
อินโดฯล้มโครงการซื้อรถหรูรับครม.ใหม่
เลขาธิการ ครม.อินโดฯสั่งล้มโครงการซื้อรถเบนซ์ประจำตำแหน่ง ครม.ชุดใหม่ หลังว่าที่ประธานาธิบดีอินโดนีเซียลั่นอยากให้ใช้รถประจำตำแหน่งคันเดิม เพื่อประหยัดเงินงบ
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันพฤหัสบดี (11 ก.ย.) ว่านายซูดิ ศิลาลาฮี เลขาธิการสำนักประธานาธิบดีแห่งอินโดนีเซีย ตัดสินใจยกเลิกโครงการจัดซื้อรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ มูลค่า 92,000 ล้านรูเปียห์ (ประมาณ 230 ล้านบาท) เพื่อใช้เป็นรถประจำตำแหน่งของประธานาธิบดี อดีตประธานาธิบดี รองประธานาธิบดี และคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ที่กำลังจะเข้ารับตำแหน่ง หลังจากนายโจโก วิโดโด หรือโจโกวี ผู้ว่าการกรุงจาการ์ตา และว่าที่ประธานาธิบดีอินโดนีเซียสาบานตนเข้ารับตำแหน่งในวันที่ 20 ตุลาคมที่จะถึงนี้ หลังจากมีเสียงวิจารณ์จากประชาชนว่ารัฐบาลใช้เงินฟุ่มเฟือยเกินไป
ประกอบกับดำริของนายโจโกวี ที่กล่าวไว้ก่อนหน้านี้ว่าต้องการให้บุคคลในคณะรัฐบาลใช้รถยนต์โตโยต้า คราวน์ มูลค่าคันละ 1,200 ล้านรูเปียห์ (ประมาณ 3 ล้านบาท) ที่จัดซื้อมาเมื่อ 5 ปีที่แล้ว เป็นรถประจำตำแหน่งต่อไปเพื่อประหยัดเงินงบประมาณของประเทศ
โครงการจัดซื้อรถยนต์ประจำตำแหน่งเดินหน้าจนถึงขั้นตอนหลังการประมูลจัดหาและได้ผู้จัดหารถยนต์ประจำตำแหน่งให้แก่คณะรัฐบาลแล้ว โดยบริษัท พีที เมอร์เซเดส-เบนซ์ อินโดนีเซียเป็นผู้ชนะการประมูลครั้งนี้ แต่ต้องถูกยกเลิกในที่สุด
ทั้งนี้ ระหว่างการดำเนินโครงการจัดซื้อรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ของคณะรัฐบาล ก็มีเสียงวิจารณ์จากประชาชนอย่างมาก แม้เลขาธิการสำนักประธานาธิบดีจะยืนยันว่ามูลค่ารถยนต์หรูจากเยอรมนีนั้นมีราคาถูกกว่ารถยนต์ญี่ปุ่นอย่างโตโยต้า แต่ไม่เปิดเผยว่าราคาที่แตกต่างกันมีจำนวนเท่าไหร่
ด้านนายโจโกวี ที่ขี่รถจักรยานมาทำงานที่ศาลาว่าการกรุงจาการ์ตา กล่าวว่า ตนเคยกล่าวกับเลขาธิการสำนักประธานาธิบดีถึงเรื่องการจัดซื้อรถยนต์ประจำตำแหน่งแล้วว่า ตนต้องการใช้รถยนต์คันเดิม เพราะยังมีสภาพที่ดี และต้องการให้คณะรัฐมนตรีทุกคนตระหนักถึงการใช้รถยนต์ประจำตำแหน่งในแต่ละวันให้มีประสิทธิภาพสูงสุด
ก่อนหน้านี้ นายโจโกวียังเรียกร้องให้ศาลฎีกาล้มกฎหมายที่เป็นเกราะป้องกันนักการเมืองจากการถูกตรวจสอบความผิดการฉ้อฉล ที่ระบุให้ผู้ที่ต้องการตรวจสอบนักการเมืองต้องขอรับการอนุมัติจากคณะกรรมการพิเศษแห่งสภาก่อนที่จะทำการสอบสวนการคอร์รัปชั่นหรืออาชญากรรมอื่นๆ ของนักการเมืองในสภาได้
ประธานธิบดีซูซิโล บัมบัง ยูโดโยโน เป็นผู้ลงนามผ่านร่างกฎหมายฉบับนี้ ขณะที่รัฐบาลนายยูโดโยโนถูกกล่าวหาว่ามีการคอร์รัปชั่น ฉ้อฉลบ่อยครัง รวมทั้งล่าสุดที่นายเจโร วาซิค รัฐมนตรีพลังงาน ที่ตกเป็นผู้ต้องหาในคดีข่มขู่และรับสินบนมูลค่า 841,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 25 ล้านบาท)



