
น้ำมันขึ้น1.55บาทต่อลิตร1ก.พ.รีดสรรพสามิตทยอยจนครบ5บาท
30 ม.ค. 2552
ขึ้นราคาน้ำมันทุกชนิดยกเว้นอี 85 ในอัตรา 1.55 บาทต่อลิตร มีผล 1 ก.พ.นี้ หลังเก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมันเพิ่ม เผยรอบต่อไปปรับไม่เกิน 1.50 บาทต่อลิตร คาดใช้เวลา 2 เดือนขึ้นได้ครบตามภาษี ใช้เงินกองทุนราว 3.5-4 พันล้านบาท
นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) แถลงผลการประชุมเมื่อวันที่ 29 มกราคม ว่า ที่ประชุม กบง.มีมติปรับขึ้นราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงทุกประเภทในอัตราลิตรละ 1.55 บาท ยกเว้นอี 85 มีผลวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2552 หลังจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติให้ปรับเพิ่มอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมันในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2552 โดยจะมีการปรับลดอัตราเงินส่งเข้ากองทุนน้ำมัน เพื่อให้ราคาน้ำมันขายปลีกทยอยเพิ่มขึ้นในระดับ และช่วงเวลาที่เหมาะสม และไม่ให้ส่งผลกระทบต่อประชาชนผู้บริโภคมากนัก
ส่วนการปรับขึ้นราคาครั้งต่อไป ที่ประชุมมีมติให้ปรับขึ้นไม่เกิน 1.50 บาทต่อลิตร โดยให้อำนาจรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานเป็นผู้พิจารณาว่าจะปรับขึ้นในอัตราเท่าใด ซึ่งเบื้องต้นคาดว่าจะใช้เวลา 2 เดือน จึงจะมีการขึ้นราคาจนครบกับอัตราภาษีที่ปรับขึ้นไป และคาดว่าจะต้องใช้เงินกองทุนน้ำมันมาช่วยดูแลรวม 3,500-4,000 ล้านบาท แต่จะไม่ส่งผลกระทบต่อเงินกองทุนน้ำมัน เพราะปัจจุบันเงินกองทุนมีฐานะเป็นบวก โดยเมื่อตัดหนี้การนำเข้าของบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กว่า 8,000 ล้านบาทแล้ว เงินกองทุนมีฐานะเป็นบวกสุทธิ 4,000 ล้านบาท ในขณะที่ปัจจุบันก่อนที่จะเข้าไปรับภาระภาษีมีรายรับเดือนละประมาณ 3,500 ล้านบาท
ทั้งนี้ การใช้กลไกดังกล่าวทำให้ลดผลกระทบการปรับขึ้นราคาน้ำมันที่เกิดจากการประกาศปรับเพิ่มขึ้นภาษีในอัตราใหม่ และการครบวาระมาตรการลดค่าครองชีพที่ใช้มาในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา โดยรวมแล้วหากกองทุนน้ำมันไม่เข้าไปดำเนินการช่วยเหลือราคาน้ำมันจะต้องมีการปรับขึ้นในอัตรา 1.55-5.28 บาทต่อลิตร แบ่งเป็นอัตราดังนี้ เบนซิน 95, 91 ปรับขึ้นลิตรละ 1.55 บาท, น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95, 91 ปรับขึ้นลิตรละ 5.28 บาท, น้ำมันอี 20 ปรับขึ้นลิตรละ 4.69 บาท, น้ำมันดีเซลบี 2 ปรับขึ้นลิตรละ 3.88 บาท และน้ำมันบี 5 ปรับขึ้นลิตรละ 2.47 บาท
นพ.วรรณรัตน์ กล่าวว่า ระหว่างรอยต่อของการปรับขึ้นราคา คือ ในช่วงคืนวันที่ 31 มกราคมต่อเนื่องวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ที่จะมีการปรับราคาใหม่นั้น กระทรวงพลังงานจะร่วมกับหน่วยงานต่างๆ เช่น กรมการค้าภายใน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผู้ว่าราชการจังหวัดต่างๆ ออกตรวจสต็อกน้ำมันทุกปั๊มทั่วประเทศ 18,787 แห่ง แบ่งเป็น 2,359 สาย คาดว่าจะใช้เวลา 2-3 ชั่วโมง จึงจะตรวจสต็อกเสร็จสิ้น เพื่อป้องกันการใช้ประโยชน์จากการขึ้นภาษีน้ำมันในครั้งนี้
"ในส่วนของผมเองจะเริ่มเข้าไปตรวจสอบและปล่อยสายการตรวจสต็อกที่สถานีบริการน้ำมัน ปตท. สาขาเพื่อสวัสดิการกรมทหารราบ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ ถนนวิภาวดีรังสิต เวลา 21.00 น." รมว.พลังงานกล่าว
นายวีระพล จิรประดิษฐกุล ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กล่าวว่า กระทรวงพลังงานได้ตกลงกับผู้ค้าน้ำมันว่า ในช่วงนี้จะยังไม่มีการเปลี่นแปลงราคาน้ำมันจนกว่าจะถึงวันที่ 1 กุมภาพันธ์ เพื่อป้องกันการสับสนของการขึ้นราคาน้ำมันดังกล่าว และในช่วงนับจากนี้ไปจนถึงการปรับขึ้นราคาเทียบกับภาษีปรับขึ้นราคาน้ำมันก็จะมีการเปลี่ยนแปลงตามประกาศของ กบง.คือ ปรับขึ้นไม่เกินครั้งละ 1.50 บาท โดยคาดว่าจะใช้เวลา 3-4 ครั้ง ในช่วง 2 เดือนนี้ โดยจะใช้เงินกองทุนเข้าไปดูแลค่าการตลาดน้ำมันของผู้ค้าจะคงที่เฉลี่ยประมาณ 1.50 บาทต่อลิตร ไม่ว่าราคาน้ำมันตลาดโลกจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างใดก็ตาม
ส่วนเงินกองทุน ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ รองรับการปรับขึ้น 1.55 บาทต่อลิตร กองทุนจะเข้าไปช่วยเหลือแก๊สโซฮอล์และไบโอดีเซลเท่านั้น ส่วนเบนซินจะไม่เข้าไปช่วยเหลือ ทำให้ราคาปรับขึ้นตามอัตราภาษีที่เพิ่มขึ้นอย่างแท้จริง คือ ภาษีสรรพสามิต บวก ภาษีมูลคาเพิ่ม บวก ภาษีเทศบาลที่ 1.55 บาทต่อลิตร
ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงเงินกองทุนน้ำมันในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ จะเป็นดังนี้ เบนซิน 95 เก็บอัตรา 7 บาท และเบนซิน 91 เก็บอัตรา 4 บาท แก๊สโซฮอล์ 95 จะเปลี่ยนแปลงจาก 2.35 บาท เป็นติดลบ 1.15 บาท แก๊สโซฮอล์ 91 อัตราจากเดิม 1.75 บาท เป็นติดลบ 1.75 บาท อี 20 จากเดิมติดลบ 0.30 บาท เป็นติดลบ 3.25 บาท บี 2 จากเดิม 1.70 บาท เป็นติดลบ 0.50 บาท บี 5 ติดลบ 0.20 บาท เป็นติดลบ 1.08 บาท
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ค่าการตลาดน้ำมันของผู้ค้านับได้ว่าเป็นการถัวเฉลี่ย โดยค่าการตลาดบางส่วนสูงกว่าที่ควรจะเป็น แต่บางส่วนต่ำกว่าที่ควรจะเป็น โดยน้ำมันเบนซิน 95 ค่าการตลาดอยู่ที่ 5 บาท เบนซิน 91 ลิตรละ 0.60 บาท อี 10 ลิตรละ 1.36 บาท บี 2 ลิตรละ 2.00 บาท บี 5 ลิตรละ 2.50 บาท
ด้านนายอนุสรณ์ แสงนิ่มนวล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บางจาก กล่าวว่า การปรับเปลี่ยนภาษีและเงินกองทุน นับเป็นการเข้าไปดูแลผลกระทบของผู้บริโภคผู้ค้าน้ำมันไม่ได้ประโยชน์จากเรื่องนี้แต่อย่างใด และจากนโยบายนี้คาดว่าจะมีผู้หันมาใช้พลังงานทดแทนมากขึ้น ทั้งแก๊สโซฮอล์และบี 5 ในส่วนของบางจาก มีแผนขยายปั๊มอี 85 เพิ่มขึ้นหากความต้องการเพิ่มขึ้นจากปัจจุบันมี 1 แห่ง คาดปีนี้น่าจะขยายเป็น 3 แห่ง และภาพรวมตลาดน้ำมันคาดว่าจากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลจะทำให้การใช้น้ำมันปีนี้ของประเทศไม่ติดลบ โดยคาดว่าอัตราการใช้จะใกล้เคียงกับปีที่แล้ว



