ข่าว

'ร่าง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครอง...' เผือกร้อนในมือ 'หัสวุฒิ'

'ร่าง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครอง...' เผือกร้อนในมือ 'หัสวุฒิ'

14 ก.ย. 2557

'ร่าง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครอง...' เผือกร้อนในมือ 'หัสวุฒิ' : โดย...เกศินี แตงเขียว

 
                         กำลังเป็นเรื่องร้อน เมื่อตุลาการศาลปกครอง 101 คน รวบรวมชื่อเสนอประธาน สนช.เบรกการพิจารณา "ร่างแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครอง และวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ....” ที่เสนอโดย "หัสวุฒิ วิฑิตวิริยกุล" ประธานศาลปกครองสูงสุด ที่ขณะนี้ สนช.ก็รับฟัง โดยให้ผู้บริหารศาลปกครองกลับไปทำความเข้าใจภายในกันเองก่อนเดินหน้าต่อ 
 
                         ส่วนประธานศาลปกครองสูงสุด “หัสวุฒิ” ไม่รอช้า สั่งประชุมวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ตุลาการทั่วประเทศทันที เร่งทำความเข้าใจ พร้อมแจกแจงหลักการและเหตุผล การเสนอร่างจัดตั้งศาลที่ตุลาการศาลปกครองกว่า 100 คน จากจำนวนตุลาการที่มีทั้งหมด 200 คน ออกมาคัดค้าน เหตุเพราะว่าไม่ได้รับรู้ที่มาที่ไป ใครเสนอ มีประเด็นใดบ้างที่แก้ไข และแก้ไขออกมาเป็นอย่างไร ซึ่งการออกกฎหมายที่ต้องปฏิบัติในองค์กร จำเป็นต้องมีส่วนร่วมบุคลากรตามสมควรใช่หรือไม่...?? 
 
                         ขณะที่ฝ่ายหนึ่งเชื่อว่า การเสนอแก้ไขกฎหมายนั้น ได้พูดถึงโครงสร้างคณะกรรมการตุลาการศาลปกครอง หรือ ก.ศป. ที่มีอำนาจ-หน้าที่การคัดเลือกแต่งตั้งตุลาการศาลปกครอง ให้คุณ-ให้โทษตรวจสอบตุลาการประพฤติตนไม่เหมาะสมตามวินัย ซึ่ง ก.ศป.ถือได้ว่าเป็นหลักประกันความอิสระของศาล เรื่องการแทรกแซง ป้องกันการกลั่นแกล้งใดๆ ทั้งจากภายในและกระแสการเมืองภายนอก 
 
                         แต่ฝ่ายที่นำเสนอร่างกฎหมายต่อ สนช. ยืนยันถึงหลักการและเหตุผลว่า ร่างจัดตั้งศาลปกครองฯ ฉบับใหม่ ได้พูดถึงโครงสร้าง ก.ศป.ก็จริง แต่ทำให้กฎหมายนั้นรับรองสถานะและการทำหน้าที่ ก.ศป.ให้ชัดเจนไม่สั่นคลอน ปราศจากความเคลือบแคลงสงสัยการใช้อำนาจโดยชอบด้วยกฎหมาย ส่วนบทบัญญัติอื่นที่เคยมีใน พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 ก็ยังมีไว้เช่นเดิม
 
                         เพราะเมื่อคณะที่ได้ยึดอำนาจ สั่งยกเลิกรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550 ทำให้บทบัญญัติเกี่ยวกับศาลปกครอง หมวดโครงสร้าง ก.ศป.ที่กำหนดองค์ประกอบ คุณสมบัติ ก.ศป. ต้องมีปัญหาตามมา ถึงความชอบการใช้อำนาจว่า ยังคงมีอยู่ต่อไป หรือต้องสิ้นสุดตามรัฐธรรมนูญ หนำซ้ำ เพราะความจำเป็นเร่งด่วน จากภารกิจ ก.ศป.ที่ต้องพิจารณาแต่งตั้ง สับเปลี่ยนตำแหน่งตุลาการตามวาระ ที่มีเรื่องรอพิจารณาอยู่ รวมทั้งตรวจสอบการทำหน้าที่ตุลาการที่มีร้องเรียนเข้ามา จึงจำเป็นต้องเสนอร่างกฎหมายใหม่ เน้นย้ำความชัดเจนสถานะ ก.ศป.ที่จะใช้อำนาจโดยมีกฎหมายรองรับ 
 
                         ปัญหาสถานะ ก.ศป.ใช่ว่าจะไม่เคยปรากฏมาก่อน แต่เคยมีการถกเถียงกันมาแล้ว หลังการยึดอำนาจเมื่อปี 2549 ที่ฉีกรัฐธรรมนูญ ปี 2540 ก็ทำให้บทบัญญัติ ก.ศป.มีข้อสงสัยเช่นกัน เพียงแต่ครั้งนั้นการถกเถียงยังไม่บานปลายจนถึงขั้นต้องเสนอแก้กฎหมาย 
 
                         การที่รัฐธรรมนูญถูกฉีกทุกครั้งที่มีการยึดอำนาจ จึงไม่ใช่เรื่องดี แถมเป็นจุดอ่อนทำให้องค์กรตามรัฐธรรมนูญมีปัญหาตามมา ยิ่งมีการกำหนดโครงสร้าง ก.ศป.ยึดโยงรัฐธรรมนูญแล้ว ปัญหาเดิมย่อมไม่ได้รับการแก้ไข 
 
                         ส่วนความระแวงสงสัยภายในตุลาการศาลปกครองเอง ถึงการทำหน้าที่ ก.ศป.ว่า ถ้าแก้กฎหมายใหม่จะกระทบเรื่องที่กำลังตรวจสอบหรือไม่ เพราะหนึ่งในนั้นมีกรณีตั้งกรรมการสอบสวน “หัสวุฒิ” ประธานศาลปกครองสูงสุด ไว้ว่ามีเอี่ยวที่เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรมส่งหนังสือถึง ผบ.ตร.เสนอการสนับสนุนโยกย้ายตำรวจที่มาปฏิบัติหน้าที่ดูแลตุลาการศาลปกครองหรือไม่ 
 
                         ฝ่ายเสนอร่างกฎหมายมองว่า สามารถเขียนบทเฉพาะในร่างกฎหมายใหม่ได้ว่าให้รับรองการกระทำ ก.ศป.ที่ผ่านมาให้ยังมีผลสืบเนื่องไป แต่เรื่องนี้ก็มีฝ่ายโต้แย้งว่า บทเฉพาะควรเสนอให้ที่ประชุมใหญ่ศาลปกครองทำหน้าที่แทน หากไม่มี ก.ศป. 
 
                         แม้จะมีการตั้งข้อสังเกตว่า โครงสร้าง ก.ศป. ที่ไม่ครบองค์ประกอบ 13 คนตามกฎหมาย คือ ตุลาการศาลปกครองสูงสุด และศาลปกครองชั้นต้นรวม 9 คน และผู้ทรงคุณวุฒิที่เป็นผู้แทนฝ่ายคณะรัฐมนตรีและวุฒิสภาเลือกมาอีก 3 คน โดยมีประธานศาลปกครองสูงสุดเป็นประธาน ก.ศป. เพราะขาดผู้แทน ครม. และวุฒิสภา 3 คน และมีตุลาการศาลปกครอง ซึ่งเป็น ก.ศป.ลาออกไปอีก 3 คน จากเหตุเชื่อว่า ก.ศป.ควรสิ้นสุดการทำหน้าที่เมื่อรัฐธรรมนูญถูกยกเลิกไป ทำให้ ก.ศป.ที่เหลืออยู่ 7 คน แม้จะมีสัดส่วนเหลือเกินกึ่งหนึ่งของจำนวน 13 คน ที่ควรต้องมีให้ครบ จะสามารถเรียกประชุมเรื่องด่วนได้ แต่ปัญหามีว่า ปัจจุบันไม่มีกฎหมายที่จะรองรับโครงสร้างและการหน้าที่ ก.ศป. 
 
                         นั่น..จึงเป็นเรื่องที่ต้องทำให้ ก.ศป.ถูกต้องตามกฎหมาย ดังนั้นควรต้องยกข้อความเดิมที่บัญญัติเกี่ยวกับ ก.ศป.ในรัฐธรรมนูญ มาใส่ร่างกฎหมายใหม่ เพื่อให้ภารกิจ ก.ศป.เดินหน้า ไม่ใช่เพียงแค่ให้ ก.ศป.มีอยู่ทำหน้าที่ตามนิติประเพณี โดยไม่มีกฎหมายรับรอง 
 
                         แม้ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองฯ ฉบับเดิม ปี 2542 จะบัญญัติเรื่อง ก.ศป.ไว้ในหมวด 3 มาตรา 35-41 แต่ก็มีถ้อยคำที่เขียนไว้ว่า ก.ศป.ตามรัฐธรรมนูญ แถมยังเป็นรัฐธรรมนูญ เมื่อปี 2540 เสียด้วยซ้ำ 
 
                         ดังนั้นจึงเป็นปัญหาทางเทคนิค การบัญญัติกฎหมายที่จะล้อกับเนื้อหารัฐธรรมนูญ ที่จะต้องแก้ให้ข้อความทั้งหมดที่เคยอยู่ในรัฐธรรมนูญ มาบรรจุในร่างกฎหมายใหม่ ที่องค์กรจะใช้ปฏิบัติเพื่อว่า ถ้ารัฐธรรมนูญถูกล้มเลิกไป แต่ก็ยังมีกฎหมายรองรับ ก.ศป.เหมือนกับที่ศาลยุติธรรม มีการกำหนดโครงสร้าง คณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม หรือ ก.ต. ที่มีภารกิจเช่นเดียวกับ ก.ศป. กำหนดไว้ใน พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ.2543 ที่ ก.ต.ไม่อาจล้มเลิก หรือสิ้นสุดสถานะทางกฎหมายเมื่อรัฐธรรมนูญล้มเลิกไป 
 
                         เรื่องนี้แม้จะเหตุมาจากเรื่องความชัดเจนสถานะ ก.ศป.แต่ในความเห็นตุลาการศาลปกครองไม่ว่าฝ่ายใด ก็ยังเชื่อว่า ต้องมี “ก.ศป.” ต่อไป เพราะเป็นหลักประกันความอิสระตุลาการ เพียงแต่ฝ่ายหนึ่งกลัวว่าจะเร่งรีบ รวบรัดออกกฎหมาย โดยไม่ได้รับฟังความเห็นรอบด้าน จึงไม่แปลกที่ประธานศาลปกครองสูงสุดต้องชี้แจงที่มา หลักการและเนื้อหาสาระร่างกฎหมายกับตุลาการทั้งหมดได้รับทราบเพื่อการยุติข้อโต้แย้งภายในองค์กร และขอคำยืนยันในการเสนอร่างกฎหมายใหม่ 
 
                         ส่วนที่จะมีตุลาการบางส่วนไม่เห็นด้วย ถือเป็นความเห็นต่างไม่ใช่ความผิดแปลก แต่เป็นการสร้างสมดุลที่จะรับฟังความเห็น ข้อเท็จจริงรอบด้านก่อนออกกฎหมายมาปฏิบัติเพื่อไม่ต้องตีความซ้ำรอยเดิม..!!!
 
                         สุดท้ายการออกกฎหมายใดๆ สิ่งสำคัญสุดคือ มองถึงประโยชน์องค์กรโดยรวม และทำให้กฎหมายมีความชัดเจน ทั้งหลักการและเหตุผล เนื้อหาที่ต้องปฏิบัติ ซึ่งจะต้องไม่เป็นไปเพื่อบุคคลใดเพียงฝ่ายหนึ่งเท่านั้น !
 
 
 
 
 
------------------------
 
('ร่าง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครอง...' เผือกร้อนในมือ 'หัสวุฒิ' : โดย...เกศินี แตงเขียว)