
จากการค้าทาสถึงการค้ามนุษย์
จากการค้าทาสถึงการค้ามนุษย์ : วันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์ กับ ประภัสสร เสวิกุล
ปีนี้เป็นวาระ 207 ปี ที่รัฐสภาอังกฤษได้ออกกฎหมายห้ามการค้าทาส เมื่อ ค.ศ.1807
การค้าทาสรุ่งเรืองในยุคของการค้นพบโลกใหม่ คือทวีปอเมริกา และการอพยพชาวยุโรปเข้าไปตั้งถิ่นฐานในอเมริกาเหนือและอเมริกาใต้ ซึ่งต้องการแรงงานในการบุกเบิก การทำเหมืองแร่ และเกษตรกรรม และแรงงานส่วนใหญ่ก็คือ คนผิวดำที่ถูกนำตัวมาจากทวีปแอฟริกา ในคริสต์ศตวรรษที่ 16-19 ประมาณว่ามีชาวแอฟริกา จำนวน 12-15 ล้านคน ถูกส่งตัวลงเรือข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกไปยังดินแดนอันห่างไกล โดย 85 เปอร์เซ็นต์ ถูกส่งไปยังบราซิล และอาณานิคมต่างๆ ของสเปน อังกฤษ ฝรั่งเศส และฮอลันดา ในทะเลแคริบเบียน และประมาณ 6 เปอร์เซ็นต์ ถูกส่งไปยังสหรัฐ ซึ่งในเวลานั้นอยู่ในความปกครองของอังกฤษ
ภาพของทาสผิวดำที่เห็นจากหนังสือ และภาพยนตร์ ก็คือมนุษย์ที่ถูกล่ามโซ่ ใส่ขื่อคา ถูกเฆี่ยนตี และทำร้ายร่างกาย หรือทรมานด้วยวิธีการอันทารุณโหดร้าย รวมทั้งถูกนาบด้วยเหล็กที่เผาไฟจนแดงเพื่อประทับตราของเจ้าของทาส ไม่ต่างจากวัวควาย
การค้าทาสเริ่มต้นด้วยสงครามระหว่างชนเผ่า และผู้ที่ตกเป็นเชลยก็จะถูกขายแก่พ่อค้าชาวอาหรับ ต่อมาชาติตะวันตกก็ได้เข้าร่วมในการค้าทาสอย่างเป็นล่ำเป็นสัน ทำให้สงครามระหว่างเผ่า นอกจากความขัดแย้งในเรื่องต่างๆ แล้ว ยังกลายเป็นการหาสินค้าคือเชลย มาขายแก่พวกพ่อค้าทาส เมื่อความต้องการทาสในทวีปอเมริกาสูงขึ้น ก็ทำให้เกิดการลักพาตัว ชาวพื้นเมืองที่อาศัยอยู่แถบชายฝั่งทวีปแอฟริกา และขบวนการล่าชนพื้นเมืองที่อยู่ลึกเข้าไปในทวีปด้วยน้ำมือของคนแอฟริกันด้วยกันเอง เพื่อนำมาขายแก่พ่อค้า ซึ่งบางครั้งก็เพียงแค่แลกเปลี่ยนกับของเล็กๆ น้อยๆ เช่น เหล้า เสื้อผ้า เครื่องประดับ มีด ดาบ และปืน
การค้าทาสในสมัยนั้นมีลักษณะเช่นเดียวกับการค้าปศุสัตว์ คนผิวดำทั้งที่เป็นเชลยและถูกจับมาจะถูกล่ามโซ่ติดกันและเดินทางเป็นระยะทางไกลในเวลากลางคืน เพื่อให้หลบหนีได้ยาก จนมายังสถานที่เป็นศูนย์กลางการค้าทาส ที่นั่นจะมีการประมูลทาส เมื่อประมูลได้แล้วเจ้าของก็จะประทับตราของตนลงบนตัวทาส และส่งต่อไปยังชายทะเลเพื่อลงเรือเล็กไปขึ้นเรือใหญ่ต่อไป สภาพในเรือก็อดอยาก สกปรก แออัด และทุกข์เข็ญ จนหลายคนเสียชีวิตกลางทาง ซึ่งก็จะถูกจับโยนลงทะเลเหมือนซากสัตว์
การค้าทาสเป็นการส่งเสริมให้มีการทำสงครามระหว่างเผ่า การลักพาตัว ขณะเดียวกันก็เป็นการโยกย้ายถิ่นฐานโดยไม่สมัครใจของชาวแอฟริกันจำนวนมหาศาล ซึ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ วิถีชีวิต สังคม วัฒนธรรม ของทวีปแอฟริกาโดยรวม จากอดีตถึงปัจจุบัน และการค้าทาสก็เป็นอาชญากรรม และความเลวร้ายที่มนุษย์กระทำต่อมนุษย์ด้วยกันเอง เพื่อผลประโยชน์ของตนฝ่ายเดียว
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะมีการห้ามค้าทาสมาเป็นเวลา 207 ปีแล้ว แต่ปัจจุบัน การค้ามนุษย์ก็ยังดำเนินอยู่ในหลายพื้นที่ทั่วโลก ด้วยรูปแบบและวิธีการที่เปลี่ยนไปตามสภาพของสังคม แต่ความทุกข์ทรมาน ความปวดร้าวจิตใจ และการสูญเสียคุณค่าของความเป็นมนุษย์ของผู้ที่ตกเป็นเหยื่อ ย่อมจะไม่ต่างไปจากทาสในสมัยก่อน หรอกครับ



