
คสช.เล็งย้ายที่ประชุมไปบ้านมนังคศิลา
คสช.เล็งย้ายที่ประชุมไปบ้านมนังคศิลา ถกร่วมรัฐบาลเดือนละครั้ง นภดลเผยเคาะแล้วสปช.ด้านสื่อ50รายชื่อ สุขุมพันธุ์เซ็นตั้งปลัดกทม.คนใหม่แล้ว
15ก.ย.2557 พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง ทีมโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) เปิดเผยว่า คสช.ได้มีการหารือเบื้องต้นว่า หลังจากรัฐบาลได้แถลงนโยบายต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ หัวหน้า คสช.ได้เข้าทำงานที่ทำเนียบรัฐบาลแล้ว. จะย้ายสำนักงานเลขาธิการ คสช. ส่วนงานฝ่ายต่างๆ รวมถึงสถานที่ประชุม ที่มีที่ทำการในกองบัญชาการกองทัพบก ไปอยู่ที่บ้านมนังคศิลา ย่านสะพานขาว
ทั้งนี้ จะมีการลดจำนวนเจ้าหน้าที่ให้เหมาะสมกับงาน และสอดคล้องกับแนวทางลดบทบาทของ คสช. ตามที่ หัวหน้า คสช. ประกาศไว้ โดยต่อจากนี้จะมีการประชุมสัปดาห์ละ1 ครั้ง แต่ยังไม่ได้กำหนดว่าเป็นวันใด และ คสช. จะมีการประชุมร่วมกับ รัฐบาลเดือนละครั้งเพื่อให้การทำงานของสองส่วนสอดประสานกัน ส่วนที่ไม่ใช้บ้านพิษณุโลกนั้นเพราะ คสช. ไม่ใช่ส่วนงานของรัฐบาล และขณะนี้บ้านพิษณุโลกก็อยู่ระหว่างการปรับปรุงด้วย
‘นภดล’เผยเคาะแล้วสปช.ด้านสื่อ50รายชื่อ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการปรุชมคณะกรรมการสรรหาสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.) เมื่อวันที่ 15 ก.ย. เวลา 09.00 น. ที่กองพันทหารราบที่ 4 กรมทหารราบที่ 1 มหาเล็กรักษาพระองค์ฯ (ร.1พัน4 รอ.) คณะกรรมการสรรหาสมาชิกสปช.ทั้ง 11 ด้าน ยกเว้นด้านการเมือง มีการประชุมกันเป็นนัดที่ 2 เพื่อคัดเลือกบุคคลที่เหมาะสมนั่งเป็นสมาชิกสปช. หลังจากแต่ละด้านมอบหมายให้กรรมการไปดูรายชื่อและคัดเลือกมาคนละ 50 รายชื่อ
พล.อ.นภดล อินทปัญญา สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)ในฐานะประธานคณะกรรมการสรรหาสปช.ด้านสื่อมวลชน กล่าวภายหลังการประชุม ว่า การประชุมคณะกรรมการสรรหาด้านสื่อมวลชนในวันนี้ได้เคาะรายชื่อผู้เหมาะสมเป็นสปช.เป็นที่เรียบร้อยแล้วจำนวน 50 คน แต่ยังไม่ขอเปิดเผยรายชื่อ เพราะยังคงต้องเป็นความลับอยู่ ซึ่งขณะนี้เหลือขั้นตอนของการส่งรายชื่อให้คสช.พิจารณาต่อไป คณะกรรมการสรรหาด้านสื่อฯ คงไม่มีการประชุมอีก อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าที่กรรมการทุกคนไม่มีการบล็อกโหวต ไม่มีการฮั้วกับใคร การคัดเลือกในครั้งนี้ยุติธรรมที่สุดในโลกแล้ว ตนไม่ยอมให้ใครมาฮั้วได้แน่นอน เพราะเป็นการเรียงลำดับจากผู้ที่ได้คะแนนมากสุดไปหาน้อยสุด และกรรมการสรรหาทุกคนทำตามนโยบายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ที่ยึดหลักโปร่งใสเป็นธรรม
ด้านนพ.เจตน์ ศิรธานนท์ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ในฐานะคณะกรรมการสรรหาสปช.ด้านสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ในวันนี้คณะกรรมการได้พิจารณาคัดเลือกผู้ถูกเสนอชื่อโดยใช้หลักเกณฑ์ที่คำนึงถึงความหลากหลายของวิชาชีพ ภาครัฐ ภาควิชาการ และเอกชน รวมทั้งคำนึงถึงกลุ่มเพศ อายุ ที่กำหนดไว้ตามพ.ร.ฎ.ว่าด้วยการสรรหาสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.) ซึ่งการประชุมครั้งนี้คณะกรรมการแต่ละคนได้ลงคะแนนคัดเลือกผู้ที่มีความเหมาะสม จากนั้นนำคะแนนมาเทียบ เรียงลำดับผู้ได้คะแนนสูงสุดตั้งแต่ลำดับ 1-50 ชื่อ แต่ยังไม่เรียบร้อย ซึ่งจะประชุมอีกครั้งในวันที่ 17 ก.ย.นี้ เพื่อตรวจสอบความถูกต้องก่อนเสนอคสช.พิจารณา ยืนยันว่ากระบวนการคัดเลือกเป็นไปอย่างโปร่งใส เป็นธรรมกับทุกคน คณะกรรมการจะพยายามรักษาความลับของรายชื่อไม่ให้รั่วไหลก่อนกำหนด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะกรรมการสรรหาในด้านต่างๆ ยกเว้น ด้านการเมืองกับด้านสังคม สามารถพิจารณาคัดเลือกบุคคลได้ 50 คนแล้ว แต่จะรอรายงานผลการตรวจสอบคุณสมบัติที่ยังมีทยอยเข้ามาจนถึง 17 ก.ย. เพื่อตรวจดูว่า 50 คนที่ได้คัดเลือก มีปัญหาเรื่องคุณสมบัติหรือไม่ หากไม่มีก็จะทำบัญชีเสนอต่อคสช.ทันที แต่ถ้ามีปัญหาด้านคุณสมบัติคณะกรรมการก็จะประชุม เพื่อพิจารณาว่าจำเป็นต้องคัดเลือกบุคคลใหม่มาแทนหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ด้านการเมืองจะมีการคัดเลือก 50 คนในวันที่ 17 ก.ย. และในส่วนของด้านสังคมที่แม้จะนัดประชุมในวันนี้(15 ก.ย.) แต่การคัดเลือกบุคคลจะมีการประชุมอีกครั้งในวันที่ 17 ก.ย.นี้เช่นกัน เนื่องจากต้องรอคุณหญิงชฎา วัฒนศิริธรรม ที่จะเดินทางกลับจากต่างประเทศในวันที่ 16 ก.ย.นี้
‘สุขุมพันธุ์’เซ็นตั้งปลัดกทม.คนใหม่แล้ว
รายงานข่าวจากศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร(กทม.) แจ้งว่า ขณะนี้ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯกทม. ได้ลงนามแต่งตั้งปลัดกทม.คนใหม่เพื่อรับตำแหน่งปลัดกทม.คนที่ 16 ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ต. แทนนางนินนาท ชลิตานนท์ ปลัดกทม.ที่จะเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 ก.ย.นี้ เป็นเรียบร้อยแล้ว โดยคาดว่าเป็นชื่อนายสัญญา ชีนิมิตร รองปลัดกทม. ซึ่งมีแนวโน้มมากกว่า น.พ.พีระพงษ์ สายเชื้อ รองปลัดกทม. โดยม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ได้ส่งเรื่องไปยัง สำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อเสนอไปยังพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงลงพระปรมาภิไธยแต่งตั้งต่อไป
ด้านนายสัญญา กล่าวว่า ตนยังไม่ได้รับหนังสืออย่างเป็นทางการ จึงยังไม่สามารถพูดอะไรได้ในตอนนี้ แต่ก็พร้อมที่จะทำงานในตำแหน่งปลัดกทม. รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับนายสัญญา ดำรงตำแหน่งรองปลัดกทม.มาแล้ว 2 ปี จะเกษียณอายุราชการปี 2558 ที่ผ่านมาถือว่านายสัญญา มีผลงานโดดเด่นมาตั้งแต่เหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ปี 2554 ในสมัยดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำกทม. ทำให้กทม.ต้องวางระบบป้องกันน้ำท่วมทั้งกรุงเทพฯ จากโครงการขนาดใหญ่ต่างๆ ตั้งแต่ต้นปี 2555 เป็นต้นมา ทำให้นายสัญญาได้ทำงานใกล้ชิดกับม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ และฝ่ายการเมืองมาอย่างต่อเนื่อง จนเป็นที่ไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่งปลัดกทม.
รายงานข่าวระบุด้วยว่า นอกจากนี้ในช่วงนายสัญญาดำรงตำแหน่งปลัดกทม. ก็ได้รับการสนับสนุนจากนางนินนาท ปลัดกทม.คนปัจจุบันในช่วงหลังอย่างมาก โดยหลายครั้งที่มีโครงการป้องกันน้ำท่วมนายสัญญากับนางนินนาท ก็มักออกงานด้วยกันบ่อยครั้ง ขณะเดียวกันถือว่า นายสัญญาเป็นปลัดกทม. สายช่าง คือข้าราชการที่จบการศึกษาด้านวิศวกรรม และมาทำงานข้าราชการด้านโยธา โดยที่ผ่านมาผู้ที่เป็นปลัดกทม.ที่มาจากสายช่างมีเพียงคนเดียวคือ นายประเสริฐ สมะลาภา



