
เปิด...ยุทธศาสตร์ชาติ-ทหาร!สู่การปฏิรูปของนศ.วปอ.56
เปิด...ยุทธศาสตร์ชาติ-ทหาร!สู่การปฏิรูปประเทศของนักศึกษาวปอ.56
สำหรับยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ.2558-2562 ที่คณะนักศึกษาวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร ปี 2556 ได้จัดทำตามโครงสร้างการจัดทำยุทธศาสตร์ของวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร ได้กำหนดผลประโยชน์แห่งชาติ และวัตถุประสงค์มูลฐานแห่งชาติ ซึ่งเป็นเป้าหมายระยะยาว โดยให้ประเทศไทยมีความมั่นคง มั่งคั่ง มีเกียรติและศักดิ์ศรีในโลก สังคมไทยเป็นสังคมแห่งความรู้ ควบคู่คุณธรรม มีคุณภาพ ชีวิตที่ดี และรักษาสิ่งแวดล้อม เพื่อกำหนดวัตถุประสงค์เฉพาะแห่งชาติ ซึ่งเป็นเป้าหมายระยะ 5 ปี คือการปฏิรูปการเมือง มีระบบเศรษฐกิจที่เข้มแข็ง และลดความเหลื่อมล้ำของสังคม มีการกระจายโอกาสทางการศึกษา จัดการศึกษาอย่างมีคุณภาพ เพื่อให้สังคมเป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ ควบคู่คุณธรรม และได้กำหนดนโยบายความมั่นคงแห่งชาติ มาตรการเฉพาะรวมทั้งแผนงานโครงการต่างๆ เป็นเครื่องมือขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ.2558-2562 ไปสู่การปฏิบัติ โดยมีจุดยืนเชิงยุทธศาสตร์มุ่งสู่การปฏิรูปประเทศ สร้างความผาสุกให้คนในชาติ
ด้านการปฏิรูปการเมือง คณะนักศึกษา วปอ. 2556 ได้เสนอ 2 เรื่องที่มีความจำเป็นเร่งด่วน คือ การต้านทุจริตคอร์รัปชั่น ต้องกำหนดเป็นวาระแห่งชาติ พร้อมทั้งระดมสรรพกำลังทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วม ต้องบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันและปราบปราบการทุจริตอย่างเคร่งครัด การออกกฎหมายควบคุมการวิ่งเต้นเจ้าหน้าที่รัฐและนำวิธีการลงโทษทางสังคม การสร้างธรรมาภิบาลให้เกิดขึ้นกับนักการเมือง ข้าราชการประจำ ด้วยการกำหนดข้อปฏิบัติเหมือนศีล 5 และส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วม และประสานความร่วมมือกับนานาชาติ เข้าถึงข้อมูล และสร้างกลไก การยึดทรัพย์ อันได้มาจากการทุจริตคอร์รัปชั่น
นอกจากนี้ การเข้าสู่อำนาจของฝ่ายนิติบัญญัติ และฝ่ายบริหาร คือการแก้ไขเพิ่มเติมระเบียบกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการได้มาซึ่งตัวแทนปวงชน และบุคคลในคณะรัฐมนตรี คือคนดีจริง เก่งจริง สภาพี่เลี้ยงในลักษณะ สนช. ต้องอยู่ต่อไปอีกระยะหนึ่งเพื่อให้แน่ใจว่าการเลือกตั้งจะได้นักการเมืองที่เป็นคนดีจริง เก่งจริง การที่มีช่องทางพิเศษให้ข้าราชการสามารถขอโอนย้ายเข้าเป็นข้าราชการทางการเมือง เพื่อเพิ่มทางเลือกบุคคลที่จะเข้ามาทำงานทางการเมืองไม่ให้จำกัดอยู่เฉพาะนักการเมืองอาชีพ พร้อมสร้างคนรุ่นใหม่หรือต้นกล้าการเมืองไทยทำหน้าที่เป็นตัวกระตุ้นความเปลี่ยนแปลง การเฝ้าระวังการเมืองสีเทา ด้วยองค์กรภาคประชาชนที่เข้มแข็ง
นักศึกษา วปอ.2556 ได้เสนอแนวทางการลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมที่เกิดมาจากระบบที่ไม่เกิดความเป็นธรรม ตลอดจนการกระจายทรัพยากรสินทรัพย์ต่างๆ ไม่ทั่วถึง การเกิดระบบทุนนิยมที่เข้มแข็ง ถ้าสาธารณะอ่อนแอด้อยประสิทธิภาพ จึงต้องมีระบบใหม่เพื่อลดความเหลื่อมล้ำในสังคมอย่างเป็นรูปธรรม นั่นคือกิจการเพื่อสังคม โดยมี 2 จุดเด่น คือประสิทธิภาพ และประสิทธิผล การบริหารจัดการในภาคเอกชน โดยการเน้นคนส่วนใหญ่ในภาครัฐ เมื่อมีเป้าหมายก่อให้เกิดผลดีต่อส่วนรวมเป็นหลัก มีประสิทธิภาพสูง และยั่งยืน โดยรูปแบบที่เหมาะสมของกิจการเพื่อสังคมในประเทศไทยจะเป็นรูปแบบผสมผสานระหว่างแนวทางที่ประสบความสำเร็จในโลกตะวันตก กับรูปแบบการเข้าใจในรายละเอียด และวัฒนธรรมของผู้คนในโลกตะวันตก
ทั้งนี้ มีการกำหนด 4 ยุทธศาสตร์ 1.การส่งเสริมผลักดัน กิจกรรมเพื่อสังคม 2.การสร้างทัศนคติและการเรียนรู้เรื่องกิจการสังคม 3.การพัฒนาขีดความสามารถของกิจการเพื่อสังคม และ 4.การสร้างกลไกสนับสนุนกิจการเพื่อสังคม โดยการจัดตั้งหน่วยงานในระดับกรมหรือองค์กรอิสระเพื่อรับผิดชอบ การจัดตั้งกองทุนคงยอดเงินต้น เพื่อให้เกิดความยั่งยืนด้านงบประมาณ พร้อมทั้งออกกฎหมายให้สามารถจัดตั้งจดทะเบียนบริษัทหรือหน่วยงานที่เป็นกิจการสังคมได้ การจัดทำนโยบายและแนวปฏิบัติเพื่อสนับสนุนกิจการสังคม การสร้างระบบประเมินผลและรองรับมาตรฐานของกิจการสังคม รวมถึงการรณรงค์ประชาสัมพันธ์กิจการสังคม พร้อมเครือข่ายการเรียนรู้
ด้านการปฏิรูปการศึกษา นักศึกษา วปอ. ได้เสนอโครงการการปฏิรูปการศึกษาเพื่ออนาคต เน้นการแก้ปัญหาการศึกษาทุกด้าน ให้ตอบสนองวัตถุประสงค์เป้าหมายเพื่อการพัฒนาการศึกษาร่วมกัน โดยมีแนวทางสำคัญคือ การจัดทำโครงสร้างปฏิรูปการศึกษาเป็นวาระแห่งชาติ และระดมสรรพกำลังทุกภาคส่วนมามีส่วนร่วม สร้างจิตสำนึกให้ตระหนักถึงปัญหาการศึกษาที่มีผลกระทบต่อการพัฒนาคน ซึ่งส่งผลต่ออนาคตของชาติ โดยขับเคลื่อนการปฏิรูป 10 ด้าน คือ การปฏิรูปขบวนการผลิตและพัฒนาครู การปฏิรูประบบการเรียนการสอน ปฏิรูปองค์ความรู้ ปฏิรูปการวัดและประเมินผลการศึกษาทุกระดับ ปฏิรูปสถานการศึกษา ปฏิรูปการบริหารการศึกษา ปฏิรูปการศึกษาด้านอาชีพ การปฏิรูปการศึกษาเพื่อความมั่นคง การปฏิรูปการศึกษาตลอดชีวิตและปฏิรูปองค์กรด้านการศึกษา โดยให้ตระหนักรู้ว่า การศึกษาสร้างคน คนสร้างชาติ ทั้งนี้ นักศึกษา วปอ.2556 เห็นว่า หากนำยุทธศาสตร์ชาติปี 2558-2562 ไปสู่การปฏิบัติ จะช่วยแก้ปัญหาที่เป็นรากเหง้าสำคัญของปัญหาที่ประเทศไทยเผชิญมาตลอด



