
ตร.ส่งสำนวน7ชายชุดดำอัยการสั่งฟ้อง
ตร.ส่งสำนวน7ชายชุดดำอัยการสั่งฟ้อง ฐานครอบครองและใช้อาวุธปืน-ระเบิด ยันคนละส่วนกับคดีฆ่าร่มเกล้า แกนนำแดงปัดเอี่ยว
เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 15 กันยายน ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พ.ต.อ.ประสพโชค พร้อมมูล รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.สุวัฒน์ แสงนุ่ม พนักงานสอบสวนผู้ทรงคุณวุฒิ บก.ป. พ.ต.ท.พงษ์ไสว แช่มลำเจียก พนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการพิเศษ กก.1 บก.ป. พ.ต.ท.สมเกียรติ ตันติกนกพร พนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการ กก.2 บก.ป.แถลงความคืบหน้าการดำเนินคดีกับชายชุดดำ ซึ่งร่วมกันก่อเหตุใช้อาวุธสงครามยิงใส่ทหารและประชาชน ในช่วงการชุมนุมของกลุ่ม นปช.ที่แยกคอกวัว ถนนราชดำเนิน เขตพระนคร กทม.เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2553 จนมีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บหลายราย ว่า ขณะนี้คณะพนักงานสอบสวน บก.ป.ได้สอบปากคำพยาน และรวบรวมหลักฐานต่างๆ เสร็จสิ้นแล้ว โดยสรุปสำนวนคดีส่งฟ้องต่ออัยการกองคดีอาญา ในช่วงบ่ายวันเดียวกันนี้
โดยมีความเห็นสั่งฟ้องผู้ต้องหา ในข้อหา ร่วมกันมีและใช้อาวุธปืน เครื่องกระสุน วัตถุระเบิดที่นายทะเบียนไม่สามารถอนุญาตให้ได้ไว้ในความครอบครอง และข้อหาพกพาอาวุธปืน และวัตถุระเบิดไปในทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร สำหรับผู้ต้องหาทั้ง 5 ราย ประกอบด้วย นายกิตติศักดิ์ สุ่มศรี หรืออ้วน อายุ 45 ปี ,นายปรีชา อยู่เย็น หรือไก่เตี้ย อายุ 24 ปี ,นายรณฤทธิ์ สุริชา หรือนะ อายุ 33 ปี ,นายชำนาญ ภาคีฉาย หรือเล็ก อายุ 45 ปี และนางปุณิกา ชูศรี หรืออร อายุ 39 ปี ตามหมายจับศาลอาญา อย่างไรก็ดี ก่อนหน้านี้กำลังคอมมานโด บก.ป.ได้คุมตัวผู้ต้องหาไปขออำนาจศาลอาญา ฝากขังไปแล้ว โดยทั้งหมดถูกคุมตัวอยู่ในเรือนจำ
ทั้งนี้ อธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญา ได้ส่งมอบสำนวนให้สำนักงานอัยการคดีอาญา4 รับผิดชอบพิจารณาสำนวนคดีดังกล่าว ซึ่งอัยการจะได้กำหนดวันนัดฟังการสั่งคดีต่อไป
ยันคนละส่วนกับคดีฆ่า"ร่มเกล้า"
พ.ต.อ.ประสพโชค กล่าวอีกว่า คดีนี้เป็นคนละส่วนกับคดีการสังหาร พล.อ.ร่มเกล้า ธุวธรรม โดยข้อเท็จจริงของคดีนี้ เป็นอีกคดีหนึ่ง ซึ่งไม่ใช่ในส่วนที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) ดำเนินการอยู่ สำหรับของทางดีเอสไอเป็นคดีการชุมนุมและมีผู้ถึงแก่ความตาย แต่ที่ บก.ป.ดำเนินการนั้น เป็นเฉพาะคดีอาวุธสงคราม ส่วนกรณีของผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาอีก 2 ราย ซึ่งร่วมกระทำความผิดและยังหลบหนีอยู่นั้น ได้ส่งชุดสืบสวนประสานการทำงานร่วมกับทหารและทางตำรวจ บช.น. ,บช.ภ.1-9 และ ศชต.ในการสืบสวนติดตามจับกุมแล้ว หากผู้ใดมีเบาะแสของผู้ต้องหาสามารถแจ้งมายัง บก.ป.หรือเจ้าหน้าที่ตำรวจ และทหาร เพื่อเร่งรัดติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดี
แกนนำแดงปัดเอี่ยวชายชุดดำ
นพ.เชิดชัย ตันติศิรินทร์ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และแกนนำ นปช. กล่าวถึงกรณีนายถาวร เสนเนียม อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาระบุมีชายชุดดำ 4 คน เรียกร้องเงิน 5 ล้านบาท แลกกับการแฉข้อมูลคนสั่งการให้ก่อเหตุความวุ่นวายช่วงการชุมนุมทางการเมืองเมื่อปี 2553 ว่า เหตุการณ์ชุมนุมตั้งแต่ปี 2553 ทำไมนายถาวรถึงเพิ่งออกมาให้ข้อมูลช่วงนี้ พูดก็พูดได้ แต่ความน่าเชื่อถือรับฟังไม่ได้ ถ้าชายชุดดำมีจริงก็ควรจะจับได้ตั้งแต่สมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์แล้ว ขอฝากไปถึง พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ว่าที่ ผบ.ตร. ขอให้ไปเร่งจับกุมการฆ่าเจ้าหน้าที่ตำรวจสมัยการประชุมของกลุ่ม กปปส.เมื่อตอนปี 2557 ด้วย ทำไมถึงยังจับคนร้ายไม่ได้เสียที
นพ.เชิดชัย กล่าวถึงกระแสข่าว ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง อดีตรองนายกรัฐมนตรี เข้าไปสั่งการดีเอสไอ พร้อมทั้งเปลี่ยนชุดพนักงานสอบสวนชายชุดดำออกทั้งหมด แต่ให้มุ่งเน้นไปที่กรณีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ สั่งสลายการชุมนุมจนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตเป็นพิเศษ ว่า เรื่องนี้ไม่น่าเชื่อ เป็นการหยิบเรื่องเก่าขึ้นมาใส่ร้ายย้อนหลังมากกว่า ถ้า ร.ต.อ.เฉลิมมีฤทธิ์มีเดชจริง คดีความต่างๆ ของคนเสื้อแดงและพรรคเพื่อไทยต้องเรียบร้อยหมดแล้ว แต่ช่วงเวลานั้นยังมีหลายคดีที่พวกเรายังโดนเล่นงานอยู่เลย ส่วนที่มีการขุดเรื่องคนเสื้อแดงมาเล่นงาน ขอตั้งข้อสังเกตว่าอาจเป็นเพราะคนเสื้อแดงยังมีจำนวนมากและยังเข้มแข็งอยู่ คนบางพวกยังระแวง จึงพยายามยั่วยุให้คนเสื้อแดงออกมาเป็นเหยื่อในการต่อต้าน พล.อ.ประยุทธ์
ด้าย นายชินวัฒน์ หาบุญพาด อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และแกนนำนปช. กล่าวถึงกรณีโลกออนไลน์พยายามเชื่อมโยงความสัมพันธ์คนชุดดำกับแกนนำ นปช.ว่ามีความเกี่ยวข้องกัน โดยหยิบยกเหตุการณ์งานศพมารดานายธนเดช เอกอภิวัชร์ ผู้ต้องสงสัยว่าเป็นชายชุดดำ โดยภายในงานศพมีแกนนำ นปช.หลายคนส่งพวงหรีดไปร่วมแสดงความเสียใจ ว่า ไม่รู้ว่าหมายถึงกรณีของตนที่เพิ่งเกิดขึ้นเร็วๆ นี้หรือไม่ ซึ่งมีคนที่รู้จักกันคนหนึ่งเป็น นปช.บางบัว ที่เคยทำงานร่วมกันในวิทยุชุมชน แต่ไม่ใช่การ์ดคนเสื้อแดง โทรศัพท์มาหาขอใช้ชื่อตนนำไปใส่ในพวงหรีด ซึ่งตนก็อนุญาต เพราะเห็นว่าเคยทำงานร่วมกัน ทั้งนี้ไม่ทราบว่ามีชายชุดดำปะปนในผู้ชุมนุมเดือนเมษายน 2553 เพราะคนชุมนุมเป็นหมื่นเป็นแสนคน ตอนเกิดเหตุกับ พล.อ.ร่มเกล้า ตนหลบอยู่หลังเวทีผ่านฟ้า ไม่ได้ไปในที่แจ้ง ได้ยินแต่เสียงปืน เลยไม่รู้ใครเป็นใคร ยืนยันได้ว่า แกนนำคนเสื้อแดงไม่เคยประชุมหรือสั่งการลักษณะให้ไปก่อความรุนแรง การที่ตำรวจจับกุมชายชุดดำ และพยายามเชื่อมโยงมีความเกี่ยวข้องกับแกนนำเสื้อแดงนั้น ผลออกมาคนละทิศ เพราะผลชันสูตรพลิกศพ พล.อ.ร่มเกล้า ออกมาว่าตายด้วยแรงระเบิด แตกต่างจากการที่ตำรวจแถลงข่าวและพาชายชุดดำไปทำแผนว่าการเสียชีวิตของ พล.อ.ร่มเกล้า เกิดจากอาวุธปืน ซึ่งถือว่าผิดไปจากข้อเท็จจริง นอกจากนี้ที่บอกว่าเกี่ยวพันไปถึง น.ส.กริชสุดา คุณะเสน หรือเปิ้ล นักกิจกรรมเสื้อแดงนั้น ส่วนตัวไม่รู้จักแต่อย่างใด



