ข่าว

เสี่ยงตาย!....เศรษฐีไฮโซ'ฉีดเฟรชเซลล์'

เสี่ยงตาย!....เศรษฐีไฮโซ'ฉีดเฟรชเซลล์'

15 ก.ย. 2557

...เสี่ยงตาย!....เศรษฐีไฮโซ'ฉีดเฟรชเซลล์' : ทีมข่าวรายงานพิเศษ

              มนุษย์พยายามหาวิธีชะลอความเจ็บป่วยและความตาย โดยเฉพาะผู้มีเงินหรือมหาเศรษฐี ที่เชื่อว่าสามารถใช้เทคโนโลยีการแพทย์สมัยใหม่ยืดชีวิตให้ยืนยาวออกไปได้ พวกเขาจึงกลายเป็นเหยื่อโฆษณาชวนเชื่อ โดยไม่รู้ว่านั่นคือมัจจุราชตัวจริง...


               ดังกรณีของ "สุรศักดิ์ พงษ์ศักดิ์ภักดี" ลุงวัย 72 ปี อดีตนายกสมาคมศิษย์เก่าโรงเรียนพรตพิทยพยัตที่ไปแจ้งความเอาผิดคลินิกแห่งหนึ่ง หลังจ่ายเงินจำนวนไป 2.6 ล้านบาท เพื่อซื้อคอร์สการรักษาที่ประเทศเยอรมนีด้วยวิธี "ฉีดเฟรชเซลล์" ตามคำโฆษณาชวนเชื่อ ว่า เป็นวิธีการรักษาแบบธรรมชาติ ด้วยการใช้เซลล์สด หรือเซลล์ยังมีชีวิตจากอวัยวะของแกะ มาผ่านกรรมวิธีก่อนนำมาฉีดเพื่อรักษาโรคเส้นเลือดในสมองตีบร้าย และช่วยชะลอความแก่

               วิธีการนั้น คลินิกจะจ้างผู้นำทาง 1 คน เพื่อดูแลลูกค้า 8 คน นัดแนะกันเดินทางไปเยอรมนีฉีดเฟรชเซลล์ในโรงพยาบาลเล็ก ๆ แห่งหนึ่งในเมืองอีเดนโคเบน ฉีดเสร็จกลับเมืองไทยมาได้แค่ 1 เดือน ลุงสุรศักดิ์เกิดอาการแพ้รุนแรง อาการเบาหวานกำเริบ มือบวมเท้าบวมจนต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล สุดท้ายพยายามเจรจาขอเงินคืน แต่ถูกเบี้ยว จึงต้องไปแจ้งความไว้เป็นหลักฐาน

               หลายปีผ่านมานี้ ไฮโซ ดารา คนมีชื่อเสียงบางกลุ่มมักชวนกันเดินทางไปฉีดเฟรชเซลล์ที่เยอรมนี ไม่ได้แค่เพื่อรักษาอาการป่วยเท่านั้น บางคนไปฉีดเพื่อให้ร่างกายสดชื่นชะลอความแก่ โดยคลินิกเอกชนบางแห่งจะใช้ดาราดังมาช่วยเป็นพรีเซ็นเตอร์ ด้วยวิธีให้ข้อมูลอ้างว่าตัวเองสามารถหายจากโรคต่างๆ ได้ด้วยวิธีนี้ เช่น ทาทา ยัง, เนาวรัตน์ ยุกตะนันท์, "บุ๋ม" ปนัดดา ฯลฯ 

               ผศ.พญ.สุวิรากร โอภาสวงศ์ ประชาสัมพันธ์สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย ให้ข้อมูลว่า เคยเดินทางไปเยอรมนีเพื่อดูงานของหมอที่ทำเรื่อง "ฉีดเฟรชเซลล์" (Fresh Cell Therapy) ซึ่งที่นั่นถือว่าเป็นการรักษาแบบแพทย์ทางเลือกเท่านั้น ประเด็นสำคัญคือ สายพันธุ์ของแกะที่จะนำเซลล์มาฉีดเข้ามนุษย์นั้น ต้องเป็นพันธุ์พิเศษโดยเฉพาะ ไม่ใช่แกะตัวไหนก็ทำได้ และต้องผ่านกรรมวิธีหลายขั้นตอนเพื่อให้ได้เซลล์ที่สดจริงๆ เพราะเชื่อว่าเซลล์จากแกะจะไม่ทำให้ร่างกายคนสร้างแอนติบอดีมาต่อต้าน

               "อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์การแพทย์ว่า วิธีการนี้ได้ผลจริง ต้องพิจารณาให้ดี เพราะเคยมีเคสของคนที่ฉีดเข้าไปแล้วทำให้กลายเป็นมะเร็ง เพราะเขามีเซลล์มะเร็งแอบแฝงในร่างกายอยู่แล้ว พอฉีดเฟรชเซลล์เข้าไปก็กระตุ้นให้มะเร็งออกมา ส่วนดาราหรือคนมีชื่อเสียงมาโฆษณาว่าหายจากโรคต่างๆ วิธีนี้ก็ต้องศึกษาให้ดีว่า เขาทำที่ไหน อย่างไร จริงหรือไม่ อยากเตือนให้ผู้จะจ่ายเงินรักษาด้วยวิธีนี้ต้องศึกษาให้ดี เพราะยังไม่มีใครรับรองผล โดยเฉพาะบางแห่งมีการใช้สารหรือสิ่งที่อ้างว่าเป็นเซลล์แกะจากเยอรมัน แล้วนำมาฉีดกันเองในประเทศไทย"

               ด้าน นพ.ดร.นิพัญจน์ อิศรเสนา ณ อยุธยา หัวหน้าศูนย์วิจัยเซลล์ต้นกำเนิดและเซลล์บำบัด จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อธิบายถึงการรักษาโรคด้วยวิธี "ฉีดเฟรชเซลล์" ว่า วิธีนี้ไม่ใช่สเต็มเซลล์ และไม่เคยผ่านการศึกษาค้นคว้าของแพทย์แผนปัจจุบัน หรือนักวิทยาศาสตร์ แต่เป็นสิ่งที่ทำมานานหลายสิบปีในบางประเทศแถบยุโรป เป็นความเชื่อ ไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รับรองเลยว่า การนำเซลล์สดๆ จากเนื้อเยื่อหรืออวัยวะของสัตว์ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็น "แกะ" และใช้อวัยวะส่วนเดียวกับอวัยวะมนุษย์ที่เสื่อมหรือป่วย เช่น ตับ สมอง หัวใจ ฯลฯ มาผ่านกรรมวิธีบดให้ละเอียดแล้วฉีดเข้าสู่ร่างกายคน จะช่วยกระตุ้นให้เซลล์อวัยวะส่วนนั้นทำงานดีขึ้นจริง

               "แพทย์แผนปัจจุบันถือว่าการฉีดเฟรชเซลล์มีโอกาสเกิดอันตรายและไม่มีหลักฐานที่เชื่อถือว่ามันมีประโยชน์ องค์การอาหารและยาของอเมริกาไม่ยอมให้ทำ มีเพียงบางประเทศ เช่น เยอรมัน กับสวิตเซอร์แลนด์เท่านั้น ที่อนุญาตให้ทำได้ เพราะเขาถือว่าเป็นความรู้โบราณที่สืบต่อกันมา เปรียบเสมือนเป็นแพทย์ทางเลือก แต่เหลือคลินิกไม่กี่แห่งเท่านั้นที่ยังใช้วิธีนี้ทำกับคนไข้ เพราะนักวิทยาศาสตร์และแพทย์ส่วนใหญ่ทั่วโลกไม่ยอมรับการรักษาด้วยเฟรชเซลล์แบบนี้ เพราะคนไข้เสี่ยงอันตรายเกินไป มีหลายคนเสียชีวิตหรือเกิดผลข้างเคียงรุนแรง  ปัจจุบันมีการฟ้องร้องกันไปหลายคดีแล้วทั่วโลก"

               นพ.นิพัญจน์ กล่าวต่อว่า การนำเซลล์หรือเนื้อเยื่อสดๆ ของสัตว์มาฉีดเข้าไปในคน มักทำให้เกิดผลข้างเคียงอันตรายหลายอย่าง เพราะธรรมชาติของร่างกายมนุษย์ เมื่อมีสิ่งแปลกปลอมเข้ามาจะสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมาต่อต้านทันที และภูมิคุ้มกันนี้จะทำลายเซลล์ทุกอย่างที่มันคิดว่าผิดปกติ ยิ่งไปกว่านั้นเซลล์ของระบบภูมิคุ้มกันจะหลั่งสารหลายอย่างออกมาด้วย ซึ่งสารเหล่านี้ทำให้เกิดการอักเสบและผลเสียต่อร่างกาย บางคนผิวตึงขึ้นมาจากการอักเสบ แต่ไม่รู้ตัว คิดว่าเป็นเพราะฉีดเฟรชเซลล์แล้วได้ผล การตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ถ้ามากไปก็ทำลายเซลล์ตัวเองแทน เช่น ทำให้เกิดสมองอักเสบ ถ้าเซลล์ที่ฉีดเข้าไปมากเกิน หรือทำให้เกิดปฏิกิริยามากไป ก็ทำให้หลอดเลือดอุดตัน เป็นอัมพาต ไตวาย ฯลฯ นอกจากนี้ยังไม่ทราบแน่ชัดว่า มีการผสมสารอื่นๆ ที่อาจเป็นอันตรายด้วยหรือไม่

               "อยากให้ระวังเรื่องโฆษณาชวนเชื่อ เพราะถ้าการฉีดเฟรชเซลล์รักษาโรคอัมพาต โรคเส้นเลือดสมองอุดตัน ไตวาย หรือโรคอื่นทั้งหมดได้จริง รับรองว่า ไม่ได้มีแค่คลินิกไม่กี่แห่งทำได้ แต่จะมีโรงพยาบาลทั่วโลกทำตามอย่างแน่นอน จะทำรายได้ให้เป็นหลักแสนล้านบาท มีผู้ป่วยโรคนี้เยอะแยะที่พร้อมเสียเงินเป็นล้านเพื่อรักษา แต่ที่ประเทศเกือบทั้งหมด ทั้งอเมริกา ญี่ปุ่น หรือแม้แต่ประเทศไทย ไม่อนุญาตให้ทำ เพราะมันอันตรายมาก ไม่มีงานวิจัยอะไรมารับรองสักอย่าง อยากเตือนคนไทย อย่าไปหลงกลเชื่อคำอวดอ้าง โฆษณาแบบผิดๆ" หัวหน้าศูนย์วิจัยเซลล์ฯ กล่าวเตือนทิ้งท้าย


ความแตกต่างระหว่าง "ฉีดเฟรชเซลล์" กับ "สเต็มเซลล์"

               "การฉีดเฟรชเซลล์" (Fresh Cell Therapy) หมายถึงการรักษาด้วยวิธีนำเซลล์เนื้อเยื่อสดๆ ของ "แกะ" บางสายพันธุ์มาฉีดเข้าร่างกายมนุษย์โดยตรง ด้วยความเชื่อของคนโบราณว่า อวัยวะใดป่วยก็ต้องใช้อวัยวะเดียวกันรักษา

               สเต็มเซลล์ (Stem Cell) หรือ เซลล์ต้นกำเนิดของสิ่งมีชีวิตที่มีอยู่ในพืชและสัตว์ สามารถเติบโต แบ่งตัว และสร้างเป็นเซลล์ชนิดอื่นๆ หรือเป็นเนื้อเยื่อของอวัยวะได้ นักวิทยาศาสตร์พยายามคิดค้นวิธีเปลี่ยนเซลล์ต้นกำเนิดไปเป็นเซลล์เนื้อเยื่อตับ ตับอ่อน กล้ามเนื้อ เซลล์เม็ดเลือด เป็นต้น แล้วนำมารักษาให้แก่ผู้ป่วย เปรียบเสมือนการนำเซลล์ใหม่ไปซ่อมแซมเซลล์ป่วย ปัจจุบันการวิจัยยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น มีเพียงโรคเลือดบางชนิดเท่านั้น ที่สามารถใช้เทคโนโลยีสเต็มเซลล์รักษาได้ แต่ก็ยังไม่รับรองผลร้อยเปอร์เซ็นต์

.........................................................

(หมายเหตุ : เสี่ยงตาย!....เศรษฐีไฮโซ'ฉีดเฟรชเซลล์'  : ทีมข่าวรายงานพิเศษ)