ข่าว

คุม5ผู้ต้องหาชุดดำฝากขังค้านประกัน

คุม5ผู้ต้องหาชุดดำฝากขังค้านประกัน

13 ก.ย. 2557

ตร.กองปราบควบคุมตัว 5 ผู้ต้องหาชุดดำฝากขังศาลอาญาผลัดแรก ค้านประกัน

 
                    เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 13 กันยายน 2557 พ.ต.อ.ประสพโชค พร้อมมูล รอง ผบก.ป. พร้อมพนักงานสอบสวน กก.1บก.ป. และกำลังเจ้าหน้าที่หน่วยคอมมานโด ได้คุมตัวผู้ต้องหากลุ่มคนชุดดำ 5 คน ประกอบด้วยนายกิตติศักดิ์ หรืออ้วน สุ่มสี อายุ 45 ปี นายปรีชา หรือไก่เตี้ย อยู่เย็น อายุ 24 ปี นายรณฤทธิ์ หรือนะ สุริชา อายุ 33 ปี นายชำนาญ หรือเล็ก ภาคีฉาย อายุ 45 ปี และนางปุณิกา ชูศรี อายุ 39 ปี ที่ร่วมกันก่อเหตุความรุนแรงใช้อาวุธสงครามยิง และปาระเบิดใส่กลุ่มผู้ชุมนุมและเจ้าหน้าที่ทหาร ช่วงการชุมนุมขณะเจ้าหน้าที่ทหารขอคืนพื้นที่ เมื่อเวลา 20.00 น.วันที่ 10 เมษายน ปี พ.ศ.2553 บริเวณแยกคอกวัว ถ.ตะนาว และพื้นที่ใกล้เคียง เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ทหารและประชาชนได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก โดยในวันนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวทั้งหมด ไปฝากขังครั้งแรกที่ศาลอาญา ถ.รัชดา ข้อหาร่วมกันมีและใช้อาวุธปืน วัตถุระเบิด ที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ พกพาอาวุธ เครื่องกระสุนและวัตถุระเบิดไปในที่สาธารณะ ใช้อาวุธสงครามยิงและขว้างวัตถุระเบิด
 
                    พ.ต.อ.ประสพโชค กล่าวว่า วันนี้พนักงานสอบสวน กก.1 บก.ป. ได้คุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 5 คน ยื่นคำร้องฝากขังครั้งแรก เป็นระยะเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 13 - 24 กันยายน เนื่องจากการสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น ต้องสอบสวนขยายผล รวมทั้งสอบพยานบุคคลอีกจำนวนมาก ขณะเดียวกันก็รอผลพิสูจน์พยานวัตถุซึ่งเป็นของกลาง เพื่อขยายผลถึงผู้ร่วมก่อเหตุคนอื่นๆ อีกหลายคน เพราะตามกฎหมายสามารถควบคุมตัวผู้ต้องหาเพื่อทำการสอบสวนได้ 48 ชั่วโมง เมื่อครบกำหนดแต่ยังสอบสวนไม่เสร็จสิ้นจึงต้องนำตัวฝากขังไปก่อนแล้วค่อยเบิกตัวสอบเพิ่มเติม โดยการฝากขังครั้งนี้พนักงานสอบสวนได้ยื่นเรื่องเพื่อคัดค้านการประกันตัวผู้ต้องหาทั้งหมด เนื่องจากเป็นคดีอุกฉกรรจ์ มีอัตราโทษสูง เกรงผู้ต้องหาจะหลบหนี ส่งผลต่อรูปคดี และหากประกันตัวไปแล้วอาจมีการข่มขู่พยานอื่นๆที่เกี่ยวข้อง
 
                    พ.ต.อ.ประสพโชค กล่าวอีกว่า ในส่วนของผู้ต้องหาในคดีเดียวกันซึ่งถูกออกหมายจับอีก 2 คนที่ยังจับไม่ได้ เจ้าหน้าที่มีข้อมูลรู้ตัว อยู่ระหว่างเร่งรัดสืบสวนสอบสวนติดตามจับกุม เนื่องจาก หัวหน้าพนักงานสอบสวนเกี่ยวกับคดีนี้คือ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง รองผบ.ตร. ได้สั่งกำชับให้เร่งรัดคดี เพราะคดีที่อยู่ในความรับผิดชอบลักษณะนี้มีกว่า 72 คดี ที่พล.ต.อ.สมยศ ดูแลสำนวนคดีอยู่ โดยมีการทำงานคลี่คลายคดีร่วมกันหลายหน่วยงาน ประกอบด้วย บช.น. ,บช.ภ.1 ,บช.ภ.2 ,บช.ภ.4 และบก.ป.
 
                    “ผู้ต้องหาทั้ง 5 คนนี้ เรามีข้อมูลว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับหลายเหตุการณ์ในความรุนแรงการชุมนุมทางการเมืองตั้งแต่ปี พ.ศ.2553 เป็นต้นมา และมีกลุ่มคนที่ร่วมก่อเหตุด้วยกันหลายคน อยู่ระหว่างการสืบสวนขยายผล ซึ่งต้องรวบรวมพยานหลักฐานให้แน่ชัดรัดกุมละเอียดรอบคอบ เพื่อนำไปสู่การขออนุมัติศาลออกหมายจับและติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดี” รองผบก.ป. กล่าว
 
                    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบจะควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 5 คนมาฝากขังอาญา ถ.รัชดา ได้มีญาติของผู้ต้องหาเดินทางมาเยี่ยมให้กำลังใจที่กองบังคับการปราบปราม โดยเฉพาะญาติของนายปรีชา กับนายกิตติศักดิ์ ซึ่งญาติของนายกิตติศักดิ์มาทั้งภรรยาและลูกสาวอีก 2 คน ขณะเดียวกันนายกิตติศักดิ์เป็นฝ่ายที่พูดปลอบใจภรรยาและลูกพร้อมกับสุนัขที่เลี้ยงมากับมือว่า อดทนรอหน่อยนะ รอได้ไหมประมาณสัก 10 ปี เดี๋ยวก็ได้กลับไปอยู่ด้วยกันพร้อมหน้าพร้อมตา นอกจากนี้ผู้ต้องหายังได้พูดคุยกับญาติว่าเตรียมทำเรื่องขอประกันตัว และเตรียมหลักทรัพย์ให้พร้อม เพราะเจ้าหน้าที่ตำรวจบอกว่าผู้ต้องหาทั้ง 5 คนไม่ได้ถูกดำเนินคดีฆ่าคนตาย แค่ครอบครองอาวุธ ซึ่งจะได้รับการประกันตัวหรือไม่ก็ขึ้นอยู่ที่ดุลพินิจของศาล