
ถวิลเผยมาเลย์พร้อมสานต่อพูดคุยสันติสุข
ถวิลเผยมาเลย์พร้อมสานต่อพูดคุยสันติสุ คนร้ายป่วนปัตตานี ยิงถล่มเทศบาลตำบลมะกรูดแล้ววางระเบิดซ้ำเจ้าหน้าที่-ชาวบ้าน เสียชีวิต 4 ศพ บาดเจ็บ 6
11ก.ย.2557 นายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เปิดเผยภายหลังการหารือกับดาโต๊ะ มูฮัมหมัด ทาจูดีน อับดุลวาฮับ เลขาธิการสมช.มาเลเซีย เมื่อวันที่ 10 ก.ย. ที่ประเทศมาเลเซีย เกี่ยวกับความร่วมมือสนับสนุบกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ ว่า ตามที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้มอบหมายให้มาแจ้งฝ่ายมาเลเซียทราบเกี่ยวกับนโยบายและแนวทางการดำเนินการในเรื่องดังกล่าว โดยฝ่ายมาเลเซียได้รับทราบนโยบายของรัฐบาลไทยที่จะแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วยสันติวิธี ซึ่งรวมถึงการสร้างความต่อเนื่องของกระบวนการพูดคุย หลักการชี้แจงของฝ่ายไทย ฝ่ายมาเลเซียแสดงความเข้าใจถึงกระแสข่าวในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับบทบาทของผู้อำนวยความสะดวก และการแต่งตั้งหัวหน้าคณะพูดคุยว่า ฝ่ายไทยยังให้มาเลเซียเป็นผู้อำนวยความสะดวก และยังไม่มีการแต่งตั้งหัวหน้าคณะพูดคุย ดังนั้นเพื่อป้องกันความสับสนในเบื้องต้นจึงกำหนดให้มีช่องทางการติดต่อระหว่างรัฐบาลทั้งสองประเทศ โดยใช้ช่องทางของสมช.ทั้งสองฝ่ายเพียงช่องเดียว จนกว่ากระบวนการพูดคุยจะเริ่มต้น
นายถวิล กล่าวต่อว่า ท้ายสุดทั้งสองฝ่ายมีความเห็นสอดคล้องกันทั้งในเรื่องการยืนยันให้มีการสานต่อการพูดคุยเพื่อสันติสุข และการสนับสนุนของฝ่ายมาเลเซียในการดำเนินบทบาทผู้อำนวยความสะดวกของกระบวนการพูดคุยต่อไป ทั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายจะเสนอรายละเอียดการหารือให้ผู้นำรัฐบาลทั้งสองประเทศทราบในโอกาสแรก เพื่อเตรียมความพร้อมให้กับการพบปะหารือของนายกรัฐมนตรีของทั้งสองประเทศที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้
ผบช.พฐ.ตรวจเยี่ยมรับฟังการดำเนินงานของสพฐ.10
ที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐานที่ 10 ยะลา ภายในตำรวจภูธร จ.ยะลา พล.ต.ต.คำรบ ปัญญาแก้ว ผู้บัญชาการสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ ได้นำคณะหัวหน้าศูนย์พิสูจน์หลักฐานงานส่วนต่างๆ มาเยี่ยมชมการทำงานของ สำนักงานพิสูจน์หลักฐาน10 พร้อมรับฟังบรรยายสรุปผลการดำเนินงานในห้วงที่ผ่านมา โดยมี คณะเจ้าหน้าที่ตำรวจ สำนักงานพิสูจน์หลักฐาน10 ร่วมให้การต้อนรับ
พล.ต.ต.คำรบ ปัญญาแก้ว ผู้บัญชาการสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ เปิดเผยว่า ในส่วนของ สพฐ10 เป็นหน่วยสนับสนุน เท่านั้น ซึ่งที่รับผิดชอบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ คือ พล.ต.ต.ปรีดี พงศ์เศรษฐสันต์ ผบก.สพฐ.10 ในการลงมาวันนี้ ก็เดินทางมาตรวจเยี่ยมตามปกติ เพื่อบำรุงขวัญ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ส่วนสถานการณ์ เป็นฝ่ายของ ศูนย์ปฏิบัติการจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่จะต้องดำเนินการ จริงๆ แล้ว ก็รับรายงานมาโดยตลอด ว่า อุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือใดขาดแคลนบ้าง ก็ได้ดำเนินการประสาน จัดหาสนับสนุนมาเพิ่มเติมให้ เพื่อให้เจ้าหน้าที่เกิดความปลอดภัยสูงสุดในการทำงาน ขณะเดียวกัน วันนี้ ก็ได้นำหัวหน้า สพฐ.ในส่วนงานต่างๆ มาเยี่ยมชมการทำงานของ สำนักงานพิสูจน์หลักฐาน 10 ซึ่งได้รับทราบมาว่าการทำงานค่อนข้างเป็นระบบ สามารถที่จะใช้ไปเป็นแบบอย่างได้
"ขณะที่ เป็นที่ยอมรับในหน่วยงานต่างๆ โดยเฉพาะกระบวนการยุติธรรม โดยดูจากสถิติที่ผ่านมา เมื่อก่อนศาลมีการยกฟ้องมาก แต่หลังจากเมื่อ 2-3 ปีที่ผ่านมา ทางท่าน ผบก.สำนักงานพิสูจน์หลักฐาน 10 ได้นำการพิสูจน์หลักฐาน มาช่วย โดยจัดทำฐานข้อมูลเชื่อมโยงอาวุธปืน บุคคลต่างๆ สถิติการยกฟ้องก็น้อยลงมาก ซึ่งกระบวนการยุติธรรมสามารถนำหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ไปใช้ได้เป็นประโยชน์มากขึ้น" ผู้บัญชาการสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ กล่าว
"ปณิธาน"ชมโครงสร้างแก้ไฟใต้ยุค"ประยุทธ์"
ด้านนายปณิธาน วัฒนายากร อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวเนชั่น ถึงทิศทางการแก้ปัญหาความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ของรัฐบาลว่า เท่าที่ทราบ ขณะนี้การจัดโครงสร้างใหม่ของรัฐบาลในการแก้ปัญหาเสร็จเรียบร้อยแล้ว ซึ่งดูแล้วจะมีความเป็นเอกภาพและสามารถบูรณาการการทำงานและการบังคับบัญชาในการแก้ไขปัญหาได้ดีเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี แต่ทั้งนี้ตนรอติดตามการแถลงนโยบายของรัฐบาลในวันที่ 12 กันยายน ที่จะถึงนี้ ว่าจะมีอะไรที่น่าดึงดูดใจในการเข้ามาร่วมกันแก้ปัญหาของฝ่ายต่างๆ เพราะถ้าไม่มีอะไรใหม่สังคมก็อาจจะผิดหวัง
"สิ่งที่น่าจับตาและยังคิดว่ามีความขัดข้องในการแก้ไขปัญหาที่ผ่านมา คงเป็นเรื่องของตัวบุคคลที่ยังไม่มีประสิทธิภาพเต็มที่ อาทิ การตั้งด่าน ที่มีการตั้งด่านเต็มไปหมด แต่ก็ตรวจบ้าง ไม่ตรวจบ้าง ซึ่งก็เป็นปัญหา ก็ต้องดูว่าการที่เป็นรัฐบาลที่มาจากทหารจะช่วยให้การบังคับบัญชาจะแก้ไขตรงจุดนี้ได้หรือไม่" นายปณิธาน กล่าว
ถ้าเทียบกับรัฐบาลของ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ครั้งยึดอำนาจ เมื่อปี 2549 กับรัฐบาลนี้ นายปณิธาน กล่าวว่า เมื่อปี 2549 เหมือนเป็นจุดเริ่มต้นของการแก้ปัญหา ที่นายกรัฐมนตรีออกมาขอโทษและยอมรับความผิดพลาดด้วยตัวเองที่ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงตามมาในหลายเรื่อง และครั้งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ 2 ของปี 2549 ที่จะใช้โครงสร้างใหม่ในการแก้ปัญหา
คนร้ายป่วนปัตตานียิงวางระเบิดซ้ำเสียชีวิต4ศพ
เมื่อเวลา 11.45 น. พ.ต.ท.ปฐมพงศ์ เพชรจรูญ พนักงานสอบสวน สภ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี ได้รับแจ้งเกิดเหตุคนร้ายยิงถล่มและลอบวางระเบิดสำนักงานเทศบาลตำบลมะกรูด หมู่ 3 บ้านแลแบ ต.มะกรูด มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตหลายราย หลังรับแจ้งจึงประสานเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดและเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยนาประดู่ ก่อนนำกำลังไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ
เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางไปถึงบริเวณปากทางที่อยู่ห่างจากตัวสำนักงานเทศบาลตำบลมะกรูด ประมาณ 10 เมตร คนร้ายได้จุดชนวนระเบิด ทำให้เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยนาประดู่ ถูกสะเก็ดระเบิดเข้าที่บริเวณลำตัวได้รับบาดเจ็บ 2 คน คือ นายอิสมาแอ มะลีเละ อายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่ 27 หมู่ 2 ต.นาประดู่ อ.โคกโพธิ์ และนายสุชาติ โชยอ่อนแก้ว อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 26 หมู่ 5 ต.นาประดู่ ซึ่งจังหวะดังกล่าว นายสนอง คงเหมือนเพชร อายุ 52 ปี อยู่บ้านเลขที่ 57/1 หมู่ 3 ต.มะกรูด ซึ่งพิการขาขวา ขี่รถจักรยานยนต์ผ่านมาพอดี จึงถูกแรงระเบิดเสียชีวิตอีก อยู่กลางถนน
จากนั้นเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดจึงได้ตัดสัญญาทุกชนิด ก่อนกระจายกำลังเข้าเคลียร์พื้นที่ เพราะเกรงว่าคนร้ายอาจซุกระเบิดไว้อีก ก่อนเข้าไปตรวจภายในสำนักงานเทศบาลตำบลมะกรูด พบโต๊ะ เก้าอี้ และอุปกรณ์สำนักงาน ถูกแรงระเบิดได้รับความเสียหายเกือบทั้งหมด นอกจากนี้ยังพบสะเก็ดระเบิดและปลอกกระสุนอาวุธปืนสงคราม กระจัดกระจายเต็มห้อง และพบผู้เสียชีวิตอีก 3 ราย ทราบชื่อว่า คือ นายประสิทธิ์ สินธุอุทัย ปลัดเทศบาลตำบลมะกรูด อายุ 46 ปี อยู่บ้านเลขที่ 3/8 หมู่ 1 ต.รูสะมิแล อ.เมือง จ.ปัตตานี นายจำนงค์ โนสิทธิ์ หัวหน้าส่วนโยธา อายุ 41 ปี อยู่บ้านเลขที่ 127 หมู่ 7 ต.มะกรูด และนายจีระวัฒน์ สิริพันธ์บุญ อายุ 44 ปี เจ้าหน้าที่พัสดุ อยู่บ้านเลขที่ 83 ถ.สุขยางค์ ต.สะเตง อ.เมือง จ.ยะลา ทั้ง 3 คน มีบาดแผลจากการถูกสะเก็ดระเบิดและยิงด้วยอาวุธปืนสงครามเข้าที่บริเวณลำตัวและศีรษะ รวมมีผู้เสียชีวิต 4 ศพ
นอกจากนี้ยังมีเจ้าหน้าที่สำนักงานเทศบาลตำบลมะกรูด ได้รับบาดเจ็บอีก 4 คน คือ นางจริยา สาคร อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 54 หมู่ 7 ต.มะกรูด นายสุวิทย์ นวลศรี อายุ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 48 หมู่ 6 ต.มะกรูด ลูกจ้างเทศบาลตำบลมะกรูด นายธาริน ชุมพงศ์ อายุ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 23/3 หมู่ 6 ต.มะกรูด และนายสุชาติ โชยอ่อนแก้ว อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 26 หมู่ 5 ต.นาประดู่ ทั้งคู่เป็นนายช่างเทศบาลตำบลมะกรูด ทั้งหมดมีบาดแผลถูกสะเก็ดระเบิดที่บริเวณลำตัวและแขน เจ้าหน้าที่จึงรีบนำผู้บาดเจ็บทั้งหมดรวม 6 คน ส่งโรงพยาบาลโคกโพธิ์ ก่อนที่จะส่งตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลปัตตานี
จากการสอบสวนทราบว่า ขณะที่เจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลมะกรูด กำลังทำงานกันอยู่ภายในสำนักงาน ได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนขี่รถจักรยานยนต์และรถยนต์ผ่านมาแล้วใช้อาวุธปืนสงครามกราดยิงเข้าไปในสำนักงานเทศบาลตำบลมะกรูด เจ้าหน้าที่ต่างพากันวิ่งหนีออกทางประตูหลังสำนักงานอย่างโกลาหล จากนั้นหนึ่งในคนร้ายได้นำระเบิดแสวงเครื่อง บรรจุในกล่องเหล็ก น้ำหนักประมาณ 15 กิโลกรัม ไปวางไว้ใต้โต๊ะภายในสำนักงานแล้วจุดชนวนด้วยวิทยุสื่อสาร ทำให้เจ้าหน้าที่ที่หนีออกมาไม่ทันถูกแรงระเบิดเสียชีวิต จากนั้นคนร้ายได้นำระเบิดชนิดเดียวกันวางไว้ที่ปากทางเจ้าสำนักงานเทศบาลอีก 1 ลูก ก่อนพากันขับรถหลบหนีไป เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางเข้าไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ คนร้ายที่คาดว่าหน้าจะแอบรออยู่ใกล้ๆ ที่เกิดเหตุ จึงได้จุดชนวนระเบิดทำให้เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยได้รับบาดเจ็บ 2 คน และนายสนองที่ขี่รถจักรยานยนต์ผ่านมาเสียชีวิต ส่วนสาเหตุเชื่อว่าเป็นการสร้างสถานการณ์ ซึ่งก่อนหน้านี้ 2 วัน คนร้ายได้ก่อเหตุเผากล้องวงจรปิด ในหน้าเทศบาลตำบลมะกรูดเสียหายไป 2 ตัว
จากนั้นเวลาไล่เลี่ยกัน คนร้ายได้ก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงถล่มสำนักงานองค์การบริหารส่วนตำบลวัด อ.ยะรัง จ.ปัตตานี แต่ไม่มีการวางระเบิดและไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ จากนั้นอีกไม่นานคนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้อาวุธปืนเอ็ม 16 ยิงใส่กำแพงองค์การบริหารส่วนตำบลราตาปันยัง อ.ยะหริ่ง มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 คน



