
เสียงของคนลุ่มน้ำอีสานถึงคสช.
14 ก.ย. 2557
เสียงของคนลุ่มน้ำอีสานถึงคสช. แก้น้ำท่วม-น้ำแล้ง-คุณภาพน้ำอย่างจริงใจ : โดย...ศูนย์ข่าวภาคอีสาน
"ที่ผ่านมาผมอยู่ในคณะกรรมการลุ่มน้ำชีตอนบนมานาน ไม่เคยเห็นผลงานเกิดขึ้นเลย มีแต่ประชุมสัมมนาอยู่อย่างนี้ เงินไม่รู้ว่าจะได้ลงมาถึงพื้นที่หรือไม่ แต่ก็มีความหวังขึ้นบ้างที่มี คสช.ลงมากำกับดูแล ซึ่งนี่คือเป้าหมายหลัก ถ้า คสช.เข้ามาดำเนินการเรื่องน้ำได้"
การเดินสายรับฟังความคิดเห็นของกรมทรัพยากรน้ำ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะคณะอนุกรรมการการพัฒนาและบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคใต้ ที่มาเปิดเวทีในภาคอีสาน 2 วัน 2 จังหวัด คือวันที่ 8 กันยายน ที่ จ.นครราชสีมา กรณีลุ่มน้ำมูล และวันที่ 9 กันยายน ที่ จ.อุดรธานี กรณีลุ่มน้ำชีและโขงนั้น ดูเหมือนจะทำให้คนในพื้นที่ตื่นเต้นมิใช่น้อย
เนื่องจากการมาของคณะอนุกรรมการชุดนี้ มีตราประทับของ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) การันตีอยู่เบื้องหลัง เพราะไม่ว่า คสช.จะขยับทำอะไรก็จะมีความหวังของคนในชาติห้อยคออยู่ด้วย ทำให้คณะอนุกรรมการน้ำชุดนี้ถูกมองด้วยสายตาแห่งความหวังไปเต็มๆ โดยเฉพาะการประกาศวางแผนบริหารจัดการน้ำ 3 ระยะ คือ ระยะสั้น 3 ปี ระยะกลาง 5 ปี และระยะยาว 10 ปี ในการจะไม่ให้มี "น้ำท่วม น้ำแล้ง และ คุณภาพน้ำดี" อย่างเป็นระบบ
เรื่องนี้ จตุพร บุรุษพัฒน์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ บอกว่า การจัดสัมมนาครั้งนี้ ทางกรมทรัพยากรน้ำ ในฐานะเลขานุการคณะอนุกรรมการฯ ต้องการมารับฟังปัญหาจากคนในพื้นที่ทุกภาคส่วน เพื่อให้ทราบปัญหาที่แท้จริงว่า ที่ผ่านมามีปัญหาอะไรเกิดขึ้นบ้าง เพื่อนำข้อมูลทั้งหมดมาสังเคราะห์ก่อนจัดทำเป็นแผนยุทธศาสตร์พัฒนาลุ่มน้ำทั้งมูล ชี และโขง อย่างเป็นระบบในกรอบที่กำหนดไว้ 10 ปี โดยจะต้องทำให้ทั่วถึง เป็นธรรม และต้องทำได้จริง ตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ทั้งนี้ จะมีกรอบทำให้เสร็จภายในวันที่ 15 ตุลาคม 2557 ส่วนที่เป็นห่วงว่า การทำงานจะซ้ำซ้อนกับที่ผ่านๆ มานั้น ขอยืนยันว่า ไม่ซ้ำซ้อนแน่นอน เพราะคณะอนุกรรมการชุดที่ตั้งขึ้นมาใหม่นี้ มีเป้าหมายเพื่อทำงานให้ลดปัญหาซ้ำซ้อนทั้งหมด ต่อจากนี้ไปเรื่องเกี่ยวกับการบริหารจัดการน้ำต้องมาผ่านคณะอนุกรรมการชุดนี้ทั้งหมด
ในขณะที่เสียงจากคนในพื้นที่ อย่าง อัครชัย อมัติรัตนะ กรรมการลุ่มน้ำลำสะแทด ต.ทุ่งสว่าง อ.ประทาย จ.นครราชสีมา หนึ่งในลำน้ำสาขาของลำน้ำมูล ที่ในแต่ละปีจะต้องประสบปัญหาน้ำท่วมและภัยแล้ง บอกว่า ลุ่มน้ำลำสะแทดในช่วงที่หน้าน้ำหลากก็จะประสบปัญหาน้ำท่วมอยู่เป็นประจำ เนื่องจากในพื้นที่ดังกล่าวไม่มีแหล่งกักเก็บน้ำ ดังนั้นในช่วงน้ำหลากก็จะมีปริมาณน้ำจำนวนมากไหลเข้าในพื้นที่ ก่อนจะไหลลงพื้นที่ต่ำ ดังนั้นจะทำให้ไม่มีน้ำกักเก็บจนส่งผลให้ช่วงหน้าแล้งประสบปัญหาภัยแล้งอย่างหนักเช่นกัน ซึ่งยอมรับว่า ในช่วงที่เกิดฝนทิ้งช่วงในพื้นที่ จ.นครราชสีมา ทำให้ประชาชนในพื้นที่ต้องนำเครื่องสูบน้ำไปใช้ในพื้นที่การเกษตรเป็นส่วนใหญ่ ทำให้แหล่งน้ำต่างๆ แห้งขอด แต่ปริมาณน้ำภายในลำสะแทดมีไว้ให้ประชาชนได้ใช้ในการอุปโภคบริโภค รวมทั้งการเกษตร ดังนั้นจึงทำให้ในแต่ละปีจำเป็นต้องมีการทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ เพื่อกักเก็บน้ำในการอุปโภคบริโภคเป็นหลัก
"สำหรับสิ่งที่ต้องการให้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดำเนินการช่วยเหลือ คือ 1.การสร้างพื้นที่กักเก็บน้ำ หรือแก้มลิง ซึ่งในพื้นที่ยังคงมีพื้นที่สาธารณะอยู่จำนวนมาก ดังนั้นคิดว่า หากมีการนำพื้นที่ดังกล่าวมาสร้างเป็นที่พักน้ำขนาดใหญ่ก็จะทำให้ในพื้นที่ไม่ประสบปัญหาน้ำท่วมและภัยแล้งได้ 2.ลำสะแทด ควรที่จะมีการสร้างฝ่ายชะลอน้ำ เนื่องจากเวลาน้ำหลากจะมีปริมาณน้ำจำนวนมากที่ไหลเข้าพื้นที่ แต่จะไหลมาและก็ไหลไปโดยไม่มีการชะลอน้ำ หากมีฝายชะลอน้ำก็จะช่วยได้มาก และ 3.แผนการจัดการน้ำที่ต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีการลงพื้นที่เพื่อทำความเข้าใจกับเกษตรกรและชาวบ้านในพื้นที่ เพื่อให้ทราบถึงความสำคัญของลำน้ำ เนื่องจากเป็นลำน้ำสาธารณะจริงก็จะต้องมีการแบ่งปันน้ำ โดยจะต้องมีการคำนึงถึงการอุปโภคบริโภคเป็นหลัก แต่เมื่อในช่วงฤดูการเพาะปลูกเกษตรกรก็มักจะยึดการทำการเกษตรเป็นหลัก ดังนั้นจะส่งผลกระทบในเรื่องน้ำอุปโภคบริโภค" อัครชัย กล่าว
ขณะที่ สุนทร ดวงประสิทธิ์ อายุ 51 ปี ชาว จ.อุดรธานี กรรมการลุ่มน้ำปาวตอนบน สาขาของแม่น้ำชี บอกว่า ปัญหาและอุปสรรคต่างๆ ที่เขาในฐานะกรรมการลุ่มน้ำปาวตอนบน ที่อยู่ในเขต จ.อุดรธานี และ จ.กาฬสินธุ์ คือ เรื่องยังไม่มีการบริหารจัดการน้ำที่ดี ไม่มีความชัดเจน ทำให้ประชาชนยังไม่ได้รับประโยชน์เท่าที่ควร เกษตรกรยังประสบปัญหาขาดแคลนน้ำ จึงต้องการให้มีการสร้างฝายกักเก็บน้ำในส่วนของลุ่มน้ำปาวตอนบน รวมถึงน้ำที่ใช้อุปโภคบริโภค ที่ยังคงขาดแคลนด้วยเช่นกัน หากมีการกักเก็บน้ำตามที่เสนอก็จะทำให้มีน้ำอุปโภคบริโภคเพียงพอ
“ลำห้วยของลุ่มน้ำปาวตอนบนมี แต่เราไม่มีฝายกักเก็บน้ำ เมื่อฝนตกลงมาน้ำก็ไหลไป ไม่มีสิ่งที่จะหยุดน้ำไว้ได้ แต่เมื่อฝนหยุดตกน้ำก็จะไหลไปหมด ลำห้วยก็แห้งขอดตามสภาพ ซึ่งการสัมมนาเชิงปฏิบัติการบางครั้งก็มีผลดีมาก แต่การปฏิบัติยังไม่มีความต่อเนื่อง อยากให้ คสช.เร่งให้สัมฤทธิผล และให้ผู้มีอำนาจในการบริหารจัดการน้ำที่ชัดเจน ใช้งบประมาณลงมาเร่งดำเนินการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำเพิ่มเติมในจุดที่เกิดภัยแล้งบ่อยๆ รวมถึงในส่วนของลุ่มน้ำลำปาวตอนบน ในส่วนของ จ.อุดรธานี ที่มีถึง 10 อำเภอ ที่ต้องการให้สร้างฝาย เพื่อเก็บกักน้ำตามลำห้วยสาขาต่างๆ เพื่อจะมีน้ำใช้ในหน้าแล้ง” สุนทร กล่าว
ด้าน เสนอ นราพล อายุ 65 ปี ชาว จ.ชัยภูมิ กรรมการลุ่มน้ำชีตอนบน บอกว่า ปัญหาอุปสรรคที่เรานำเสนอในส่วนลุ่มน้ำชี ที่เป็นลำน้ำสายหลักในหลายจังหวัดของภาคอีสาน ที่เริ่มต้นจาก จ.ชัยภูมิ ไปสิ้นสุดที่ จ.อุบลราชธานี แต่กลับไม่มีฝายหรือทำนบกั้นน้ำไว้เป็นช่วงๆ ซึ่งเหมือนรางน้ำในบ้าน ที่ฝนตกลงมาน้ำก็ไหล ฝนหยุดน้ำก็แห้ง จึงอยากให้ผู้ที่มีอำนาจและงบประมาณสร้างฝายในลำน้ำชีเป็นช่วงๆ ซึ่งต้องลงพื้นที่ดูว่า จุดไหนจะสร้างฝายขนาดไหน เพื่อจะไม่กระทบชุมชนและสิ่งแวดล้อม เพื่อชาวบ้านจะได้ใช้น้ำอย่างถูกต้อง มีน้ำใช้ในหน้าแล้ง และป้องกันน้ำท่วมในฤดูฝน อย่างที่ จ.ชัยภูมิ หน้าฝนน้ำก็ท่วมบ่อย หน้าแล้งก็แล้งสุดๆ รวมถึงหนองบึงใหญ่ๆ อยากได้งบประมาณลงมาขุดลอก เพื่อจะเก็บกักน้ำได้มากขึ้น
“ที่ผ่านมาผมอยู่ในคณะกรรมการลุ่มน้ำชีตอนบนมานาน ไม่เคยเห็นผลงานเกิดขึ้นเลย มีแต่ประชุมสัมมนาอยู่อย่างนี้ เงินไม่รู้ว่าจะได้ลงมาถึงพื้นที่หรือไม่ แต่ก็มีความหวังขึ้นบ้างที่มี คสช.ลงมากำกับดูแล ซึ่งนี่คือเป้าหมายหลัก ถ้า คสช.เข้ามาดำเนินการเรื่องน้ำได้ ไม่ใช่เฉพาะที่ จ.ชัยภูมิ เท่านั้น ผมอยากให้ลงมาทำทุกลุ่มน้ำในภาคอีสาน ซึ่งผมอยากให้ คสช.ทำ เพื่อจะได้เห็นผลงาน ที่ผ่านมาไม่มี ฉะนั้น คสช.จะเป็นฮีโร่ได้ก็ตรงจุดนี้ ที่จะทำผลงานป้องกันน้ำท่วม น้ำแล้ง น้ำเสีย ได้อย่างเป็นรูปธรรม" เสนอ บอก
นี่คือเสียงสะท้อนของคนลุ่มน้ำ ที่ต้องการส่งถึงคณะอนุกรรมการการพัฒนาและบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่อยากจะให้ช่วยแก้ไขปัญหา และไม่ใช่เฉพาะเสียงเท่านั้นที่สะท้อนถึง แต่พวกเขาได้ฝากความหวังไว้กับคณะอนุกรรมการชุดนี้อย่างเต็มเปี่ยม เพราะที่ผ่านมามีกรรมการหลายชุดที่มาจัดประชุมแล้วก็จะจากไป โดยไม่มีการดำเนินการอะไรที่เป็นรูปธรรม
เหมือนเพียงนักการเมืองที่มาขายฝัน แต่คณะอนุกรรมการชุดนี้ไม่ได้มาจากนักการเมือง คงไม่ได้เอาฝันมาขายเหมือนชุดที่ผ่านๆ มา
------------------------
(เสียงของคนลุ่มน้ำอีสานถึงคสช. แก้น้ำท่วม-น้ำแล้ง-คุณภาพน้ำอย่างจริงใจ : โดย...ศูนย์ข่าวภาคอีสาน)



