ข่าว

‘ประยุทธ์’ฮึ่ม!สั่งสอบไมค์ทำเนียบฯแพงเกินจริง

‘ประยุทธ์’ฮึ่ม!สั่งสอบไมค์ทำเนียบฯแพงเกินจริง

12 ก.ย. 2557

‘ประยุทธ์’ฮึ่ม!สั่งสอบไมค์ทำเนียบฯแพงเกินจริง ตั้งสโลแกนใช้งบฯ'จริงใจ จริงจังและยั่งยืน' ยันทำเพื่อชาติไม่หวังหาเสียง ลุยเก็บภาษีก้าวหน้า มรดก-ที่ดิน บ่น รบ.เก่

                12ก.ย.2557 เมื่อเวลา 10.00 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) โดยมีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. ทำหน้าที่ประธานการประชุม เพื่อพิจารณาวาระเรื่องด่วนคณะรัฐมนตรีแถลงนโยบายต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ โดยก่อนเข้าสู่วาระ นายพรเพชร แจ้งให้สมาชิก สนช. ทราบว่า การอภิปรายใดๆ อย่าพาดพิงบุคคลภายนอก เพราะอาจจะถูกฟ้องทางแพ่งและทางอาญาได้ จากนั้นพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี นำคณะรัฐมนตรี แถลงนโยบายรัฐบาลต่อที่ประชุม สนช.

                พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ตามที่มีพระบรมราชโองการแต่งตั้งให้ตนดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 24 ส.ค. และแต่งตั้งรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 30 ส.ค. บัดนี้คณะรัฐมนตรีพร้อมแถลงนโยบายก่อนเข้าบริหารราชการแผ่นดิน ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักไทย ฉบับชั่วคราว พ.ศ. 2557 รัฐบาลชุดนี้แม้ใช้อำนาจทำหน้าที่ตามกฎหมายเช่นรัฐบาลก่อนๆ แต่แตกต่างด้านเงื่อนไขและเวลา เพราะต้องสืบทอดสานต่อภารกิจจากที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) เคยกำหนดแนวทางแก้ไขปัญหาประเทศไว้ก่อนแล้ว 3 ระยะ ตั้งแต่เข้าควบคุมอำนาจการปกครองประเทศ เมื่อวันที่ 22 พ.ค.2557 รัฐบาลตระหนักว่าแม้ความเร่งด่วนและรุนแรงของปัญหาที่รอแก้ไขเยียวยามีมาก เมื่อเทียบกับเวลาทำงานอันสั้นและ ประชาคมโลกกำลังเฝ้าการเปลี่ยนแปลงของไทยด้วยความห่วงใย แต่ก็ไม่ถือว่าเป็นจุดอ่อนหรือข้อจำกัด แต่เป็นความท้าทายที่ต้องทำจนเกิดผลสัมฤทธิ์

                “รัฐบาลไม่ได้จัดตั้งขึ้นจากพรรคการเมือง จึงไม่มีนโยบายที่ใช้หาเสียง หวังคะแนนประชานิยม เป็นฐานทางการเมือง และไม่ต้องวิตกว่าจะมีการนำพาประเทศเข้าไปผูกพันจนเสียวินัยการคลัง หรือเกิดภาระในอนาคต และการที่นโยบายเป็นเอกภาพจึงไม่ต้องวิตกว่าการทำงานแต่ละกระทรวงจะไม่บูรณาการสอดคล้องหรือพายเรือคนละที “พล.อ.ประยุทธิ์ กล่าว

                พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า รัฐบาลมีนโยบาย จำแนกเป็น 11 ด้าน ดังนี้ 1.การปกป้องเชิดชูสถาบันพระมหากษัตริย์ ถือเป็นหน้าที่สำคัญ โดยใช้มาตรการทางกฎหมาย มาตรการสังคมจิตวิทยา และมาตรการทางระบบสื่อสาร และเทคโนโลยีสารสนเทศในการดำเนินกับผู้คะนองปาก ย่ามใจหรือประสงค์ร้าย มุ่งสั่นคลอนสถาบันหลักของชาติ 2.การรักษาความมั่นคงของรัฐและการต่างประเทศ แบ่งเป็น 1.ระยะเร่งด่วน รัฐบาลให้ความสำคัญต่อการเตรียมความพร้อมสู่ประชาคมการเมืองและความมั่นคงอาเซียน 2.เร่งแก้ไขปัญหาการใช้ความรุนแรงในจังหวัดชายแดนใต้ 3.พัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพของกองทัพ และระบบป้องกันประเทศให้ทันสมัย รักษาอธิปไตย ผลประโยชน์ของชาติ ปลอดพ้นการคุมคามทุกรูปแบบ และ4.เสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีกับนานาประเทศบนหลักการนโยบายการต่างประเทศเป็นส่วนประกอบสำคัญของนโยบายองค์รวมทั้งหมดในการบริหารราชการแผ่นดิน

                พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า 3.การลดความเหลื่อมล้ำของสังคม และการสร้างโอกาสการเข้าถึงบริการของรัฐ เร่งสร้างโอกาส อาชีพและการมีรายได้ที่มั่นคง ปรับปรุงกฏหมายป้องกันปัญหาการค้ามนุษย์ ผู้หลบหนีเข้าเมือง การทารุณกรรมต่อแรงงานข้ามชาติ และปัญหาคนขอทาน พร้อมทั้งพัฒนาระบบการคุ้มครองทางสังคม เตรียมความพร้อมเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุและประชาคมอาเซียน การจัดระเบียบสังคม และการแก้ปัญหาไร้ที่ดินทำกินของเกษตรกร 4.การศึกษาและเรียนรู้ การทะนุบำรุงศาสนา และศิลปวัฒนธรรม 5.การยกระดับคุณภาพ และบริการด้านสาธารณสุข และสุขภาพของประชาชน โดยจะวางรากฐาน พัฒนา และเสริมความเข้มแข็งให้แก่การบริการ ด้านสาธารณสุข และสุขภาพประชาชน

                “สิ่งสำคัญคือการอ่านหนังสือ เพื่อเป็นการเพิ่มความรู้ เพิ่มวิสัยทัศน์ จัดระเบียบตัวเอง ทีวีก็ไม่ดู ดูแต่ละคร แล้วจะเกิดอะไรขึ้นมาได้ วันหน้าก็อยากเป็นนางเอก อยากเป็นคุณชาย แล้วก็รักกัน ร่ำรวย ก็ได้แค่นี้ วันนี้เรากำลังจะสร้างหนังอยู่ โดยให้กระทรวงพัฒนาสังคมฯ สร้างหนังแบบ Lost in Bangkok พาคนมาเที่ยวประเทศไทย รักกัน ชอบกัน ในระหว่างการท่องเที่ยว ตอนนี้ได้พระเอก นางเอกแล้ว เหลือพ่อพระเอก ลุง ขอให้ไปสมัครไปกระทรวงพัฒนาฯ”พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

                พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า 6 .การเพิ่มศักยภาพทางเศรษฐกิจของประเทศ โดยรัฐบาลจะดำเนินนโยบายทางเศรษฐกิจ 3 ระยะ คือ ระยะเร่งด่วนต้องดำเนินการทันที อาทิ สานต่อนโยบายงบประมาณกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยนำหลักการสำคัญของการจัดทำงบประมาณรายประจำปีงบประมาณ2558 ที่ให้บูรณาการงบประมาณ และระยะต่อไป ต้องแก้ไขปัญหาพื้นฐานที่ค้างคาอยู่ โดยประสานนโยบายการเงินและการคลังให้สอดคล้องกัน เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจพร้อมรักษาเสถียรภาพของราคาอย่างเหมาะสม อาทิ การปฏิรูปโครงสร้างราคาเชื้อเพลิงประเภทต่างๆ การปรับปรุงวิธีการจัดเก็บภาษีให้จัดเก็บได้ครบถ้วน โดยปรับปรุงโครงสร้างภาษีให้คงอัตราภาษีเงินได้ในระดับปัจจุบัน ทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล แต่ปรับปรุงโครงสร้างภาษีให้คงอัตราด้านการค้าและขยายฐานการจัดเก็บภาษีประเภทใหม่ ซึ่งจะเก็บจากทรัพย์สิน เช่น ภาษีมรดก ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง และระยะยาวต้องวางรากฐานเพื่อความเจริญเติบโตต่อเนื่อง

                พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า การบริหารหนี้ภาครัฐที่เกิดขึ้นในช่วงรัฐบาลที่ผ่านมามีจำนวนเงินสูงมากกว่า 7 แสนล้านบาท เป็นภาระงบประมาณใน 5 ปีข้างหน้าจะทำให้เหลืองบประมาณเพื่อการลงทุนพัฒนาประเทศน้อยลง โดยประมวลหนี้เหล่านี้ให้ครบถ้วนหาแหล่งเงินระยะยาวมาสะสางหนี้ทั้งหมด และยืดระยะเวลาชำระคืนให้นานที่สุดเพื่อลดภาระงบประมาณในอนาคต 7.การส่งเสริมบทบาทและการใช้โอกาสในประชาคมอาเซียน โดยเร่งส่งเสริม ขยายความร่วมมือทางด้านเศรษฐกิจ การค้าการลงทุน รวมทั้งพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบการไทยทุกระดับ พัฒนาแรงงานภาคอุตสาหกรรม และเร่งพัฒนาความเชื่อมโยงด้านการขนส่งระบบโลจิสติกส์ต่อเชื่อมเส้นคมนาคมขนส่ง และระบบโลจิสติกส์พัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษเริ่มจากการพัฒนาด่านการค้าชายแดน

                พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า 8.การพัฒนาและส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การวิจัยและพัฒนา และนวัตกรรม รัฐบาลให้ความสำคัญการวิจัย พัฒนาต่อยอดและสร้างนวัตกรรม นำไปสู่การผลิตบริการที่ทันสมัย 9.การรักษาความมั่นคงของฐานทรัพยากร และการสร้างสมดุลระหว่างการอนุรักษ์กับการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน 10.การส่งเสริมการบริหารราชการแผ่นดินที่มีธรรมาภิบาลและการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบใน ซึ่งกรณีที่ขณะนี้มีปัญหาเรื่องราคาไมโครโฟนราคาแพง ได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนแล้วและให้ไปหามา อะไรที่ไม่ใช่เรื่อง ก็อย่าทำให้เป็นเรื่องใหญ่

                พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า 11.การปรับปรุงกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม ระยะเฉพาะหน้าเร่งปรับปรุงประมวลกฎหมายหลักและกฎหมายอื่นๆ ที่ล้าสมัย ไม่เป็นธรรม ไม่สอดคล้องกับความตกลงระหว่างประเทศ จัดตั้งองค์กรปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม ปราศจากการแทรกแซงของรัฐ นำเทคโนโลยีที่ทันสมัยและความรู้ทางนิติวิทยาศาสตร์มาใช้เพื่อเร่งรัดดำเนินคดีทุกขั้นตอนให้รวดเร็ว เป็นธรรม และมีระบบฐานข้อมูลเชื่อมโยงกัน รวมทั้งปรับปรุงระบบช่วยเหลือทางกฎหมายและค่าใช้จ่ายแก่ประชาชนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม และนำมาตรการทางการเงิน ภาษี การป้องกันการฟอกเงินมาใช้ในการป้องกันและปราบปรามผู้มีอิทธิพลและเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ทุจริตและประพฤติมิชอบ

                พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า นโยบายที่แถลงเป็นแนวทางการทำงานของรัฐบาล มีเป้าหมายหรือหลักชัยอยู่ที่การสร้างสังคมที่มีการปฏิรูป มีความเป็นธรรม และไม่ทุจริต รัฐบาลตระหนักว่านโยบายจะเป็นผลสัมฤทธิ์ต่อเมื่อมีการจัดทำแผนปฏิบัติราชการรองรับอย่างเป็นรูปธรรม โดยกำหนดให้หน่วยงานต้องปฏิบัติ ระยะเวลา วิธีการ และงบประมาณที่ชัดเจน โดยจำกัดกรอบเวลา 1 ปี ตามปีงบประมาณ และระยะเวลาของรัฐบาล นอกจากนี้รัฐบาลต้องสร้างบรรยากาศสภาพแวดล้อมที่เหมาะต่อการส่งเสริมความสามัคคีและความสมานฉันท์ที่ในอดีตขาดหายไป แม้ไม่ใช่สิ่งที่ทำได้โดยง่าย เพราะมีปัญหาและอุปสรรคก การเปลี่ยนแปลงความคิดเห็นของคนที่แตกต่างอย่างรุนแรงจนต่อสู้กันให้เข้ามาใกล้เคียงกันเป็นเรื่องใหญ่ รัฐบาลสัญญาว่าจะใช่ความวิริยะอุตสาหะ ความอดทนอดกลั้นเพื่อฟันฝ่าปัญหาแลอุปสรรคให้ได้

“นโยบายทั้งหมด พูดให้ดี เขียนให้หรู ไม่ได้ทำ ก็ไม่เกิดประโยชน์ แล้วจะเหนื่อยทำไม ดังนั้นทุกกระทรวงจะต้องยึดถือแล้วนำไปปฏิบัติ สิ่งไหนทำได้ ก็ทำทันที แล้วให้เกิดผลสัมฤทธิ์ภายใน 1 ปี อันไหนที่ยั่งยืนก็ทำต่อเพื่อรัฐบาลหน้า เพราะบางอย่างใช้เวลาเป็นชาติ ดังนั้นรัฐบาล เอกชน ประชาชนต้องร่วมกันขับเคลื่อน รวมทั้ง คสช.และทหารจะร่วมผลักดันด้วยเพื่อให้เกิดความยั่งยืน และการใช้จ่ายงบประมาณสามารถตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน อันไหนที่เร่งด่วนก็ให้เบิกงบมาก่อน ซึ่งทุกกระทรวงทราบแล้วคงไม่ไปทำอะไรให้เกิดความเสียหาย”พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

                นายกฯ กล่าวว่า ส่วนแผนการปฏิบัติงานได้เตรียมไว้หมดแล้ว เพียงแต่ให้รัฐมนตรีเข้าไปร่วมตัดสินใจอีกครั้ง ซึ่งต้องนำเข้า ครม. ให้เรียบร้อยโดยเร็ว ทั้งนี้ความต้องการของประชาชนถือเป็นสิ่งสำคัญ อยากทำอะไรก็ทำไป แต่ไม่ใช่ประชานิยม ที่ทำให้บ้านเมืองเสียหาย และเวลาตามโรงเรียนและสถานที่ราชการ ให้ติดบัญญัติ 12ประการ โดยไม่ต้องมีรูปตน และห้ามติดรูปตนตามถนน รัฐบาลนี้ตั้งเป้าหมายไว้สูง เพราะประชาชนคาดหวัง ต่างชาติเฝ้าดู ซึ่งเป็นงานที่ยากและท้าทาย แต่ก็เป็นทั้งวิกฤตและโอกาส ก็ขอให้ประชาชนติดตามต่อไปอย่างมีเหตุผล โดยในสัปดาห์หน้าประมาณวันที่ 17 ก.ย.จะมีการซักซ้อมทำความเข้าใจกับส่วนราชการอีกครั้ง ดังนั้น ทั้งสปช.และสนช. เข้ามาควบคุมตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล ไม่ปิดบัง ปิดกั้นให้ความเป็นธรรม ขอให้คุยกันดีๆ ไม่ใช่ไปตีกันตามสื่อ

                “มีอย่างที่ไหนว่าผมไปสั่งธนาคาร ไม่ให้เปิดเผยเงินฝากจำนวน 2.8 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นเงินของผมกับน้อง ถ้าผมมีถึงขนาดนั้น คงไม่มายืนอยู่อย่างนี้ คงเอาให้ชาวนาไปแล้ว หรือเอาไปสร้างสิ่งที่เกิดประโยชน์ แต่ผมไม่รวยขนาดนั้น วันนี้ขอให้ลดปัญหาความขัดแย้งให้เร็วที่สุด ต้องแก้ไขให้ได้ ประเทศชาติจะต้องเดินหน้าไปโดยไม่มีความขัดแย้ง กฎหมายต้องให้ความเป็นธรรมมีความเชื่อมั่น ผมไม่ได้ทำเพื่อใคร แต่ทำเพื่อประเทศ นโยบายของรัฐบาลคือ ทำก่อน ทำจริง ทำทันที เกิดผลสัมฤทธิ์ และยั่งยืน ส่วนหลักการของรัฐบาลคือ “จริงใจ จริงจังและยั่งยืน”

                จากนั้นพล.อ.ประยุทธ์ กล่าวขอบคุณ พร้อมยกมือไหว้สมาชิก สนช.ที่นั่งอยู่ในห้องประชุมทุกด้านและกล่าวว่าพร้อมตอบคำถาม แต่คงไม่ได้อยู่ต่อ เพราะต้องเดินทางลงพื้นที่จ.สุโขทัย แต่จะมีรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องตอบข้อซักถามของสมาชิก ทั้งนี้พล.อ.ประยุทธิ์ได้ใช้เวลาเสนอนโยบายประมาณ 2 ชั่วโมง