ข่าว

'ประยุทธ์'ถือฤกษ์09.09น. เข้าทำเนียบฯ

'ประยุทธ์'ถือฤกษ์09.09น. เข้าทำเนียบฯ

15 ก.ย. 2557

"ประยุทธ์" ถือฤกษ์ 09.09 น. เข้าทำเนียบรัฐบาล

 
 
          วันที่ 15 ก.ย.57  เมื่อเวลา 09.09 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้เดินทางเข้ามายัง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล โดยใช้รถประจำตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบก เป็นรถเบนซ์สีดำ ทะเบียน ศท 1251 พร้อมด้วยชุดรถตามขบวนรักษาความปลอดภัย 9 คันตามปกติ
 
           พล.อ.ประยุทธ์ แต่งกายด้วยสูทสีเทา และลงจากรถด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ก่อนจะทักทาย พล.อ.วิลาศ อรุณศรี ว่าที่เลขาธิการนายกรัฐมนตรี พร้อมกับ นางเรณู ตังคจิวางกูร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี และข้าราชการประจำทำเนียบที่มาให้การต้อนรับ ก่อนที่พล.อ.ประยุทธ์ จะเข้าไปในห้องทำงานและเข้าสักการะพระพุทธรูปในห้องทำงาน
 
          อย่างไรก็ตามวันนี้ยังถือเป็นวันครบกำหนดส่งคืนอาคารบัญชาการ 2 หลังทำการบูรณะมากว่า 45 วัน ซึ่งเบื้องต้นยังไม่เรียบร้อยดี เหลือการตกแต่งอีกเล็กน้อย
 
 
 
"สุวพันธุ์" เข้าทำงานที่ทำเนียบ ขอโอกาสรัฐบาลได้ทำงาน 
 
 
           ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาล ว่า นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เดินทางเข้าทำงานที่ทำเนียบรัฐบาล โดยได้ให้ผู้ติดตามอุ้มองค์พระพุทธรูปพระพุทธชินราชเข้าไปตั้งในห้องทำงาน บนตึกบัญชาการ1 ก่อนที่จะขึ้นตึกไทยคู่ฟ้าไปสักการะองค์ท้าวมหาพรหม แล้วลงมาสักการะพระภูมิเจ้าที่ สิ่งศักดิ์สิทธิประจำทำเนียบรัฐบาล
 
          นายสุวพันธุ์ ให้สัมภาษณ์ ว่า สำหรับเรื่องการแบ่งงานอย่างเป็นทางการนั้นนายกรัฐมนตรียังไม่ได้ลงนามในคำสั่ง คาดว่าวันอังคารที่ 16 ก.ย.คงได้รับทราบเพราะมีการประชุมครม. แต่ที่ได้รับมอบหมายขณะนี้คือเป็นผู้ประสานงานสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งกำลังจะตั้งคณะกรรมการประสานงานกับสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) โดยต้องหารืออย่างเป็นทางการกับนายกรัฐมนตรีก่อน อย่างไรก็ตามเรามีกฎหมายหลักที่ต้องแก้ไขหลายฉบับ ดังนั้นทำอย่างไรจะให้กฎหมายราบรื่นในการเสนอ ไม่ติดขัด เพื่อให้เกิดประโยชน์ที่แท้จริงได้ ทั้งนี้ อาจจะตั้งเป็นทีมเล็กๆ ประมาณ 20 คน 
 
          "ผมคงต้องเปลี่ยนแปลงตัวเอง เพราะเคยรับหน้าที่มาอย่างหนึ่ง ตอนนี้รับหน้าที่อีกอย่างหนึ่งคงต้องปรับปรุงและต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองตามสมควร และไม่เคยคิดว่าจะมาทำหน้าที่นี้มาก่อน แต่เมื่อนายกรัฐมนตรีคิดว่าผมทำงานให้ท่านได้ ท่านเชื่อใจ ผมก็มาทำงาน และจะทำให้เต็มที่"
 
          ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่จะมีการพิจารณาตัวบุคคลให้ดำรงตำแหน่งผอ.สำนักข่าวกรองแห่งชาติ นายสุวพันธุ์ กล่าวว่า จะพิจารณาจากรองผอ.สำนักข่าวกรองให้ขึ้นมาแทน ก็จะต้องเสนอไปตามลำดับขั้น
 
          เมื่อถามถึงความเป็นห่วงที่มีต่อปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ นายสุวพันธุ์ กล่าวว่า ตนก็ห่วงธรรมดา แต่ถ้าเรายึดหลักพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว คือ เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา และหลักของนายกรนัฐมนตรี คือ ฟังก่อน ทำทันที มีผลสำริด และยั่งยืน และดำเนินการจัดทำแผนปฏิบัติการให้สอดคล้อง ตนก็เชื่อว่าน่าจะดีขึ้น เพราะเชื่อว่างานด้านภาคใต้นั้นคงมีคนที่มีความรู้หลายคนเข้ามาช่วยกัน ก็น่าจะไปได้ ส่วนสถานการณ์ที่ยังไม่ค่อยดีเท่าใดนั้นตนเชื่อว่าขณะนี้อยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านพอดี คิดว่ารออีกสักระยะหนึ่งให้รัฐบาลได้มีโอกาสได้ทำงานตามแนวทางรัฐบาล และหน่วยงานในพื้นที่ก็ทำงานไปตามนโยบายหน่วยงาน การพูดคุยสร้างสันติสุขที่เดินหน้าไปส่วนหนึ่งแล้วก็ให้เดินต่อไปตามที่ควรจะเป็น คิดว่าก็น่าจะดีขึ้น ซึ่งตนไม่อยากพูดว่ามันจะดีขึ้นอย่างทันอกทันใจ 
 
          "ผมคิดว่าให้โอกาสรัฐบาลชุดนี้ทำงานภาคใต้อย่างจริงๆจังๆ สัก 3-6 เดือนผมคิดว่าน่าจะเห็นอะไรที่เป็นรูปธรรมมากขึ้น บางอย่างรัฐบาล เจ้าหน้าที่รัฐบาลเขากำลังทำอยู่ แต่เขาพูดไม่ได้ว่าทำอะไรอยู่บ้าง แต่เท่าที่ตนทราบมันจะทำให้การแก้ปัญหาภาคใต้เป็นเอกภาพมากขึ้น เกิดความไว้วางใจระหว่างรัฐบาลไทยกับข้างนอก กับในพื้นที่ ลองให้รัฐบาลได้ทำในสิ่งที่รัฐบาลได้วางแนวทางไว้ นายกรัฐมนตรีและคนที่เข้ามาทำงานภาคใต้นั้นไม่มีวาระส่วนตัว ทุกอย่างมีวาระเดียวคือทำให้เกิดสันติสุขอย่างยั่งยืน ไม่มีเรื่องอื่น และนายกรัฐมนตรีก็ยืนเรื่องนี้มาตลอด"
 
          เมื่อถามว่า นายกรัฐมนตรีทราบปัญหาอย่างแท้จริงมานานแล้วตั้งแต่เป็นผบ.ทบ. นายสุวพันธุ์ กล่าวว่า ตอนนี้นายกรัฐมนตรีรับผิดชอบเต็มที่และสมบูรณ์แล้วก็น่าจะดี ลองให้โอกาสสักนิด หากมีอะไรก็ชี้แนะกันเข้ามา
 
          ผู้สื่อข่าวถามว่าการเจรจารอบใหม่ที่จะเกิดขึ้นจะส่งผลดีหรือไม่ นายสุวพันธุ์ กล่าวว่า การเจรจานั้นคือกระบวนการสร้างสันติสุข เป็นกระบวนการตัวหนึ่งที่จะทำให้เกิดสันติสุขแต่ไม่ใช่กระบวนการทั้งหมด และเป็นวิธีที่จะทำให้เกิดความไว้วางใจ ความเชื่อมั่นต่อกัน และเดินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ และตนคิดว่าต้องทำผสมผสานกันทั้งในทางลับและเปิดเผย ทำทั้งสองอย่าง ส่วนหัวหน้าทีมเจรจานั้นนายกรัฐมนตรีจะเป็นผู้กำหนดอีกครั้ง
 
          ผู้สื่อข่าวถามถึง งานด้านความมั่นคง หลังจากที่มีคสช.แล้วยังมีอุปสรรคใดหรือไม่ นายสุวพันธุ์ กล่าวว่า สังคมใหญ่ต้องถามตัวเองด้วยเหมือนกันว่าถึงวันนี้แล้วอะไรคือสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับประเทศไทย ตนคิดว่าสิ่งที่เราได้วันนี้คือความสงบในประเทศ ไม่มีความรุนแรง ไม่มีการทะเลาะกัน เราจึงควรรักษาให้ประเทศเป็นแบบนี้ต่อไปหรือไม่ ให้ประเทศเราเดินหน้าได้ ส่วนระหว่างทางหากมีเห็นไม่ตรงกัน เชื่อว่าพูดคุยกันได้ แต่ที่สำคัญที่สุดคือการที่บ้านเมืองเราสงบเรียบร้อย ไม่มีความรุนแรงเกิดขึ้น ซึ่งทุกคนน่าจะช่วยกันเดินไปอย่างนี้
 
          เมื่อถามถึงกฎหมายที่จะใช้ดูแลความเรียบร้อยของกลุ่มผู้ชุมนุม นายสุวพันธุ์ กล่าวว่า มีกฎหมายรออยู่แล้วหนึ่งตัว คือพ.ร.บ.การชุมนุมในที่สาธารณะ ตนคิดว่าผ่านการกลั่นกรองมานานพอสมควร ดังนั้นต้องดูให้ตกผลึกขั้นสุดท้ายว่าจะเดินกันอย่างไรต่อไป คงต้องให้มีความพอดี
 
 
          สนใจหนังสือ เขาชื่อ "ตู่"  เบื้องหลังชีวิต พลเอก ประยุทธ์​จันทร์โอชา เล่มนี้ สั่งซื้อง่าย ๆ ผ่าน NSTORE.net  อีคอมเมิร์สในเครือเนชั่น คลิก >>>http://bit.ly/Xmszud