินค้าจากจีนเป็นอันดับแรก ซึ่งเต้านมเทียมของจีนมีราคาถูกมาก ขณะที่เต้านมเทียมที่ได้รับการอนุมัติจากหน่วยงานควบคุมมาตรฐานของยุโรป จะมีราคาสูงถึง 600 ดอลล่าร์ ซึ่งเท่ากับค่าแรงขึ้นต่ำในเวเนซุเอลา แต่ของจีนกลับมีราคาเพียง 1 ใน 3 ของยุโรป