
ชาวชุมชนร่วมเทใจทำบ้านวัดไทรน่าอยู่
ชาวชุมชนร่วมเทใจทำบ้านวัดไทรน่าอยู่
ปัญหาทางเศรษฐกิจปากท้องเป็นเรื่องสำคัญต่อการดำรงอยู่ของคนไทยส่วนใหญ่ สภาพแวดล้อมที่ส่งผลต่อสุขภาพกายและสุขภาพใจมักเป็นเรื่องรองลงมาหรืออยู่ในอันดับท้ายๆ แต่ที่ชุมชนบ้านวัดไทร ต.คลองตาคต อ.โพธาราม จ.ราชบุรี ชาวบ้านกลับเห็นว่า สภาพล้อมของชุมชนที่สะอาดร่มรื่นช่วยทำให้ชุมชนดูปลอดภัยและน่าอยู่อาศัย
บุญช่วย แมลงภู่ ข้าราชการครูวัยเกษียณ ใช้เวลาว่างที่เหลืออยู่ชักชวนลูกศิษย์ คนในชุมชนหมู่ 1 บ้านวัดไทร ร่วมกันปรับสภาพแวดล้อมสองข้างถนนที่เป็นเส้นทางขนานกับทางรถไฟสายใต้ ภายใต้โครงการ “สองข้างทางสวยงาม บ้านวัดไทรน่าอยู่” ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) และเทศบาลคลองตาคต องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่รู้ความต้องการของชาวบ้านเป็นอย่างดี
บ้านวัดไทร หมู่ 1 ปัจจุบันมีบ้านอยู่อาศัย 658 หลังคาเรือน ประชากรราว 1,500 คน ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพราชการ เป็นแรงงานรับจ้างในโรงงานทอผ้าบ้าง โรงงานเซรามิก โรงงานที่นอน และโรงงานตุ๊กตา ที่เหลือก็เป็นเกษตรกรปลูกผักและทำนาอยู่เล็กน้อย เพราะเนื้อที่น้อยลงกว่าเดิมมาก บ้านพักอาศัยตั้งอยู่ริมถนนคู่ขนานกับทางรถไฟ มีพื้นที่ว่างระหว่างทางรถไฟกับถนนที่ใช้สัญจรไปมา พื้นที่เหล่านั้นบ้างก็ถูกปล่อยให้รกร้างเพราะวัชพืชที่ขึ้นปกคลุม นานๆ ครั้งพนักงานจากหน่วยงานการรถไฟแห่งประเทศไทยจะมาตัดถางวัชพืชเหล่านั้นเมื่อเห็นว่าอาจเป็นอุปสรรคต่อการเดินรถไฟได้
“หมู่บ้านเราเป็นทางเข้าหมู่บ้านใน ต.คลองตาคต ที่เชื่อมมาจากถนนใหญ่ สภาพข้างทางรถไฟเดิมจะเป็นป่ารกร้าง กลายเป็นที่ทิ้งขยะ มีสภาพไม่น่ามอง พอตกกลางคืนก็มีสภาพน่ากลัว ดูไม่น่าปลอดภัย เราเลยมาทำประชาคม ประชุมกัน แล้วก็เอากรรมการหมู่บ้านที่มีอยู่แล้วเข้ามาร่วม มีประธาน อสม. รองนายก อบต. และมีกำนันเป็นประธาน ได้ความคิดว่า จะต้องปรับปรุงสองข้างทางให้มีสภาพดีขึ้น ปลอดภัยขึ้น” หัวเรือใหญ่ของโครงการ เล่าถึงที่มา
หลังการประชุมได้ประสานงานกับเจ้าของพื้นที่คือ การรถไฟแห่งประเทศไทย เห็นชอบที่จะให้ชุมชนพัฒนาปรับสภาพพื้นที่ที่รกร้างให้สามารถปลูกต้นไม้ให้ความร่วมรื่นได้ โดยครั้งแรกได้ขอความอนุเคราะห์รถไถมาปรับสภาพ ได้รับคำแนะนำจากเกษตรประจำตำบลว่า ให้ปลูกพืชบำรุงดินก่อน และเห็นว่า ต้นปอเทือง พืชในตระกูลถั่ว สามารถช่วยฟื้นฟูพื้นดินให้ร่วนซุยเหมาะแก่การปลูกต้นไม้ จึงดำเนินการหว่านปอเทืองตามคำแนะนำ เมื่อเติบโตเต็มที่ปอเมืองจึงบานสะพรั่งเหลืองสดตลอดแนวทางรถไฟ เป็นระยะเวลา 45 วัน เมื่อดอกร่วงก็ตัดปอเทือง และหว่านใหม่ รวมทั้งสิ้น 3 รอบ เมื่อได้สภาพดินพร้อมปลูกต้นไม้ จึงขอความช่วยเหลือต้นกล้าของพืชจากศูนย์เพาะชำกล้าไม้ จ.ราชบุรี ซึ่งให้พันธุ์ไม้มาหลายชนิด เช่น เหลืองปรีดียาธร ตะแบก ประดู่ หูกระจง แคแสด ต้นคูน และเริ่มลงมือปลูกอย่างเป็นระเบียบตามแนวถนนเมื่อปลายปี 2556 ที่ผ่านมา
“กิจกรรมการปลูกต้นไม้ครั้งนี้เป็นความร่วมมือของชาวชุมชน ทั้งกลุ่มผู้สูงอายุ โรงเรียนในพื้นที่ 4 แห่ง กลุ่มริมน้ำแม่กลอง กลุ่มรถไฟตะวันออก กลุ่ม อสม. กลุ่มกองทุนหมู่บ้าน และกลุ่ม กศน. รวมแล้ว 100 กว่าคน ช่วยกันดูแล รดน้ำต้นไม้ที่ปลูกไว้ ซึ่งขณะนี้เริ่มโตขึ้นบ้างแล้ว และทางเทศบาลก็พร้อมสนับสนุนช่วยดูแลด้วย”
ผู้รับผิดชอบโครงการเล่าว่า จากการสอบถามความเห็นจากชาวบ้านต่างเห็นไปในทางเดียวกันในการปรับปรุงภูมิทัศน์ริมทางรถไฟ ไม่เฉพาะแต่หมู่ 1 บ้านวัดไทรเท่านั้น แต่ต้องการให้ขยายผลออกไปยังชุมชนริมทางรถไฟอื่นๆ ด้วย เพราะทำให้สภาพแวดล้อมสะอาด มีความสวยงาม ร่มรื่น เมื่อต้นไม้เติบโตก็จะได้ให้ร่มเงา สร้างพื้นที่สีเขียวให้แก่หมู่บ้าน ใช้เป็นที่พักผ่อน ออกกำลังกาย หรือเป็นพื้นที่ทำกิจกรรมร่วมกันได้
ไม่เพียงแต่ทัศนียภาพ สิ่งแวดล้อมที่สวยงามเท่านั้น กิจกรรมของโครงการยังทำให้เกิดความสัมพันธ์ในชุมชนในทางที่ดีขึ้น ความร่วมมือในการทำกิจกรรมอื่นๆ ที่ตามมา นับเป็นตัวอย่างของชุมชนเล็กๆ อีกแห่งที่ใส่ใจต่อกัน



