ข่าว

อุตุฯเตือนฉ.4พายุไต้ฝุ่น‘คัลแมกี’

อุตุฯเตือนฉ.4พายุไต้ฝุ่น‘คัลแมกี’

16 ก.ย. 2557

กรมอุตุฯประกาศเตือนฉบับที่ 4 พายุไต้ฝุ่น ‘คัลแมกี’ ทำภาคเหนือ-อีสาน-ตะวันออก-ใต้ มีฝนตกหนักมาก 16-18 ก.ย.นี้

 
                   ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา เรื่อง "พายุ คัลแมกี" ฉบับที่ 4 เมื่อเวลา 04.00 น.วันนี้ (16 ก.ย.57) พายุไต้ฝุ่น “คัลแมกี” (Kalmaegi) บริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน มีศูนย์กลางอยู่ทางตะวันออกของเมืองฮานอย ประเทศเวียดนาม อยู่ห่าง 600 กิโลเมตร หรือที่ละติจูด 19.5 องศาเหนือ ลองจิจูด 112.1 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 130 กม./ชม. กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกค่อนทางเหนือเล็กน้อย ด้วยความเร็วประมาณ 30 กม./ชม. คาดว่าพายุนี้จะเคลื่อนตัวผ่านเกาะไหหลำ ประเทศจีน และจะขึ้นฝั่งบริเวณประเทศเวียดนามตอนบน ในวันที่ 17 ก.ย. 2557 ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ ในช่วงวันที่ 16-18 ก.ย. 2557 โดยเฉพาะในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักไว้ด้วย
 
                   อนึ่ง มรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังค่อนข้างแรงยังคงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทยและอ่าวไทย ทำให้ประเทศไทยมีฝนในเกณฑ์กระจายถึงเกือบทั่วไป ร้อยละ 60-80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง บริเวณภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมาก ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กในบริเวณทะเลอันดามันควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 16-18 ก.ย.นี้
 
 
พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06:00 วันนี้ ถึง 06:00 วันพรุ่งนี้
 
 
                   ภาคเหนือ มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำปาง แพร่ อุตรดิตถ์ สุโขทัย พิษณุโลก และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.
 
                   ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดเลย หนองบัวลำภู อุดรธานี ขอนแก่น สกลนคร หนองคาย บึงกาฬ นครพนม มุกดาหาร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส 
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.
 
                   ภาคกลาง มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณจังหวัดนครสวรรค์ กาญจนบุรี ราชบุรี สุพรรณบุรี ลพบุรี และสระบุรี อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.
 
                   ภาคตะวันออก มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนองเกือบทั่วไป ร้อยละ 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งบริเวณจังหวัดปราจีนบุรี ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. 
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองมีคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
 
                   ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนองเกือบทั่วไป ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง และสงขลา อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร
 
                   ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนองเกือบทั่วไป ร้อยละ 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งบริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-30 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-40 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร
 
                   กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆเป็นส่วนมาก โอกาสมีฝนฟ้าคะนองในเกณฑ์กระจาย ร้อยละ 60 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.
 
 
ระนองเตือนฝนถล่มหนัก-พื้นที่เสี่ยงเตรียมอพยพ
 
 
                   6 ก.ย. นายชวลิต นิฒรรัตน์ ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดระนอง แจ้งว่า จากฝนที่ตกลงมาอย่างหนักในเขตพื้นที่ จ.ระนอง โดยเฉพาะในเขตพื้นที่ อ.กะเปอร์พบเป็นที่เสี่ยงภัยที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ หลังระดับน้ำในลำคลองเกือบทุกสายใน อ.กะเปอร์เพิ่มระดับจนเริ่มเอ่อล้นตลิ่ง จึงประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ อ.กะเปอร์ ให้เร่งแจ้งเตือนชาวบ้านใน อ.กะเปอร์ ที่อาศัยในพื้นที่เสี่ยงภัยและเคยเกิดเหตุน้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลันให้เร่งเคลื่อนย้ายข้าวของไว้ในที่สูงและพร้อมอพยพในยังสถานที่ปลอดภัยตามที่ได้กำหนด
 
                   ทั้งนี้จากการคาดหมายลักษณะอากาศในจังหวัดระนองพบว่าในช่วงระหว่างวันที่ 16-18 ก.ย.2557 จะได้รับอิทธิพลของพายุคัลแมกี ทำให้ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้มีกำลังแรงขึ้นส่งผลให้ จ.ระนองเกิดฝนตกหนักถึงหนักมาก โดยในช่วงเช้าวันนี้ 16 ก.ย.2557 สถานีอุตุนิยมวิทยา จ.ระนองวัดปริมาณน้ำฝนในรอบ 24 ชม.ได้สูงสุดที่ อ.เมืองระนอง 127.6 มม. ส่วนทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2-3 ม. แจ้งชาวเรือให้งดออกจากฝั่งในระยะนี้
 
                   นายชวลิต กล่าวต่อว่า จากฝนที่ตกลงมาอย่างหนักในเขตพื้นที่ จ.ระนอง ทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากช่วงดึกคืนที่ผ่านมาบริเวณบ้านน้ำแดง ม.9 ต.บ้านนา อ.กะเปอร์ ทำให้คอสะพานคลองลา ซึ่งเป็นสะพานเชื่อมเส้นทางเข้าออกหมู่บ้านได้รับความเสียหายรถทุกชนิดไม่สามารถใช้สัญจรผ่านไปมาได้ ซึ่งทาง ปภ.ได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เข้าไปช่วยเหลือชาวบ้านนำไม้ไปพาดเพื่อเชื่อมต่อคอสะพานที่เสียหายให้ชาวบ้านใช้สัญจรข้ามไปมาได้
 
                   นอกจากนี้ ยังพบมีต้นไม้ล้มกีดขวางเส้นทางการจราจรบนถนนเพชรเกษมสายระนอง-พังงารวม 5 จุด ช่วงบ้านชาคลี อ.กะเปอร์ 1 จุด และ บ้านนาคา อ.สุขสำราญ 4 จุด ทางเจ้าหน้าที่แขวงการทางระนอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ได้เร่งเข้าไปเคลียร์เส้นทาง
 
 
ตรัง - ฝนตกหนักคลื่นลมแรงกระทบธุรกิจเดินเรือ
 
 
                   นายภสิษฐ์ สีนุ้ยคง หัวหน้าแผนกปฎิบัติงานภาคใต้ บริษัท จัมโบ้บาจส์แอนด์ทักส์ จำกัด กล่าวว่า ขณะนี้เรือบรรทุกสินค้าของบริษัทที่จะออกจากท่าเรือกันตัง เพื่อนำสินค้าไปส่งยังท่าเรือในประเทศและต่างประเทศขณะนี้กว่า 20 ลำ ต้องหยุดการเดินเรือ เนื่องจากสภาพอากาศแปรปรวน เกิดลมพายุและคลื่นลมแรง ทำให้ขณะนี้มีสินค้าที่อยู่ในเรือเตรียมขนส่งไปจำหน่ายต่างประเทศแต่ต้องชะลอไว้ก่อนมากกว่า 30,000 ตัน เพื่อความปลอดภัยหลังจากสภาพอากาศแปรปรวนและเกิดพายุคลื่นลมแรงซัดจนเรือบรรทุกปูนซีเมนต์ล่มถึง 2 ลำกลางทะเลตรัง เมื่อกว่าสัปดาห์ที่ผ่านมา จนถึงขณะนี้ยังไม่สามารถนำเรือพร้อมอุปกรณ์ไปกู้คืนได้ เนื่องจากสภาพอากาศแปรปรวนคลื่นลมสูง จากเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้คนขับเรือและผู้ประกอบการระมัดระวังมากยิ่งขึ้น
 
                   นอกจากนั้น เรือประมงทั้งขนาดเล็กและเรือประมงพาณิชย์รวมกว่า 500 ลำในพื้นที่จังหวัดตรัง ต่างก็จอดหลบคลื่นลม โดยคนขับไม่สามารถนำเรือออกจากฝั่งไปจับสัตว์น้ำทะเลได้
 
                   อย่างไรก็ตาม ล่าสุดทางจังหวัดตรังได้ออกประกาศย้ำแจ้งเตือนภัยไปถึงประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณ 2 ฝั่งแม่น้ำ พื้นที่ราบลุ่ม ใกล้ทางน้ำไหลผ่าน ที่ราบเชิงเขา ให้ระมัดระวังฝนตกหนักน้ำท่วมฉับพลัน วาตภัย น้ำล้นตลิ่ง น้ำป่าไหลหลากและดินโคลนถล่ม ขอให้อพยพข้าวของไปอยู่ในที่ปลอดภัย รวมทั้งประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณพื้นที่ชายฝั่งทะเลทั้ง 4 อำเภอของจังหวัดตรัง คือ อ.กันตัง อ.สิเกา อ.ปะเหลียนและ อ.หาดสำราญ ให้ระมัดระวังอันตรายจากคลื่นซัดเข้าหาชายฝั่ง โดยขอให้อพยพออกจากจุดเสี่ยงภัยไปอยู่ในที่ปลอดภัยเช่นเดียว ส่วนเรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง ทั้งนี้ตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงวันที่ 18 กันยายนนี้
 
 
 
 
--------------------------------------
 
 
(ภาพ : AFP)