ข่าว

ทอ-จก-ขิดพิชิตรางวัลลายผ้าร่วมสมัย

ทอ-จก-ขิดพิชิตรางวัลลายผ้าร่วมสมัย

16 ก.ย. 2557

ไลฟ์สไตล์ : ทอ-จก-ขิด พิชิตรางวัลลายผ้าร่วมสมัย

 
                    โดยพันธกิจของ กรมทรัพย์สินทางปัญญา ที่ต้องรับผิดชอบทั้งภูมิปัญญา และงานสร้างสรรค์ จึงเป็นที่มาของโครงการ "ประกวดออกแบบลายผ้าร่วมสมัยสู่สากล" ในระดับนิสิต นักศึกษา เมื่อเดือนมิถุนายน ที่ผ่านมา โดยมีโจทย์ว่าต้องมีความร่วมสมัย ใช้ภูมิปัญญาชาวบ้าน สามารถต่อยอดในภาคอุตสาหกรรมและการพาณิชย์ได้ และเมื่อกิจกรรมเดินทางมาถึงโค้งสุดท้าย ผู้ใหญ่ใจดีก็เปิดพื้นที่บริเวณ ชั้น 1 สยามดิสคัฟเวอรี่ ให้นักออกแบบรุ่นใหม่ได้ร่วมกันโชว์ผลงานพร้อมประกาศผลผู้ชนะเลิศการประกวดไปเมื่อวันก่อน
 
                    กุลณี อิศดิศัย รองอธิบดีรักษาราชการแทนอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า โครงการนี้ได้รับความสนใจจากเยาวชนส่งผลงานเข้าร่วมประกวดมากถึง 40 ทีมจากทั่วประเทศ ก่อนคณะกรรมการประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิในวงการออกแบบและแฟชั่น ได้แก่  ศิริชัย ทหรานนท์ เจ้าของแบรนด์เธียเตอร์, ณรงค์ เลิศกิตศิริ เจ้าของแบรนด์พาซาญ่า และ แพรวา รุจิณรงค์ ผู้เชี่ยวชาญจากกรมหม่อนไหม ฯลฯ ร่วมกันคัดเลือกจนเหลือเพียง 10 ทีมสุดท้าย เพื่อลงพื้นที่เรียนรู้กระบวนการทอผ้าจริงๆ
 
                    "สำหรับทีมที่ได้รับรางวัลที่ 1 ได้แก่ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ประกอบด้วย วิษณุ ศรีมาบุตร-อรุณวิไล ศรีธรรม รองชนะเลิศอันดับหนึ่ง ได้แก่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีศรีวิชัยสงขลา ประกอบด้วย วรวุฒิ สมโสม, สุมัจฉา พัทธานิล, จีระภา สุวรรณโณ และ อนุชฎา ชูเกลี้ยง ส่วนรองชนะเลิศอันดับสอง ได้แก่ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม ประกอบด้วย ฐิติพงศ์ ลิ้วห้อง และ ผดุงศักดิ์ พวงมาลี  ในขณะที่ทีมจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 2 ทีม, มหาวิทยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร 2 ทีม, มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, และทีมรวมมหาวิทยาลัยจากเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ มหาวิทยาลัยศิลปากร มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และมหาวิทยาลัยเกษตรศาตร์ ได้รับรางวัลชมเชยไปครอง"
 
                    เจ้าของรางวัลที่ 1 วิษณุ ศรีมาบุตร และ อรุณวิไล ศรีธรรม ช่วยกันเล่าถึงผลงานของตัวเองว่า ได้นำเอาลายผ้าประจำท้องถิ่นอย่างผ้าขาวม้า โสร่ง และรูปม้า ซึ่งเป็นตัวแทนความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่ในภาคอีสานมารวมกันไว้ในผ้าผืนเดียวกัน โดยใช้เทคนิกการจก ขิด เส้นหางกระรอก และทอสี่ตะกอเพื่อให้เส้นยืนเด่นกว่าเส้นพุ่ง ด้วยการเลือกใช้ไหมบ้านหรือขี้ไหมซึ่งมีขั้นตอนยุ่งยากกว่าเส้นไหมประเภทอื่นตรงที่ต้องลอกกาวไหมออกก่อนจะลงมือย้อมไหมด้วยกระบวนการธรรมชาติ และที่สำคัญทั้งสองคนลงมือทอด้วยตัวเอง
 
                    ขณะที่ วรวุฒิ สมโสม ตัวแทน ม.เทคโนโลยีศรีวิชัยสงขลา เล่าว่า ได้แรงบันดาลใจมาจาก "ลายประจำยาม" อันเป็นส่วนหนึ่งของหนังตะลุงมาครีเอทใหม่ให้มีความเป็น "อาร์ท เดคโค" ผสมผสานกับทรงเรขาคณิต โดยใช้เทคนิกการมัดหมี่ และเลือกใช้ช่างทอจาก จ.สุรินทร์ ซึ่งมีความชำนาญทางด้านนี้โดยเฉพาะ ส่วน ฐิติพงศ์ ลิ้วห้อง ตัวแทนจาก มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม เปิดเผยว่า เพราะเรียนมาทางด้านการออกแบบนิเทศศิลป์ จึงนำเรื่องการออกแบบลวดลายกราฟฟิกมาใช้ร่วมกับภูมิปัญญาท้องถิ่นของตัวเองนั่นคือ ไทยทรงดำ ลายกระดุมเงิน โดยใช้เทคนิคการทอยกดอกลายดอกแปด จนได้ลายน้ำไหล
 
                    ในภาคส่วนของคณะกรรมการ ศิริชัย ทหรานนท์ เปิดเผยว่า จากโจทย์ที่ตั้งไว้ปรากฏว่าเด็กๆ สามารถทำได้ดี ขณะเดียวกันก็เป็นที่น่าชื่นชมว่ายังสามารถหยิบเอาทั้งเรื่องการใช้เทคนิค สีสัน และแรงบันดาลใจมานำเสนอได้อย่างน่าสนใจ อย่างผ้าขาวม้า ถือเป็นลวดลายง่ายๆ ไม่ซับซ้อนที่หลายคนมองผ่าน แต่นักศึกษาก็หยิบขึ้นมาสร้างสรรค์ได้อย่างสวยงาม ขณะเดียวกันก็อยากฝากถึงน้องๆ ให้พัฒนาเรื่องการจับคู่สี เพราะบางครั้งแค่เลือกใช้สีสำหรับเส้นยืนผิดไปก็มีผลให้ลวดลายเพี้ยนไปได้ รวมถึงเรื่องการพรีเซนต์งานกับการลงมือปฏิบัติต้องไปในแนวทางเดียวกัน และสุดท้ายการเลือกใช้วัตถุดิบซึ่งถือว่ามีความสำคัญมาก