ข่าว

ไต้ฝุ่น‘คัลแมกี’มุ่งหน้าไปจีนวันนี้

ไต้ฝุ่น‘คัลแมกี’มุ่งหน้าไปจีนวันนี้

15 ก.ย. 2557

จีนเตรียมพร้อมรับมือพายุไต้ฝุ่น ‘คัลแมกี’ ที่คาดว่าจะพัดเข้าสู่กวางตุ้งและไหหลำ หลังพัดขึ้นฝั่งฟิลิปปินส์เมื่อคืนวานทำให้เกิดฝนตกหนัก-อพยพปชช.หลายพันคน

 
                    15 ก.ย.57 ทางการในมณฑลกวางตุ้งและมณฑลไห่หนาน หรือ เกาะไหหลำของจีน ได้เริ่มการเตรียมความพร้อมฉุกเฉิน หลังจากศูนย์อุตุนิยมวิทยาแห่งชาติ หรือ NMC เตือนภัยระดับสีเหลือง ซึ่งสูงสุดเป็นอันดับที่ 2 เพื่อเตรียมรับมือกับพายุไต้ฝุ่นคัลแมกี ที่เป็นภาษาเกาหลี แปลว่า นกนางนวล
 
                    NMC ได้คาดการณ์ว่า พายุไต้ฝุ่นคัลแมกี จะพัดเข้าถึงน่านน้ำทางตะวันออกของทะเลจีนใต้ในเช้าวันนี้ และคาดว่าความรุนแรงของพายุจะอ่อนกำลังลงเล็กน้อย ก่อนจะมุ่งหน้าไปทางตะวันตกเข้าสู่มณฑลกวางตุ้ง และทางตะวันออกของมณฑลไหหลำ และคาดว่าจะอ่อนกำลังลงอีกเล็กน้อยเช่นกัน
 
                    NMC ระบุว่า อิทธิพลของพายุคัลแมกี จะส่งผลกระทบต่อพื้นที่ชายฝั่งจนถึงเย็นวันนี้ ขณะที่โรงพยาบาลบนเกาะไหหลำ ได้เตรียมรับมือในระดับสูงมาตั้งแต่วันเสาร์ หรือ 72 ชั่วโมงก่อนพายุเข้า ส่วนเมืองซันชาบนเกาะไหหลำ ได้ส่งเจ้าหน้าที่หลายกลุ่มออกไปให้ความช่วยเหลือประชาชนเสริมบ้านให้แข็งแรง รวมถึงตรวจสอบสถานีจ่ายกระแสไฟฟ้าด้วย
 
                    หน่วยงานพัฒนาสิ่งแวดล้อมและที่ดินในเมืองซันชา ได้ประกาศเรียกเรือประมงกลับเข้าฝั่งและช่วยพวกเขาเสริมบ้านเรือน ส่วนที่มณฑลกวางตุ้ง เจ้าหน้าที่กู้ภัยและบรรเทาทุกข์ ได้เรียกร้องให้เจ้าหน้าที่สังเกตการณ์ในท้องถิ่น ร่วมกันจับตาการเคลื่อนไหวของไต้ฝุ่นคัลแมกีอย่างใกล้ชิด และรายงานความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง หลัง NMC พยากรณ์ว่า พายุไต้ฝุ่นลูกนี้จะพัดเข้ามณฑลตุ้ง ภายในบ่ายวันอังคารและจะทำให้เกิดฝนตกหนัก
 
 
ไต้ฝุ่น ‘คัลแมกี’ ขึ้นฝั่งฟิลิปปินส์วานนี้ อพยพปชช.หลายพันคน
 
 
                    พายุไต้ฝุ่น คัลแมกี พัดขึ้นฝั่งบนเกาะลูซอนทางภาคเหนือของฟิลิปปินส์เมื่อคืนวานทำให้เกิดฝนตกหนัก ต้องอพยพประชาชนหลายพันคน ล่าสุดพายุกำลังเคลื่อนตัวออกจากฟิลิปปินส์วันนี้ และมุ่งหน้าไปยังภาคใต้ของจีน
 
                    พายุไต้ฝุ่น คัลแมกี ซึ่งเป็นชื่อภาษาเกาหลีหมายถึง นกนางนวล แต่ชาวฟิลิปปินส์เรียกว่าพายุ ลูอิส พัดขึ้นฝั่งที่จังหวัดอิสซาเบล่า บนเกาะลูซอนทางภาคเหนือของฟิลิปปินส์เมื่อคืนวานด้วยความเร็วลม 160 กม/ชม. ทำให้เกิดฝนตกหนักและลมกระโชกแรง  ระดับน้ำในเขื่อนหลายแห่งเพิ่มสูงขึ้นในระดับที่เป็นอันตราย จนต้องระบายน้ำออกจากเขื่อน และประชาชน 7,801 คนต้องอพยพออกจากบ้านเรือนในพื้นที่เสี่ยงล่วงหน้า แต่ยังไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิตหลังพายุขึ้นฝั่ง แม้ว่าก่อนหน้านั้นมีเรือที่บรรทุกผู้โดยสารกว่า 100 คนประสบเหตุล่มท่ามกลางคลื่นสูงเมื่อคืนวันเสาร์ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 3 คน และสูญหาย 3 คน
 
                    คาดว่าพายุจะเคลื่อนตัวออกจากฟิลิปปินส์ภายในก่อนเที่ยงวันนี้ แต่บางเมืองยังต้องเฝ้าระวังอาจเกิดสตอร์มเซิร์จได้ โดยพายุกำลังเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือมุ่งหน้าสู่ทะเลจีนใต้
 
 
 
 
 
-----------------------------------------
 
 
(ภาพ : EPA ,AFP)