ข่าว

ทุบกระจกรถหน้าผับกวาดทรัพย์สินกว่า5แสนบาท

ทุบกระจกรถหน้าผับกวาดทรัพย์สินกว่า5แสนบาท

14 ก.ย. 2557

สมุทปราการ ทุบกระจกรถหน้าผับกวาดทรัพย์สินมูลค่ากว่า 5 แสนบาทไป

 
          วันที่ 14 ก.ย.57 ร.ต.ท.กันตพัฒน์ ชาวดอน ร้อยเวร สภ.เมืองสมุทรปราการ ได้รับแจ้งเมื่อเวลา 23.30 น.วันที่ 13 ก.ย. มีเหตุคนร้ายทุบกระจกรถยนต์ที่จอดอยู่ที่บริเวณลานจอดรถหน้าผับ ล็อบ อิน เลิฟ ซึ่งตั้งอยู่ริมถนนศรีนครินทร์ ตำบลบางเมือง อำเภอเมืองสมุทรปราการ ลักเอาทรัพย์สินไปหลายรายการ หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนเดินทางตรวจสอบที่เกิดเหตุ
 
          ที่เกิดเหตุพบรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ยี่ห้อ เชฟโลเลต แคฟติวา สีบรอนซ์ ทะเบียน ฌอ 9168 กรุงเทพมหานคร จอดกลางลานจอดรถหน้าผับดังกล่าว ที่บริเวณกระจกประตูหลังข้างขวาถูกคนร้ายทุบด้วยของแข็งจนแตกหลุดลงไปกองอยู่กับพื้นทั้งบาน ทรัพย์สินที่อยู่ในรถหลายรายการได้หายไปประกอบด้วย คอมพิวเตอร์โน้ต ยี่ห้อ แม็คบุ๊คโปร 2 เครื่อง จอ 15 นิ้ว ราคา 240,000 บาท / คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค ยี่ห้อ แอร์บรุ๊ค จอ 11 นิ้ว จำนวน 1 เครื่อง ราคา 40,000 บาท / คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ค ยี่ห้อ Dell 2 เครื่อง / คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ค ยี่ห้อ ASUS 1 เครื่อง ราคา 25,000 บาท โทรศัพท์มือถือยี่ห้อ ซัมซุง ราคา 15,000 บาท 1 เครื่อง และแว่นตา ยี้ห้อ เรแบน 1 อัน มูลค่า 12,000 บาท / แว่นตา ยี่ห้ออามานี่ ราคา 800 บาท 1 อัน เครื่องบันทึกเสียง ยี่ห้อ โซนี่ 1 เครื่อง มูลค่า 2,000 บาท / กล้องถ่ายรูปยี่ห้อโซนี่ 2 ตัว กล้องถ่ายรูปยี่ห้อโอลิปัส 1 ตัว เม้าไร้สาย 2 ตัว เงินสด 6,000 บาท บัตรเครดิต หนังสือเดินทาง กระเป๋าสตางค์ ใบอนุญาตขับขี่รวมมูลค่าทรัพย์สินทั้งหมดที่หายไปประมาณ 5 แสนบาท
 
          จากการสอบสวนนายเฉียน เฉิน อายุ 43 ปี ชาวจีน เจ้าของรถได้ให้การว่า ตนทำงานเป็นหัวหน้าของบริษัท หัวเลียน คอมพิวเตอร์ จำกัด ซึ่งเกี่ยวกับการจำหน่ายอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ก่อนเกิดเหตุตนพร้อมด้วยทีมงานจำนวน 6 คน ได้เดินทางมาประชุมที่โรงแรมแห่งหนึ่งในจังหวัดสมุทรปราการ จนกระทั้งมืดและกำลังจะเดินทางกลับบริษัท จึงได้ชักชวนกันมานั่งดื่มสุราและกินอาหารที่ผับดังกล่าว ที่วางทรัพย์สินทั้งหมดเอาไว้ที่เบาะด้านหลัง และเข้าไปนั่งทานอาหารในร้าน ระหว่างที่นั่งทานอาหารอยู่ฝนได้ตกลงมาอย่างหนัก นานกว่า 1 ชั่วโมง หลังจากที่ฝนหยุดตกตนทั้งหมดจึงได้กลับมาที่รถเพื่อจะเดินทางกลับบริษัทกลับพบว่ากระจกประตูหลังด้านขวาถูกคนร้ายทุบจนแตกกระจายหลุดเข้าไปอยู่ด้านใน ส่วนทรัพย์สินทั้งหมดที่วางอยู่เบาะด้านหลังได้หายไปทั้งหมด 
 
          เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าคนร้ายน่าจะมีไม่ต่ำกว่า 2 คนและลงมือก่อเหตุในช่วงที่ฝนตกลงมาโดยใช้ของแข็งทุบกระจกจนแตกก่อนกวาดเอาทรัพย์สินไป อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่จะได้ทำการสืบสวนติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป 



ตร.สืบคลองตันรวบแก๊งค์ทุบกระจกรถ
 
          เมื่อเวลา 01.00 น. วันที่ 14 ก.ย. พ.ต.อ.จีรเดชน์ เหมจินดา ผกก.สน.คลองตัน พ.ต.ท.พลวรรธน์ พุ่มสวัสดิ์ สว.สส. ร.ต.อ.ปรีชากรณ์ เหมาอำพมาตร์ รอง สว.สส.พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.คลองตัน จับกุมนายนพ หรือจืด ทำบุญสุข อายุ 24 ปี และ นายไก่ (นามสมมติ) อายุ 17 ปี ที่ห้องเช่ารายวันไม่มีชื่อ เลขที่ 32 ห้อง 201 ภายในซ.รามคำแหง 24 แยก 6 แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กทม. พร้อมของกลางเป็นเครื่องเล่นไอพอด ยี่ห้อ แอปเปิ้ล ราคาประมาณ 10,000 บาท ไขควง ไฟฉาย อุปกรณ์ที่ใช้ก่อเหตุ และรถจักรยานยนต์ยี่ห้อ ฮอนด้าเวฟ 110สีขาว-ดำ หมายเลขทะเบียน 2กจ8733 กทม. ซึ่งเป็นยานพาหนะที่ใช้ก่อเหตุ
 
          พ.ต.ท.พลวรรธน์ กล่าวว่า เมื่อช่วงเช้ามืดวานนี้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งว่ามี รถยนต์ยี่ห้อมาสด้า 3 สีขาว หมายเลขทะเบียน กย1419 นครราชสีมา ของนายพิเชฐพงษ์ ทระเทพ ซึ่งจอดไว้ที่ริมถนนกลางซอยเอกมัย 2 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กทม.ถูกคนร้ายทุบกระจกรถด้านขวาฝั่งคนขับแตกละเอียด จากการตรวจสอบพบว่าทรัพย์สินภายในรถหายไป และตรวจสอบพบโทรศัพท์มือถือ ของคนร้ายตกอยู่ในที่เกิดเหตุ จึงสืบสวนจนกระทั่งสามารถจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 2 คนไว้ได้
 
          พ.ต.ท.พลวรรธน์ กล่าวต่อว่า พฤติการณ์ของคนร้ายรายนี้จะทำการขับรถจักรยายนต์ออกไปตระเวนหารถยนต์ที่จอดไว้ตามซอยต่างๆ โดยเริ่มแรกจะเน้นจุดที่เป็นร้านอาหารที่นักเที่ยวนิยมจอดรถไว้ในซอย แต่ภายหลังจากการเข้มงวดในการลงพื้นที่ของเจ้าหน้าที่ ทางคนร้ายจึงเปลี่ยนไปก่อเหตุตามจุดที่มีคนจอดรถไว้ตามหน้าบ้านของตนเอง โดยจะใช้ไฟฉายส่องดูทรัพย์สินภายในรถ ก่อนจะใช้ไขควงทำการงัดกระจกและขโมยทรัพย์สินไป ซึ่งก่อเหตุมาแล้วไม่ต่ำกว่า 10 ครั้ง ทรัพย์สินส่วนมากจะเป็นคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก และกระเป๋า นาฬิกา โดยจะนำไปขายและนำเงินมาแบ่งกัน
 
          เบื้องต้นทางผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า เคยก่อเหตุมาแล้วหลายท้องที่ ทั้งย่านสุขุมวิท ทองหล่อ ประเวศ มักกะสัน และนายนพ ยังมีพฤติการณ์ติดยาโซแล่ม ซึ่งเป็นยาที่ต้องมีใบสั่งยาจากแพทย์เท่านั้น ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหาร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองทรัพย์ โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การพาทรัพย์นั้นไป และร่วมกันทำให้เสียทรัพย์ หรือรับของโจร ก่อนจะขยายผลว่าเคยก่อเหตุเพิ่มเติมที่ไหนหรือไม่ เนื่องจากก่อนหน้านี้ทางนายนพเคยถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.หัวหมากจับกุมในข้อหายาเสพติด ก่อนที่จะเพิ่งประกันตัวออกมา และมาก่อเหตุดังกล่าว ก่อนจะควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป