ข่าว

'อนุพงษ์'ยันโรดแม็พปรองดองเห็นผลในหนึ่งปี

'อนุพงษ์'ยันโรดแม็พปรองดองเห็นผลในหนึ่งปี

15 ก.ย. 2557

'อนุพงษ์'ระบุเล็งคลอดสปช.ด้านปกครองท้องถิ่น50ชื่อ ยันโรดแม็พปรองดองเห็นผลในหนึ่งปี

              15ก.ย. 2557พล.อ.อนุพงษ์ในฐานะประธานคณะกรรมการสรรหาด้านการส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เปิดเผยด้วยว่า เวลานี้ได้รายชื่อผู้ได้รับการเสนอชื่อด้านท้องถิ่นส่งมาให้กรรมการสรรหาแล้ว 400 กว่าคน ที่ต้องคัดให้เหลือ 50 รายชื่อ ก็จะพยายามให้มีตัวแทนจากหลายภาคส่วน อาทิ ส่วนวิชาการ ข้าราชการกระทรวงรวมถึงในระดับท้องถิ่น แล้วส่งไปให้คสช.คัดต่อไป ซึ่งวันนี้น่าจะเคาะรายชื่อได้ แล้ววันที่ 18 ก.ย.นี้ก็จะส่งรายชื่อให้คสช.ได้พิจารณาต่อไป


ยันโรดแม็พปรองดองเห็นผลในหนึ่งปี

              พล.อ.อนุพงษ์ ให้สัมภาษณ์หลังมอบนโยบายการบริหารงานต่อผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทยถึงการแบ่งงานกับนายสุธี มากบุญ รมช.มหาดไทยว่า ต้องรอประชุมภายในกับนายสุธีในอีก 1-2 วันนี้ แต่ในส่วนของวาระงานที่สำคัญจริงๆ ก็จะมีการประชุมร่วมกัน โดยคาดว่าตนจะดูแลกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น กรมการพัฒนาชุมชน และหน่วยงานรัฐวิสาหกิจในกระทรวงมหาดไทย อย่างไรก็ตาม ก็ต้องหารือกับนายสุธีอีกครั้ง เพราะนายสุธีเป็นอดีตข้าราชการกระทรวงมหาดไทยทั้งนี้ กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นงบที่มีเม็ดเงินงบประมาณมากที่สุดของกระทรวงมหาดไทย อย่างในงบฯ2558 ก็มีเม็ดเงินร่วม 6 แสนล้านบาท

              พล.อ.อนุพงษ์กล่าวต่อว่า สำหรับนโยบายเรื่องความปรองดอง เห็นว่าประเทศชาติจะไม่สามารถพัฒนาไปข้างหน้าได้หากประชาชนไม่เกิดความสงบเรียบร้อย การจะเกิดความสงบเรียบร้อยผมเน้นในเรื่องความปรองดองเป็นสำคัญ การเห็นต่างต้องเป็นการเห็นต่างที่อยู่ร่วมกันได้ ช่วงที่ผ่านมาประชาชนมีการเสพข้อมูลกันหลายๆด้าน อาจเป็นข้อมูลที่ไม่ได้กลั่นกรองส่วนหนึ่ง ทำให้เกิดความเข้าใจผิด และเกิดความขัดแย้งในสังคมขึ้น ซึ่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ดำเนินงานส่วนนี้ได้เป็นอย่างดี ในส่วนของกระทรวงมหาดไทย ได้ใช้กลไกของผู้ว่าราชการจังหวัด กำนันผู้ใหญ่บ้าน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไม่ว่าจะเป็น อบต. อบจ. เทศบาลที่จะสร้างความเข้าใจให้ประชาชนในเรื่องการสร้างความปรองดอง ส่วนในเรื่องเพิ่มเติมก็จะไปลงรายละเอียดการปฏิบัติเพื่อให้ประชาชนเข้าใจมากขึ้น ซึ่งผมจะประชุมกับทางผู้ว่าราชการจังหวัด และนายอำเภอส่วนหนึ่งลงไประดับการปกครองท้องที่ แต่อาจมีข้อติดขัดในเรื่องการประชุมผ่านวีดีโอคอนเฟอร์เรนส์ ก็ต้องหารือกันอีกครั้งหนึ่ง แต่ในส่วนเรื่องการปกครองส่วนท้องถิ่นก็จะเป็นอีกวาระหนึ่ง

              ผู้สื่อข่าวถามว่าปัญหาความขัดแย้งในสังคมไทยเกิดขึ้นมานานแล้ว จะสามารถแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้ตามโรดแม็พคสช.ในช่วงหนึ่งปีได้อย่างไร พลเอกอนุพงษ์ กล่าวว่า ถ้ามองตามบริบททางสังคมในช่วงนี้ถือว่าประชาชนมีความเข้าใจมากขึ้น จากการที่ได้ประเมินจากผู้ใต้บังคับบัญชาและคนรู้จักต่างบอกว่ามีความเข้ามใจกันมากขึ้น

              “ต้องสร้างความเข้าใจต่อประชาชนให้เกิดผล ไม่ว่าใครจะมาให้ข้อมูลที่บิดเบือนก็ต้องใช้การไตร่ตรองอย่างรอบคอบ เพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ ไม่เผชิญหน้ากัน ถ้าปัญหามันบานปลายก็จะทำให้แก้ปัญหายาก เหมือนในช่วงที่ผ่านมาที่มีการใช้อาวุธทำร้ายกัน เปรียบเสมือนแก้วที่มันแตก ดังนั้นการหยุดสถานกาณณ์ความรุนแรง ส่วนตัวผมเชื่อว่าประชาชนส่วนใหญ่เข้าใจและน่าจะบรรลุผลได้ภายในหนึ่งปี เพราะถ้าเกินกว่าหนึ่งปี ประเทศชาติก็คงจะแย่ ผมมาอยู่เพื่อทำเรื่องปฏิรูปให้สำเร็จ พอมีการเลือกตั้งใหญ่เสร็จผมก็ไป “พล.อ.อนุพงษ์ระบุ

 

"พรเพชร”ยันไร้ล็อกสเปกสปช.อัดสื่อคาดการณ์เอง

              นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) ในฐานะประธานคณะกรรมการสรรหาสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.) ด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม ให้สัมภาษณ์ความคืบหน้าการคัดสรรบุคคลเข้าเป็น สมาชิก สปช.ด้านต่างๆ 11 ด้านว่า วันนี้(15 ก.ย.) มีการประชุมคณะกรรมการสรรหา โดยได้วางหลักเกณฑ์การคัดเลือกตัวบุคคลที่จะมาเป็น สปช. ซึ่งปลายเดือนก.ย.นี้ คณะกรรมการสรรหาจะส่งรายชื่อผู้ได้รับการคัดเลือกด้านละ 50 คน รวม 550 คน ให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) คัดเลือกเหลือ 173 คน กับรายชื่อจากจังหวัด 77 คน รวมทั้งหมดไม่เกิน 250 คน ซึ่งขั้นตอนนี้คาดว่า คสช. จะใช้เวลาประมาณ 10 วัน และคาดว่าจะนำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ ได้ในช่วงต้นเดือนต.ค. ทั้งนี้ยืนยันว่าการสรรหา สปช. ไม่มีการล็อกสเปก หรือมีกรรมการคนใดพูดจาหว่านล้อมเพื่อจูงใจให้เลือกบุคคลเป็น สปช. นอกจากสื่อมวลชนคาดการณ์กันเอง ยืนยันจะคัดเลือกคนที่มีความรู้ความสามารถ และการเดินหน้าปฏิรูปประเทศจะสำเร็จได้หรือไม่อยู่ที่บุคคลที่เข้ามาทำหน้าที่ที่ต้องมีความพร้อม

 

เผยสนช.ถกงบวาระ2-3วันพรุ่งนี้ วันเดียวจบ

              นายพรเพชร ให้สัมภาษณ์ถึงการประชุม สนช. วันที่ 16 ก.ย. เพื่อพิจารณาวาระร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ2558 ในวาระ 2 และ 3 ว่า จะเปิดให้สมาชิก สนช. อภิปรายตามที่สงวนคำแปรญัตติไว้อย่างเต็มที่ เบื้องต้นมีสมาชิกแปรญัตติประมาณ 7 -8คน และคาดว่าจะใช้เวลาประชุมเพียง 1 วันเพียงพอในการพิจารณาวาระดังกล่าว

              ด้านน.พ.เจตน์ ศิรธรานนท์ สนช. ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการสามัญกิจการ สนช. ชั่วคราว (วิป สนช.) กล่าวว่า การประชุม สนช. เพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯ จะเปิดให้หน่วยงานหรือรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องเข้ารับฟังการประชุมเพื่อชี้แจงข้อสงสัยของสมาชิก สนช. ที่อาจจะต้องการสอบถามความจำเป็นในการใช้งบประมาณแต่ละกระทรวง

 

 สนช.เล็งถกจัดซื้อไมค์ฉาว
    
             นายพีระศักดิ์ พอจิต รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ คนที่ 2 กล่าวถึงกรณีที่พล.อ.ประยุทธ์สั่งการให้คณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการใช้งบประมาณภาครัฐ(คตร.) ตรวจสอบกรณีการจัดซื้อจัดจ้างห้องประชุมคณะรัฐมนตรีภายในทำเนียบรัฐบาล ที่อาจมีราคาสูงเกินความเป็นจริง ว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่สังคมจับตามอง แต่เชื่อว่าการประชุม สนช. ในวันที่ 16 หรือ 18 ก.ย.นี้ อาจจะมีการหยิบเรื่องนี้มาหารือในที่ประชุม อย่างไรก็ตามเชื่อว่าเรื่องนี้จะไม่มีผลกระทบกับภาพลักษณ์ต่อความเชื่อมั่นที่มีต่อรัฐบาล และพล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะนายกรัฐมนตรี เพราะหากแยกแยะตามข้อเท็จจริงก็ต้องดูว่านายกรัฐมนตรีเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ด้วยหรือไม่ ซึ่งจากข้อเท็จจริงนายกรัฐมนตรีไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง แต่ในฐานะผู้นำรัฐบาลก็ได้รับผิดชอบด้วยการให้ คตร. เร่งตรวจสอบ ดังนั้นทุกอย่างเป็นเรื่องของการชี้แจงข้อเท็จจริง หากตอบได้ทุกคำถามและมีการแสดงความบริสุทธิ์ว่าไม่มีการทุจริตเชื่อว่าเรื่องคงจบ