
ผ่าจอแดงภาคใหม่ แกนนำนปช.โผล่จ้อหน้าจอ
ผ่าจอแดงภาคใหม่แกนนำนปช.โผล่จ้อหน้าจอ
"อำนาจการดูทีวีของประชาชนอยู่ที่รีโมทของพวกท่าน"
ถ้อยวลีของ จตุพร พรหมพันธุ์ ที่สื่อผ่านจอแดงภาคใหม่ ได้สร้างความกระชุ่มกระชวยให้แก่มวลชนคนเสื้อแดง เนื่องจากในชีวิตพวกเขาขาดการเสพข่าวจากจอแดงภาคเดิมไปนานหลายเดือน
ดั่งที่ทราบกัน ช่วงการเข้าควบคุมอำนาจของ คสช. ได้ส่งผลให้ "นักการเมือง" ต้องเว้นวรรคหรือพักร้อนไปช่วงเวลาหนึ่ง กว่าจะถึงฤดูกาลเลือกตั้งครั้งใหม่ ก็ต้องรอเวลาอย่างน้อย 1 ปี
ฉะนั้น นักการเมืองกลุ่มหนึ่งจึงต้องสร้าง "คอนเทนท์" เพื่อรักษา "แบรนด์" โดยอาศัยช่องทางสื่อใหม่ ทั้งเฟซบุ๊ก ยูทูบ และทีวีดาวเทียม
ทำนองเดียวกัน อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย และแกนนำ นปช. ได้อาศัยจังหวะที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) อนุญาตให้ช่องทีวีการเมืองกลับมาออกอากาศใหม่ จึงเรียงหน้ามาโผล่ทางจอแดงกันพร้อมหน้าพร้อมตา
อย่างเช่นช่อง PEACE TV ทีวีเพื่อสันติภาพ เดิมชื่อช่อง UDD TV ดำเนินการโดยบริษัท รวยทันที จำกัด ที่มี จตุพร พรหมพันธุ์ เป็นผู้บริหารหลังม่านนั้น เริ่มแพร่ภาพมาตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2557
ในช่วงการทดลองออกอากาศ ช่อง PEACE TV ได้เปิดตัวด้วยรายการ PEACE TALK โดยมีแกนนำ นปช. ทั้ง จตุพร พรหมพันธุ์, ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ, ธิดา ถาวรเศรษฐ, เหวง โตจิราการ, วีระกานต์ มุสิกพงศ์, นิสิต สินธุไพร, ธนาวุฒิ วิชัยดิษฐ, วรชัย เหมะ อดีต ส.ส.สมุทรปราการ ฯลฯ มาร่วมพูดคุยกับพิธีกรประจำของช่อง PEACE TV
รายการ PEACE TALK เปรียบเสมือนการโหมโรงแนะนำตัวแกนนำ นปช. ให้คนเสื้อแดงได้ทราบว่า ในช่วงเวลา 3-4 เดือนหลังการเกิดรัฐประหาร พวกเขาไปอยู่ไหน? ไปทำอะไรกันบ้าง?
ส่วนคู่ขวัญแกนนำ นปช. ธิดา ถาวรเศรษฐ เริ่มจัดรายการ "เหลียวหลังแลไปข้างหน้าเพื่อประชาธิปไตย" และ เหวง โตจิราการ ในรายการ "ก้าวเดินหน้าประชาธิปไตย"
สำหรับรายการ "เข้าใจตรงกันนะ" ของ "เต้น ณัฐวุฒิ" ที่เจ้าตัวให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อออนไลน์ว่า จะเป็นรายการแนวข่าวบันเทิงและกีฬานั้น ยังไม่ได้ออกอากาศ คงต้องรอเฟส 2 ที่จะเริ่มในวันที่ 15 กันยายนนี้ ซึ่งผังรายการของแกนนำ นปช.แต่ละคน ก็น่าจะลงตัวกว่าที่เป็นอยู่
คนใกล้ชิด "จตุพร" เล่าให้ฟัง บริษัท รวยทันที จำกัด ได้รับความเมตตาจาก พระครูวินัยธร (พชร) ฐานกโร หรือ 'พระอาจารย์เพชร' เจ้าอาวาสวัดประยงค์กิตติวนาราม แขวงคลองสิบสอง เขตหนองจอก กรุงเทพฯ
พระอาจารย์เพชร อาจไม่ใช่พระเกจิชื่อดังในหน้าหนังสือพิมพ์หัวสี แต่ในแวดวงตลาดหุ้น ต้องรู้จักชื่อพระอาจารย์เพชร เนื่องจากนักเล่นหุ้นหลายคนเป็นลูกศิษย์ท่าน
ว่ากันว่า พระอาจารย์เพชรเอง ก็มีความรู้เรื่องตลาดหุ้น และวาณิชธนกิจ
จากการสอบถามลูกศิษย์พระอาจารย์เพชร ทราบว่า ท่านเป็นชาวนครศรีธรรมราช และเป็นพระกรรมฐานสายเมืองเหนือ สายธรรมครูบาบุญชุ่ม ครูบาอริยชาติ
ศิษย์เอกของพระอาจารย์เพชร คือ "เสี่ยม้อ" อมฤทธิ์ กล่อมจิตเจริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เวิลด์เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด และผู้ถือหุ้นใหญ่บริษัท เอเชีย จอยท์ พาโนราม่า จำกัด (มหาชน) หรือ AJP
AJP เป็นผู้ประกอบธุรกิจผลิตสื่อโทรทัศน์ผ่านช่องทีวีดาวเทียม 8 ช่อง โดยร่วมกับบริษัท เอ็มวี (ไทยแลนด์) จำกัด ของ ชัยยุทธ ทวีปวรเดช
ย้อนความสัมพันธ์ของพระอาจารย์เพชรกับแกนนำ นปช. เริ่มปรากฏเป็นข่าวกับ "จตุพร" เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2556 เมื่อแกนนำ นปช.ยกคณะ เข้าร่วมในพิธีวางศิลาฤกษ์ฐานหลวงพ่อทวดที่ใหญ่ที่สุดในโลก บริเวณลานใกล้โบนันซ่า เขาใหญ่ โดยมีเจ้าอาวาสวัดประยงค์กิตติวนาราม เป็นประธานพิธีฝ่ายสงฆ์
ถัดมาวันที่ 5 ตุลาคม 2556 พระอาจารย์เพชร ได้จัดงานครบรอบวันคล้ายวันเกิด 48 ปีให้แก่ จตุพรที่บริเวณจุดก่อสร้างหลวงพ่อทวดใหญ่ที่สุดในโลก โบนันซ่า เขาใหญ่ ต.หมูสี อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา
พระอาจารย์เพชร เป็นผู้ริเริ่มในการจัดสร้างองค์หลวงพ่อทวด ความสูง 111 เมตร พร้อมการจัดสร้างพิพิธภัณฑ์เพื่อให้เป็นสถานที่เผยแผ่ธรรมะของพุทธศาสนิกชนต่อไป
นี่คือสายสัมพันธ์ของพระอาจารย์เพชร กับ "ตู่ จตุพร" โดยมี "เสี่ยม้อ" เจ้าของช่องทีวีดาวเทียม 8 ช่อง เป็นตัวละครหลักอีกคนหนึ่ง
ด้วยเหตุนี้ ช่อง PEACE TV จึงมีความพร้อมในการออกอากาศมากกว่าทีวีการเมืองช่องอื่นๆ และในแพลตฟอร์ม PSI ช่องทีวีของจตุพร อยู่หมายเลข 101 ขณะที่ช่องฟ้าวันใหม่อยู่หมายเลข 216
ส่วนจอแดงอีกสาขาหนึ่งคือ ช่องทะเวนตี้โฟร์ทีวี (24TV) สถานีประชาชน เดิมชื่อช่อง DNN
ก็มี อดิศร เพียงเกษ อดีต ส.ส.หลายสมัย เป็นตัวหลักในการจัดรายการสนทนา
ในเบื้องต้น ยังมีรายการข่าวค่ำ และรายการเล่าข่าวที่มีพิธีกรจากช่อง Asiaupdate เป็นตัวหลัก และไม่มีรายการการเมืองแนวฮาร์ดคอร์
คาดการณ์ว่า ช่องทะเวนตี้โฟร์ทีวี จะเป็นเวทีของอดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย ได้ใช้จอแดงช่องนี้พบปะกับคนเสื้อแดง และสมาชิกพรรคเพื่อไทย
เชื่อว่าการกลับมาของช่องทีวีดาวเทียม จะทำให้แฟนคลับของพรรคการเมืองใหญ่ มีความคึกคักขึ้นมาในทันที ขณะเดียวกัน คสช. หรือ ครม.ประยุทธ์ คงไม่สบายใจนัก เพราะมีนักการเมือง และแกนนำมวลชนชื่อดังมาชิงพื้นที่สื่อ
แม้ว่าแกนนำ นปช.จะระมัดระวังในการพูดจาหน้าจอ และเลี่ยงที่จะวิจารณ์ คสช.ในทางลบ แต่ก็อดที่จะวิพากษ์พรรคเสื้อสีฟ้า และองค์กรอิสระไม่ได้
สงครามเย็นหรือสงครามสองขั้วสี อาจกลับมาปะทุเป็นความขัดแย้งครั้งใหม่ หากว่า นักการเมืองใช้สื่อใหม่เพื่อเล่น "เกมการเมือง" มากกว่าการรักษา "แบรนด์" รอการเลือกตั้งครั้งใหม่



