
ไอวอรีโคสต์ห้ามค้าเนื้อสัตว์ป่าป้องกันอีโบลา
13 ก.ย. 2557
ไอวอรีโคสต์ ห้ามค้าเนื้อสัตว์ป่า เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไว้รัส อีโบลา กระทบรายได้ประชาชน-ค่าครองชีพสูงขึ้น
ไอวอรีโคสต์ ซึ่งมีพรมแดนติดกับกินี ไลบีเรียน เซียร์ราลีโอน ปิดพรมแดน ห้ามการค้าเนื้อสัตว์ป่า เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไว้รัสอีโบลา ประชาชนได้รับผลกระทบจากรายได้ที่หดหายและค่าครองชีพที่สูงขึ้น
ไอวอรี่โคสต์ มีสัตว์ป่าอยู่เป็นจำนวนมาก และประชาชนจำนวนหนึ่งดำรงชีพด้วยการฆ่าและขายสัตว์เหล่านี้
อาโบ ซึ่งประกอบอาชีพล่าสัตว์ บอกว่า ปกติแล้วเขาจะไปล่าสัตว์ในป่าตั้งแต่ช่วงเช้าถึงเย็น และขายเนื้อสัตว์ป่าให้แก่ร้านอาหารและบาร์ สัตว์ที่ล่าได้มีทั้งหนู ตัวนิ่ม และเม่น ปกติแล้วกลุ่มคนที่ล่าสัตว์ 10 คนจะมีรายได้ราว 1,900 - 3,200 บาทต่อวัน แต่ตอนนี้เขาต้องประสบปัญหาจากรายได้ที่ลดลง หลังจากที่รัฐบาลห้ามการค้าเนื้อสัตว์ป่า และห้ามการล่าสัตว์ เขายังบอกอีกว่าอีโบลาไม่ใช่เพียงแค่ไวรัสที่ทำให้แค่ร่างกายติดเชื้อเท่านั้น แต่ยังเป็นภาระอันหนักอึ้งที่เกิดขึ้นในใจพวกเขาอีกด้วย
หลังการแพร่ระบาดของไวรัสอีโบล่า ทำให้อาหารมีราคาสูงขึ้น ส่งผลกระทบกับการดำรงชีวิตที่ลำบาดกมากยิ่งขึ้น ราคาสินค้าอย่างข้าว มันสำปะหลัง น้ำมันปรุงอาหาร ราคาเพิ่มสูงขึ้น 30% เมื่อเทียบกับต้นปีที่ผ่านมา
การระบาดของไวรัสอีโบลาในครั้งนี้ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วกว่า 2,400 คน จากผู้ติดเชื้อกว่า 4,700 คน ใน 5 ประเทศในแอฟริกาตะวันตก คือ กินี ไลบีเรีย เซียร์ร่าลีโอน เซเนกัล และไนจีเรีย
-----------------------------------------------
(ภาพ : AFP)



