
สิงโตยุคปืนโต อินทรีไร้หอก
13 ก.ย. 2557
สปอร์ต คม วีกเอนด์ : สิงโตยุคปืนโต อินทรีไร้หอก
หลังศึกฟุตบอลโลกที่บราซิล หลายๆ ทีมมีการเปลี่ยนแปลงทีมไปมากมาย โดยเฉพาะบรรดาทีมยุโรปที่จะต้องสร้างทีมใหม่เพื่อสู้ศึกยูโร 2016 ที่ฝรั่งเศส อย่าง "สิงโตคำราม" อังกฤษ ถือว่าเข้าข่ายการสร้างทีมใหม่อย่างขัดเจน ขณะที่ "อินทรีเหล็ก" เยอรมนี เอง แม้ว่าจะเพิ่งคว้าแชมป์โลกสมัยที่ 4 แต่ก็เกือบๆ จะสร้างทีมใหม่เช่นกัน
มาดูกันที่ทีมชาติอังกฤษที่ยังคงมี รอย ฮอดจ์สัน เป็นกุนซือ แต่เรื่องรูปร่างหน้าตาถือว่ามีการเปลี่ยนแปลงไปพอสมควร เรื่องแรกคือการตั้ง เวย์น รูนีย์ เป็นกัปตันทีม ขณะที่นักเตะที่เหลือส่วนใหญ่แล้วก็เพิ่งจะก้าวขึ้นมาเป็นตัวหลักในช่วงนี้
จากเกมอุ่นเครื่องที่เฉือนชนะ นอร์เวย์ 1-0 ในเกมที่มีผู้ชมน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์เวมบลีย์ใหม่ รวมทั้งมีผู้ชมทางการถ่ายทอดสดเพียงแค่ 5.5 ล้านคน ทำให้เหมือนว่าศรัทธาของทีมชาติอังกฤษจะหมดไปแล้ว แต่สุดท้าย ฮอดจ์สัน ก็พาทีมกลับมาเรียกศรัทธาจากแฟนบอลได้อีกครั้ง ด้วยเกมยูโร คัดเลือกจริง ที่บุกไปชนะ สวิตเซอร์แลนด์ 2-0
สภาพของทีมชาติอังกฤษชุดนี้มาด้วยดาวรุ่ง และเป็นการสร้างทีมใหม่อย่างชัดเจนเมื่อนักเตะ 20 คนในเกมกับสวิตเซอร์แลนด์ มีนักเตะ 12 คนที่อายุไม่ถึง 25 ปี อีกทั้งมีผู้เล่นเพียงแค่คนเดียวที่ลงเล่นให้ทีมชาติมากกว่า 50 นัด ซึ่งเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก เวย์น รูนีย์
ที่สำคัญคือนอกจากจะเป็นพวกที่ขาดประสบการณ์ในทีมชาติแล้ว ยังมีปัญหาเรื่องอาการบาดเจ็บเข้ามารบกวน แต่สุดท้ายแล้วทีมชุดที่ไปเก็บ 3 แต้มที่บาเซิล ทำผลงานได้แบบสอบผ่านด้วยการใช้นักเตะของ "ปืนใหญ่" อาร์เซนอล เป็นหลัก
4 คนดังกล่าวประกอบไปด้วย คาลัม แชมเบอร์ส ในแนวรับ, แจ็ค วิลเชียร์ กับ อเลกซ์ แชมเบอร์เลน ในแดนกลาง และน้องใหม่อย่าง แดนนี เวลเบ็ค ในแดนหน้า โดยมี แชมเบอร์เลน เพียงคนเดียวที่ไม่ได้ลงสนามที่บาเซิล และนอกจาก 4 คนนี้แล้วนักเตะอังกฤษในทีมอาร์เซนอลที่มีศักยภาพพอจะเล่นทีมชาติของ ฮอดจ์สัน ยังมีอีกทั้ง ธีโอ วัลคอตต์ และ คีแรน กิบบ์ส
แสดงให้เห็นว่านักเตะของอาร์เซนอลกำลังจะพาเหรดเข้าสู่ทีมชาติอังกฤษชุดยูโร 2016 ที่ฝรั่งเศสกันมากมาย ซึ่งเรื่องนี้ต้องให้เครดิตกับ อาร์แซน เวนเกอร์ ผู้จัดการทีมที่มีการปรับเปลี่ยนนโยบายของตัวเอง ที่เริ่มเน้นการซื้อนักเตะอังกฤษมาร่วมทีมมากขึ้น ที่เห็นได้ชัดที่สุดคือวันสุดท้ายของตลาดซื้อขายนักเตะที่เอา แดนนี เวลเบ็ค มาจาก "ปีศาจแดง" แมนฯ ยูไนเต็ด ด้วยค่าตัว 16 ล้านปอนด์
ก่อนหน้านี้เหตุผลที่ เวนเกอร์ มักจะมองนักเตะนอกพรีเมียร์ลีกเข้ามาเสริมทีมเป็นประจำอาจจะเป็นเพราะเรื่องค่าตัวของนักเตะอังกฤษที่แพงเกินจริง แต่ในระยะหลังเมื่อเจอนักเตะที่เหมาะสมกับราคา ก็ไม่เกี่ยงที่จะคว้าตัวมาร่วมทีม
จากการที่นักเตะอังกฤษเข้ามาอยู่ในมือ เวนเกอร์ มากขึ้น ผลดีย่อมจะส่งผลกับทีมชาติอังกฤษไปด้วย เนื่องจากกุนซือชาวฝรั่งเศสรายนี้พร้อมจะให้โอกาสนักเตะดาวรุ่งอยู่เสมอ มีการใช้ผู้เล่นในทีมได้ค่อนข้างคุ้มค่า ไม่ค่อยมีใครต้องเรื้อสนามไปนานๆ ซึ่งปัญหาบาดเจ็บของนักเตะในทีมอาจจะเป็นอีกหนึ่งปัจจัย
เมื่อนักเตะอังกฤษมีโอกาสได้ลงสนามจริงในทีมใหญ่ๆ ก็จะยิ่งทำให้ทีมชาติอังกฤษแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ อย่างแดนกลางของอังกฤษตอนนี้ที่ไม่มีทั้ง สตีเวน เจอร์ราร์ด และแฟรงค์ แลมพาร์ด แล้ว คนที่เหมาะกับการขึ้นมาเป็นทุกสิ่งทุกอย่างในการทำเกมมากที่สุดก็ต้องเป็น แจ็ค วิลเชียร์ ที่ผ่านพ้นช่วงเจ็บยาวถึง 15 เดือนกลับมาแล้ว
ช่วงจากนี้ไป วิลเชียร์ ต้องพยายามเร่งฟอร์มในทีมปืนใหญ่ขึ้นมาให้ได้ หลังจากช่วงที่ผ่านมา เหมือนจะเป็นรองฟอร์มของ แอรอน แรมซีย์ กัปตันทีมชาติเวลส์อยู่พอสมควร ด้าน คาลัม แชมเบอร์ส พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าพร้อมจะเป็นนักเตะสารพัดประโยชน์ในทีม ขณะที่ อเลกซ์ แชมเบอร์เลน มีประโยชน์กับทีมเสมอ และที่ลืมไม่ได้คือ แดนนี เวลเบ็ค ที่เริ่มจะฝากความหวังได้จริงจังมากขึ้น
ขณะที่ "อินทรีเหล็ก" เยอรมนี หลังจากที่คว้าแชมป์โลก มี 3 นักเตะที่อำลาทีมชาติไปคือ ฟิลิปป์ ลาห์ม, แพร์ แมร์เตซัคเกอร์ และ มิโรสลาฟ โคลเซ รวมทั้ง ฮันส์ ดีเตอร์ ฟลิค มือขวาของ โยอาคิม เลิฟ ยังเลื่อนไปเป็นผู้อำนวยการกีฬา แต่จากการที่ เลิฟ ทำทีมมานานทำให้แม้จะมีปัญหาเรื่องตัวหลักเจ็บเพิ่ม แต่ก็ยังสามารถจัดนักเตะหน้าใหม่ลงสนามได้อย่างสอบผ่านอยู่บ้าง แต่ที่เด่นชัดที่สุดคือยังไม่สามารถหากองหน้าตัวเป้ามาแทนที่ โคลเซ ได้
จากเกมอุ่นเครื่องที่แพ้ อาร์เจนตินา คาบ้าน 2-4 และเอาชนะ สกอตแลนด์ แบบหืดขึ้นคอ 2-1 ในยูโร 2016 รอบคัดเลือก เป็นข้อพิสูจน์ได้ชัด โดยในเกมอุ่นเครื่อง มาริโอ โกเมซ ทำผลงานได้น่าผิดพลาดไม่สามารถเปลี่ยนโอกาสจะๆ หลายครั้งให้เป็นประตูได้ ส่วนในเกมกับ สกอตแลนด์ มีการดันเอา มาริโอ เกิตเซ ผู้ยิงประตูชัยนัดชิงแชมป์โลกขึ้นไปเล่นก็ยังดูไม่ดี สุดท้ายยังเป็น โธมัส มุลเลอร์ ที่เป็นคนแก้ปัญหาในการทำประตูให้ทีมได้
ถึงตอนนี้ว่าไปแล้ว เยอรมนี ยังไม่มีกองหน้าเบอร์ 9 ที่เหมาะสมกับการแทนที่ โคลเซ อย่าง โกเมซ ก็ต้องกลับไปทำฟอร์มมาใหม่ ตัวเลือกอื่นที่เคยเล่นทีมชาติมาบ้างแล้ว หรือเป็นกองหน้าในทีมชุดเล็กทั้ง สเตฟาน คีสลิง, มักซ์ ครูเซ, เควิน โฟลลันด์, ปิแอร์-มิเชล ลาซอกกา, มักซิมิเลียน อาร์โนลด์, ฟิลิปป์ โฮฟมันน์, เอลีอัส คาชุงกา ยังถูกมองว่าไม่ใช่ทางเลือก
ที่สำคัญคือยอดทีมในบุนเดสลีกายุคนี้ทั้ง บาเยิร์น มิวนิค และดอร์ทมุนด์ ต่างก็ใช้กองหน้าต่างชาติกันหมดไม่ว่าจะเป็น โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี หรือว่า ชิโร อิมโมบิเล ทำให้ตัวเลือกกองหน้าตัวของ เลิฟ มีไม่มากนัก
ดังนั้นในเกมยูโรรอบคัดเลือก เลิฟ น่าจะต้องใช้ โธมัส มุลเลอร์ เล่นเป็นกองหน้าตัวเป้าไปก่อน เพราะดูจะเป็นคนที่ฝากผีฝากไข้ได้มากที่สุดจากสถิติที่ยิงไปแล้ว 24 ประตูให้ทีมอินทรีเหล็ก



