
จากใจ...นิชาฉันไม่มีอะไรที่จะดีใจหรือเสียใจ
จากใจ...นิชา ธุวธรรมฉันไม่มีอะไรที่จะดีใจหรือเสียใจ
เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2557 เวลา 15.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางนิชา หิรัญบูรณะ ธุวธรรม ภรรยาของ พล.อ.ร่มเกล้า ธุวธรรม อดีตรองเสนาธิการกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.ร.21 รอ.) ซึ่งเสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อย และขอคืนพื้นที่จากการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) บริเวณสี่แยกคอกวัว เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2553 ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวชื่อ "Nicha Hiranburana Thuvatham" เกี่ยวกับกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมผู้ต้องหาก่อเหตุความรุนแรงเมื่อปี 2553 ว่า
"1)จากการแถลงข่าวการจับกุมคนร้ายชายชุดดำปี 2553 ดิฉันขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายทั้งทหาร ตำรวจ ที่ติดตามคดีให้ หลังจากหมดหวังไปแล้ว ขอขอบคุณ คสช. และท่าน ผบ.ตร. พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ที่กรุณาติดตามคดี เพื่อเรียกความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมกลับคืนมา ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของกระบวนการปรองดองสมานฉันท์ ซึ่งข้ามผ่านไม่ได้ และเป็นมาตรฐานสากล ในเรื่องการค้นหาข้อเท็จจริงและกระบวนการยุติธรรม 2)เหตุการณ์ความรุนแรงในปี 53 เป็นเหตุการณ์ใหญ่ มีผู้ได้รับผลกระทบจำนวนมาก คดีมีความซับซ้อน ทั้งตัวคดีเอง ซึ่งมีผู้เกี่ยวข้องจำนวนมาก และยังถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง ทำให้การดำเนินคดีในช่วงที่ผ่านมา ไม่มีความโปร่งใส ไม่เป็นที่ยอมรับ ขาดความเชื่อมั่น ถึงจุดที่ดิฉันหมดความไว้ใจในกรมสอบสวนคดีพิเศษ คนตายทั้งคน บอกว่าไม่มีหลักฐานใดๆ และไม่มีความพยายามติดตามคดีให้เลย
3) อย่างไรก็ดี เป็นนิมิตหมายดี ที่บัดนี้ หน่วยงานความมั่นคงทั้งทหาร ตำรวจและเจ้าหน้าที่ดีเอสไอที่มีจิตสำนึกได้ร่วมกันสืบค้นคดีนี้ แต่ก็คงต้องใช้ความรอบคอบอย่างมาก เพราะในช่วงที่ผ่านมา ไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างกับหลักฐานข้อเท็จจริงของคดีทั้งหมด จึงอยากขอฝากให้นำข้อเท็จจริงจากผลการสอบสวนข้อเท็จจริงของ คอป. คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน และคณะอนุกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงคดี พล.อ.ร่มเกล้า ธุวธรรม ของวุฒิสภา ฯลฯ มาประกอบสำนวนคดีให้ครบถ้วนเพื่อนำไปสู่การขยายผลให้ได้ข้อเท็จจริงอย่างสมบูรณ์ต่อไป
4) วันนี้ อย่างน้อย ก็ได้ข้อสรุปให้สังคมประจักษ์ว่ามีชายชุดดำที่ทำร้ายทหารและประชาชนผู้บริสุทธิ์จริง หวังว่าจะโยงถึงผู้สั่งการ ผู้เกี่ยวข้องกับคดีทั้ง 89 ศพในปี 53 และอยากฝากให้เร่งติดตามคดีผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ชุมนุมปี 56-57 ด้วย เพราะเหตุการณ์เพิ่งเกิดขึ้นไม่นาน ยังมีความหวังที่จะได้ตัวผู้กระทำผิด อย่าปล่อยให้คดีล่วงเลยเหมือนปี 53
5)คนถามมากถึงความรู้สึกว่าดีใจไหม ดิฉันไม่มีอะไรจะดีใจและเสียใจแล้ว เพราะสามีดิฉันไม่มีวันฟื้นคืนชีวิต มีแต่หน้าที่ในโลกที่ต้องทำต่อไปจนกว่าจะหมดเวลา เจตนาที่ติดตามคดีนี้ก็เพื่อความเป็นธรรมของสังคม เพื่อชีวิตที่บริสุทธิ์ของประชาชนและเจ้าหน้าที่รัฐที่จะไม่ต้องตายเหมือนสามีดิฉัน ไม่ต้องมีครอบครัวใครนั่งร้องไห้ตายทั้งเป็นเหมือนดิฉัน ความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย ความยุติธรรมนานเพียงใดก็รอได้ 6) ขอขอบคุณทุกท่านที่ให้กำลังใจและรอคอยติดตามคดีของพี่ร่มเกล้ากับดิฉันมาตลอด ขอให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ซึ่งมีใจบริสุทธิ์ต่อบ้านเมืองในการทำงานค้นหาความจริงเพื่อประโยชน์ของชาติบ้านเมืองต่อไปค่ะ"
นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม ที่ผ่านมา ซึ่งมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี นางนิชายังได้โพสต์ภาพปกนิตยสารท็อปกัน ซึ่งเป็นภาพ พล.อ.ร่มเกล้า กับพล.อ.ประยุทธ์ "Nicha Hiranburana Thuvatham" พร้อมข้อความว่า
"พี่ร่มเกล้าคงปลื้มที่มีภาพถ่ายลงปกกับท่านนายกรัฐมนตรี (ถ่ายเมื่อปี 2551) แม้เขาคงเสียดายที่ไม่มีโอกาสได้รับใช้เจ้านายในช่วงเวลาสำคัญนี้
ยังจำคำพูดก่อนจากไปของเขาได้เสมอ “พี่เชื่อมั่นในความจงรักภักดีของท่าน ประยุทธ์ ท่านให้ทำอะไร พี่ก็ทำ” เชื่อคำพูดสามี จึงมั่นใจ ไม่เคยหวั่นไหว
ตลอดเวลาที่ผ่านมา...วันนี้ ในฐานะข้าราชการคนหนึ่ง จะตั้งใจทำงานให้ท่านนายกรัฐมนตรี ด้วยเชื่อแน่ว่าท่านมุ่งมั่นที่จะบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนทุกข์ยากของประชาชนด้วยความจริงใจ"



