
เชื่อ'รบ.บิ๊กตู่'ไร้ปัญหาความลับรั่ว
11 ก.ย. 2557
'ปณิธาน' ชี้เทคโนโลยีแก้ความลับรั่วไม่ได้ทั้งหมด แนะคนร่วมประชุมมีสำนึก เชื่อ 'รบ.ประยุทธ์' ไม่น่ามีปัญหา เพราะส่วนใหญ่ใช้ระบบทหาร ชมโครงสร้างแก้ไฟใต้มีเอกภาพ
11 ก.ย. 57 นายปณิธาน วัฒนายากร อาจารย์คณะรรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวเนชั่น ถึงการจับตาดูทิศทางการแก้ปัญหาความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ของรัฐบาล ว่า เท่าที่ทราบคือ ขณะนี้การจัดโครงสร้างใหม่ของรัฐบาลในการแก้ปัญหาเสร็จเรียบร้อยแล้ว ซึ่งดูแล้วจะมีความเป็นเอกภาพ และสามารถบูรณาการการทำงาน และการบังคับบัญชาในการแก้ไขปัญหาได้ดีเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี แต่ทั้งนี้ตนรอติดตามการแถลงนโยบายของรัฐบาลในวันที่ 12ก.ย.ว่าจะมีอะไรที่น่าดึงดูดใจในการเข้ามาร่วมกันแก้ปัญหาของฝ่ายต่างๆ เพราะถ้าไม่มีอะไรใหม่ สังคมก็อาจจะผิดหวัง
นายปณิธาน กล่าวอีกว่า สิ่งที่น่าจับตา และยังคิดว่ามีความขัดข้องในการแก้ไขปัญหาที่ผ่านมา คงเป็นเรื่องของตัวบุคคลที่ยังไม่มีประสิทธิภาพเต็มที่ อาทิ การตั้งด่าน ที่มีการตั้งด่านเต็มไปหมด แต่ก็ตรวจบ้าง ไม่ตรวจบ้าง ซึ่งก็เป็นปัญหา ก็ต้องดูว่า การที่เป็นรัฐบาลที่มาจากทหาร การบังคับบัญชาจะแก้ไขตรงจุดนี้ได้หรือไม่
ส่วนว่าถ้าเทียบกับรัฐบาลของ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ เมื่อครั้งยึดอำนาจเมื่อปี 2549 กับรัฐบาลนี้ นายปณิธาน กล่าวว่า เมื่อปี 2549 เหมือนเป็นจุดเริ่มต้นของการแก้ปัญหา ที่นายกรัฐมนตรี ออกมาขอโทษ และยอมรับความผิดพลาดด้วยตัวเอง ที่ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงตามมาในหลายเรื่อง และครั้งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ 2 ของปี 2549 ที่จะใช้โครงสร้างใหม่ในการแก้ปัญหา
คนไร้สำนึก ! ความลับครม.รั่ว
นายปณิธาน ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวเนชั่น ถึงการเสริมเทคโนโลยีในการป้องกันความลับรั่วในการประชุมคณะรัฐมนตรี ว่า ที่ผ่านมา เรื่องความลับในการประชุม ครม.ถือว่าเป็นปัญหาหนักมาโดยตลอด ทั้งที่เป็นเรื่องที่มีความสำคัญ เพราะเป็นเรื่องนโยบายสูงสุดของประเทศในการบริหารราชการแผ่นดินที่มีความละเอียดอ่อน มีผลกระทบทั้งด้านการต่างประเทศ มีผลทางความมั่นคง การเมือง เศรษฐกิจ และมีผลทางธุรกิจ ซึ่งการประชุมอาจจะไม่ได้ข้อสรุป แต่มีการหารือกันแล้ว ถ้ามีความลับรั่วออกมา ว่ารัฐบาลกำลังจะดำเนินการอะไรออกมาก่อน ก็อาจจะเป็นผลกระทบทั้งที่ยังไม่มีมติ โดยเฉพาะในช่วงที่เป็นรัฐบาลจากพรรคการเมือง ยิ่งจะมีผลกระทบทางการเมืองอย่างมาก
นายปณิธาน กล่าวอีกว่า ส่วนที่มีการระบุว่า มีการปรับปรุงเทคโนโลยีห้องประชุม ครม.ของไทย ให้เทียบเท่าทำเนียบขาวนั้น การรักษาความลับทางราชการในการประชุมคณะรัฐมนตรี มีหลายทางเลือกในการแก้ไขปัญหา อาทิ สหรัฐอเมริกา นอกจากมีงบประมาณมหาศาล มีเทคโนโลยีที่ดีแล้ว เขายังมีกฎหมายที่เคร่งครัด หากมีใครนำความลับไปเปิดเผย แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับรัฐบาลในแต่ละยุค ที่มีความเคร่งครัดต่างกัน แต่ทั้งนี้เมื่อความลับรั่วออกมา จะมีระบบตรวจสอบที่มา หรือจุดที่ข่าวรั่ว โดยจะมีสำนักข่าวกรองแห่งชาติ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันตรวจสอบหาที่มาของจุดที่รั่ว
"อย่างเช่นหลังการประชุม ครม.ทุกวันอังคาร เช้าวันพุธในรายการเล่าข่าว หรือหนังสือพิมพ์ บางครั้งก็รายงานข่าวโดยใช้คำพูดที่ตรงกับสิ่งที่มีการพูดในห้องประชุม ครม. คนในห้อง ครม.ก็ต้องมาคิดแล้วว่า รั่วได้ยังไง ทั้งที่มีการตัดสัญญาณ และเก็บอุปกรณ์สื่อสาร ก็ต้องเป็นเรื่องของกระทรวงที่อยู่ในข่าวไปตรวจสอบ ว่าข่าวรั่วมาจากไหน ซึ่งมีระบบตรวจสอบตามระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับทางราชการ พ.ศ. 2544 ดูแลอยู่"
นายปณิธาน กล่าวอีกว่า ในการรักษาความลับทางราชการ มี 2 อย่าง ที่จะช่วยรักษาความลับได้ คือ 1. ตัวฮาร์ดแวร์ คือ เทคโนโลยีสมัยใหม่ต่างๆ 2. ซอฟท์แวร์ คือ ตัวบุคคล ที่ต้องมีสำนึกในการรักษาความลับราชการด้วย เพราะบางครั้งเทคโนโลยีช่วยไม่ได้ทั้งหมด เพราะถ้าความลับไม่รั่วผ่านเทคโนโลยี ก็จะรั่วผ่านบุคคล ก็ต้องมาไล่ตรวจสอบอีกว่า รั่วมาจากใคร แต่เชื่อว่า รัฐบาลนี้ อาจจะไม่มีปัญหาเรื่องความลับทางราชการรั่ว เพราะส่วนใหญ่ใช้ระบบทหาร ซึ่งจะต่างจากรัฐบาลที่มาจากพรรคการเมือง ที่จะมีเรื่องของการเมืองระหว่างพรรคมาเกี่ยวข้อง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับรายละเอียดที่น่าสนใจ ระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับทางราชการ พ.ศ. 2544 มีทั้งหมด 53 ข้อ โดยมีนายกรัฐมนตรี เป็นผู้รักษาการตามระเบียบ โดยมี "องค์การรักษาความปลอดภัยตามระเบียบนี้" ได้แก่ สำนักข่าวกรองแห่งชาติ สำนักนายกรัฐมนตรี ศูนย์รักษาความปลอดภัยแห่งชาติ (ศรภ.) กองบัญชาการทหารสูงสุด ที่มีการแบ่งชั้นความลับเป็น 3 ชั้น คือ 1. ชั้นลับที่สุด (TOP SECRET) หมายถึง หากเปิดเผยทั้งหมด หรือเพียงบางส่วน จะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประโยชน์แห่งรัฐอย่างร้ายแรงที่สุด 2. ลับมาก (SECRET) หากเปิดเผยทั้งหมด หรือเพียงบางส่วน จะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประโยชน์แห่งรัฐอย่างร้ายแรง และ 3. ลับ หมายถึง หากเปิดเผยทั้งหมด หรือเพียงบางส่วน จะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประโยชน์แห่งรัฐ
ส่วนการตรวจสอบเมื่อความลับรั่วนั้น ระบุในส่วนที่ 2 การตรวจสอบ ข้อ 30 ระบุว่า เมื่อสงสัยว่าบุคคลที่ไม่มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับข้อมูลข่าวสารลับได้รู้หรืออาจรู้ถึงข้อมูลข่าวสารลับ หรือเมื่อสงสัยว่า มีการละเมิดการรักษาความลับของราชการให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนโดยไม่ชักช้า



