
เปิดคำแถลงนโยบาย'ประยุทธ์'ต่อสนช.
เปิดคำแถลงนโยบาย'ประยุทธ์'ต่อสนช. ปกป้องสถาบัน หนุนวิจัย ต้านโกง ปราบมาเฟีย ลดเหลื่อมล้ำ เมินประชานิยม ปฏิรูปการศึกษา ไร้แนวปฏิรูปสื่อ แก้อุ้มบุญ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 10 ก.ย.นี้ ได้มีการเผยแพร่คำแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรี ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐบมนตรี จะแถลงต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติมนวันศุกร์ที่ 12 ก.ย. ที่จะถึงนี้ โดยมีเนื้อหาสรุปว่าการเข้าบริหารราชการแผ่นดินแม้จะเป็นการใช้อำนาจดังที่รัฐบาลก่อนๆเคยปฏิบัติมา แต่ก็มีเงื่อนไขและเงื่อนเวลาอันจะแตกต่างจากรัฐบาลที่ผ่านๆมา โดยรัฐบาลนี้เข้ามาสืบทอดงานและสานต่อภารกิจจาก คสช. รัฐบาลตระหนักว่าแม้ความเร่งด่วนและรุนแรงของบางปัญหาจะคั่งค้างสะสมทับทวีมานานหลายปีเมื่อเทียบกับช่วงเวลานี้ที่สถานการณ์ยังไม่ปกติ แต่รัฐบาลจะไม่ถือว่าเวลาเป็นจุดอ่อนหรือข้อจำกัด แต่จะเป็ความท้าทาย โดยเฉพาะการคืนคามสุขแก่ประชาชนนั้น ยิ่งทำก่อน ทำจริงจังและทันทีจนบังเกิดผลสัมฤทธิ์เร็วที่สดและยั่งยืนเท่าไหร่ ยิ่งเป็นผลดีต่อประชาชน รัฐบาลนี้ไม่ได้จัดตั้งขึ้นจากพรรคการเมืองจึงไม่หวังหาเสียงหรือคะแนนจากประชานิยม จึงไม่ต้องวิตกว่าจะนำประเทศเข้าไปผูกพันจนเสียวินัยการคลังหรือเกิดภาระในอนคต
มาตรา 19 ของรัฐธรรมนูญกำหนดหน้าที่ของรัฐบาลไว้สามประการคือ การบริหารราชการแผ่นดิน การดำเนินการให้มีการปฏิรูปและการส่งเสริมความสามัคคี รัฐบาลจึงขอกำหนดนโยบายให้สอดคล้องกับหน้าที่สามประการ
โดยในด้านการบริหารราชการแผ่นดิน รัฐบาลมีนโยบาย 11 ด้าน โดยได้นำยุทธศาสตร์การเข้าใจ เข้าถึงพัฒนาตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นหลักและใช้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงซึ่งทรงเน้นความพอดีพอสมควรแก่ฐานะ ใช้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 11 แนวทางของ คสช. และตวามต้องการของประชาชน เป็นแนวทางในการกำหนดนโยบาย และยโยบายที่แถลงต้องการสร้างความเข้มแข็งแก่องค์กรการปกครองทุกระดับ ตั้งแต่ท้องถิ่นถึงประเทศ
ใช้ทุกมาตรการปกป้องสถาบัน
โดย นโยบาย 11 ด้านประกอบด้วย 1.การปกป้องเชิดชูสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยจะใช้มาตรการทางกฎหมาย มาตรการทางสังคมจิตวิทยา และมาตรการทางระบบสื่อสารและเทคโนโลยีรสารสนเทศดำเนินการต่อผู้คะนองปาก ย่ามใจหรือประสงค์ร้าย มุ่งสั่นคลอนสถาบัน รวมทั้งเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับสถาบันและส่งเสริมโครงการในพระราชดำริ
เตรียมพร้อมความมั่นคงรับการก้าวสู่ประชาคมอาเซียน
2.การรักษาความมั่นคงของประเทศ 2.1 ระยะเร่งด่วนจะเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในกิจการ 5 ด้าน คือการบริหารจดการชยแดน สร้างความมั่นคงทางทะเล แก้ปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ สร้างความไว้ใจกับประเทศเพื่อนบ้านและเสริมสร้าศักยภาพในการปฏิบัติการทางการทหาร ร่วมกัน 2.2เร่งแก้ปัญหาความรุนแรงในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ส่งเสริมการพูดคุยสันติสุขกับผู้ที่เห็นต่าง และเคารพหลักสิทธิมนุษยชน 2.3พัฒนาเสริมสร้างศักยภาพของกองทัพและระบบป้องกันประเทศ2.4เสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีกับนานาประเทศ
เร่งลดความเหลื่อมล้ำของสังคม
3.การลดความเหลื่อมล้ำของสังคมและสร้างโอกาสการเข้าถึงบริการของรัฐ 3.1ในระยะเฉพาะหน้าเร่งสร้างโอกาส อาชีพ และรายได้ที่มั่นคงแก่ผู้ที่เข้าสู่ตลาดแรงงาน ยกระดับคุณภาพแรงงาน 3.2ป้องกันการแก้ปัญหาค้ามนุษย์ 3.3 ในระยะต่อไปจะพัฒนาระบบคุ้มครองทางสังคม ระบบการออม และสวัสดิการชุมชน 3.4เตรียมพร้อมเข้าสู่สังคมผู้สูง 3.5เตรียมควาพร้อมสู่สังคมหลากหลายจากการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน 3.6จัดระเบียบสังคม สร้างมาตรฐานคุณธรรม จริยธรรม และธรรมาภิบาลแก่เจ้าหน้าที่รัฐและประชาชนทั่วไปตามค่านิยมหลัก 12 ประการตามนโยบายของ คสช. 3.7แก้ปัญหาการไร้ที่ดินทำกินของเกษตรกรและการรุกล้ำเขตป่าสงวน
ปฏิรูปการศึกษาพร้อมจัดคูปองการศึกษา
4.การศึกษาและเรียนรู้ การทะนุบำรุงศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม 4.1จัดให้มีการปฏิรูปการศึกษาและการเรียนรู้ โดยให้ความสำคัญทั้งการศึกษาในระบบ และการศึกษาทางเลือกไปพร้อมๆกัน 4.2 ในระยะเฉพาะหน้าจะปรับเปลี่ยนการจัดสรรงบประมาณสนับสนุนการศึกษาให้สอดคล้องกับความจำเป็นของผู้เรียนและลักษณะพื้นที่การศึกษา และปรับปรุง บูรณาการณ์ระบบการกู้ยืมเงินเพื่อการศึกษาให้ มีประสิทธิภาพจัดระบบการสนับสนุนให้เยาวชนและประชาชนทั่วไป มีสิทธิ์เลือกรับบริการการศึกษา ทั้งระบบโรงเรียนและนอกโรงเรียน โดยจะจัดให้มีคูปองการศึกษา 4.3 ให้องค์กรภาคประชาสังคมเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและประชาชน มีส่วนร่วมจัดการการศึกษา 4.4 พัฒนาคนทุกช่วงวัย 4.5 ส่งเสริมอาชีวศึกษา 4.6 พัฒนาครูให้มีคุณภาพและมีจิตวิณญาณของความเป็นครู 4.7 ทำนุบำรุงและอุปถัมภ์พระพุทธศาสนาและศาสนาอื่นๆ 4.8 อนุรักษ์และฟื้นฟูเผยแพร่มรดกทางวัฒธรรม 4.9 สลับสนุนการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ 4.10 ปลูกฝั่งค่านิยมและจิตสำนึกที่ดี
เล็งปรับความเท่าเทียมหลักประกันสุขภาพ
5. การยกระดับคุณภาพการบริการด้านสาธารณสุข และสุขภาพของประชาชน 5.1 วางรากฐานระบบหลักประกันสุขภาพไม่ให้ มีความเหลื่อมล้ำของคุณภาพบริการในแต่ละระบบ บูรณาการข้อมูลในแต่ละระบบ 5.2 พัฒนาระบบบริการสุขภาพ เน้นการป้องกันโรคมากกว่ารอให้ป่วย ให้เอกชนสามารถมีส่วนร่วมในการจ้างบุคคลากร เพื่อจัดสรรบริการสาธารณสุขโดยรัฐเป็นผู้กำกับดูแล ส่งเสริมการร่วมลงทุน และใช้ทรัพยากรและบุคลากรร่วมกัน โดยมีข้อตกลงที่รัดกุม และเป็นประโยชน์ แก่ทุกฝ่าย 5.3 เสริมสร้างความเข้มแข็งของระบบเฝ้าระวังโรคระบาด 5.4 ป้องกัน แก้ไข ปัญหาการเกิดอุบัติเหตุในจราจร 5.5 ส่งเสริมการกีฬา 5.6 ประสานการทำงาน ภาคส่วนต่างๆเพื่อป้องกันและแก้ปัญญาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น และปัญหาด้านการแพทย์ และจริยธรรมของการอุ้มบุญ 5.7 พัฒนาขีดความสามารถในการวิจัยด้านวิทยาศาสตร์และการแพทย์
ฟื้นฟูเศรษฐกิจประเทศจัดเก็บภาษีมรดกภาษีที่ดิน
6.การเพิ่ม ศักยภาพทางเศรษฐกิจ 6.1 ระยะเร่งด่วน เร่งด่านงบเร่งด่วนของปี 2557 ให้ทันก่อนสิ้นปี 6.2 สานต่อนโยบายงบประมาณกระตุ้นเศรษฐกิจของ คสช. 6.3 กระตุ้นการลงทุนด้วยการเร่งพิจารณาโครงการลงทุนที่มีประสิทธิภาพ และนำโครงการการลงทุน ในโครงสร้างพื้นฐานประเภทที่มีผลตอบแทนดี เช่น โครงการขนส่งมวลชนในกทม. มาจัดทำเป็นโครงการลงทุนร่วมกับเอกชน 6.4 ดูแลเกษตรกร ให้มีรายได้ ที่เหมาะสมด้วยวิธีการต่างๆ และใช้กลไกลการตลาดดูแลราคาสิ้นค้าการเกษตร 6.5 ลดอุปสรรคในการส่งออกเพื่อให้เกิดความคล่องตัว 6.6 ชักจูงให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติให้เข้ามาเที่ยวในประเทศไทย 6.7 ในระยะต่อไปประสานนโยบายการเงิน และการคลังให้สอดคล้องกันเพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ 6.8 แก้ปัญหาน้ำท่วมในฤดูฝน และแก้ปัญหาภัยแล้ง รัฐบาลจะเริ่งดำเนินการจัดสร้างแหล่งน้ำขนาดเล็กให้ครอบคลุมพื้นที่เพราะปลูกให้มากที่สุด 6.8 ปฏิรูปโครงสร้างราคาเชื้อเพลิง 6.10 ปรับปรุงวิธีการจัดเก็บภาษีให้ได้อย่างครบถ้วน ปรับปรุงโครงสร้างอัตราภาษีการค้า และขยายฐานการจัดเก็บภาษาประเภทใหม่ เช่น ภาษีมรดก ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง และยกเลิกการยกเว้นภาษี ที่เอื้อประโยชน์เฉพาะผู้มีฐานการเงินดี
พัฒนาโครงสร้างระบบขนส่งคมนาคม
6.11 บริหารจัดการหนี้ภาครัฐที่เกิดขึ้นในช่วงรัฐบาลที่ผ่านมา ซึ่งมีจำนวนมากกว่า 7 แสนล้านบาท โดยจะหาแหล่งเงินระยะยาวมาสะสางหนี้ทั้งหมด 6.12 ในระยะยาวพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการขนส่งคมนาคมทางบก โดยเริ่มโครงการรถไฟขนส่งในกรุงเทพฯ และรถไฟฟ้าเชื่อมกรุงเทพมหานครกับเมืองบริวาร ด้านคมนาคมทางอากาศ จะปรับปรุงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ระยะที่ 2 และ ท่าอากาศยานดอนเมือง ด้านการคมนาคมทางน้ำ พัฒนาการขนส่งทางสินค้าทางน้ำ เพื่อลดต้นทุนระบบโลจิสติกส์ เร่งรัดพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง 6.13 ปรับโครงสร้างการบริหารจัดการในสาขาขนส่ง 6.14 พัฒนาและปรับปรุงระบบบริหารจัดการของรัฐวิสาหกิจ ให้มีประสิทธิภาพโปร่งใส และตรวจสอบได้ 6.15 ด้านการเกษตรจะดำเนินการ 2 เรื่องคือ ปรับปรุงโครงสร้างการผลิตสินค้าเกษตรให้สอดคล้องกับความต้องการและสนับสนุนให้สหกรณ์ เพิ่มบทบาทในฐานะผู้ซื้อพืชผล เพื่อให้สหกรณ์เป็นผู้ค้าขายสินค้าเกษตรรายใหญ่รายหนึ่ง 6.16 ด้านอุตสาหกรรม ส่งเสริมพัฒนาอุตสาหกรรมที่สอดคล้องกับศักยภาพพื้นฐานของประเทศ 6.17 เพิ่มขีดความสามารถของ SME ให้เข้มเข็งและแข็งขันได้ รวมถึงเข้าถึงแหล่งทุนและบริการทางการเงิน 6.18 ส่งเสริมภาคเศรษฐกิจดิจิตอล
ส่งเสริมการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน
7.ส่งเสริมบทบาทและใช้โอกาสในประชาคมอาเซียน 7.1 เร่งส่างเสริมการสร้างความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจการค้าการลงทุนในภูมิภาค 7.2 พัฒนาศักยภาพการแข่งขันของผู้ประกอบการไทยทุกระดับ 7.3 พัฒนาแรงงานของภาคอุตสาหกรรม เพื่อรองรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน 7.4 พัฒนาเชื่อมโยงด้านการขนส่งและระบบโลจิสติกส์ ภายในอนุภูมิภาค และภูมิภาคอาเซียน 7.5 ต่อเชื่อมเส้นทางการคมนาคมขนส่ง จากฐานการผลิตในชุมชน สู่่แหล่งแปลรูปและเชื่อมโยงกับอาเซียน 7.6 พัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ
หนุนงานวิจัยพัฒนาให้ทัดเทียมต่างชาติ
8.การพัฒนาและส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี การวิจัย และพัฒนาและนวัตกรรม 8.1 สนับสนุนการเพิ่มค่าใช้จ่ายในการวิจัยและพัฒนาประเทศให้ไม่ต่ำกว่าร้อยละหนึ่งของรายได้ประชาชาติ และมีสัดส่วนรัฐต่อเอกชน 30:70 เพื่อให้ประเทศมีความสามารถในการแข่งขันและทัดเทียมกับประเทศอื่น 8.2 เร่งเสริมสร้างสังคมนวัตกรรม โดยส่งเสริมระบบการเรียนการสอนที่เชื่อมโยงระหว่างวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีวิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์ 8.3 ปฏิรูประบบการให้สิ่งจูงใจระเบียบ และกฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อการนำงานวิจัยไปต่อยอด 8.4 ส่งเสริมให้การลงทุนขนาดใหญ่ของประเทศใช้ประโยชน์จากการศึกษาวิจัยและพัฒนาและนวัตกรรมของไทยตามความเหมาะสม 8.5 ปรับปรุงและจัดเตรียมให้มีโครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์ ด้านการวิจัย และการพัฒนาและด้านนวัตกรรม
อนุรักษ์ทรัพยากร คุมมลพิษ เตรียมแก้ปัญหา "มาบตาพุด"
9.การรักษาความมั่นคงของฐานทรัพยากรและการสร้างสมดุลย์ ระหว่างการอนุรักษ์ กับการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน 9.1 ระยะเฉพาะหน้าเร่งปกป้องและฟื้นฟูพื้นที่อนุรักษ์ทรัพยกรป่าไม้และสัตว์ป่า 9.2 ส่งเสริมการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์ จากทรัพยากรชีวภาพและความหลากหลายทางชีวภาพอย่างยั่งยืน 9.3 ในระยะต่อไปพัฒนาระบบบริหารจัดการที่ดิน แก้ไขการบุกรุกที่ดินของรัฐ โดยยึดแนวพระราชดำริที่ให้ประชาชนสามารถอยู่ร่วมกับป่าได้ 9.4 บริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศให้เป็นเอกภาพ 9.5 เร่งรัดการควบคุมมลพิษทั้งทางอากาศ ขยะ และน้ำเสียที่เกิดจากการผลิตและการบริโภค ในระดับพื้นที่จะเร่งแก้ไขปัญหาในพื้นมาบตาพุดซึ่งเป็นฐานอุตสหกรรมหลักของประเทศ
เน้นแก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่น
10.ส่งเสริมการบริหารราชการแผ่นดิน ที่มีธรรมาภิบาล และป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในภาครัฐ 10.1 ปรับปรุงระบบราชการทบทวนการจัดโครงสร้างหน่วยงานภาครัฐที่มีอำนาจหน้าที่ซ้ำซ้อนหรือลักลั่น ปรับปรุงวิธีการปฏิบัติราชการให้ทันสมัย 10.2 ในระยะแรกกระจายอำนาจเพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการสาธารณาได้รวดเร็วประหยัดและสะดวก ทั้งจะวางมาตรการทางกฎหมาย กำหนดผู้รับผิดชอบที่ชัดเจน ขั้นตอนที่แน่นอนระยะเวลาดำเนินการที่รวดเร็ว ระบบอุทธรณ์ที่เป็นธรรม มิให้เจ้าหน้าที่หลีกเลี่ยงประวิงเวลาหรือใช้อำนาจโดยมิชอบก่อให้เกิดการทุจริต 10.3 ยกระดับสมรรถนะของหน่วยงานรัฐให้มีประสิทธิภาพ 10.4 เสริมสร้างระบบคุณธรรมในการแต่งตั้งและโยกย้าย 10.5 ใช้มาตรการทางกฎหมายการปลูกฝังค่านิยมคุณธรรม จริยธรรม และจิตสำนึกในการรักษาศักดิ์ศรีในความเป็นข้าราชการและความซื่อสัตย์สุจริต ยกเลิกหรือแก้ไขกฎหมายที่ไม่จำเป็นหรือเปิดช่องทุจริต เช่น ระเบียบการจัดซื้อจัดจ้าง การอนุญาติ อนุมัติ และขอรับบริการจากรัฐ 10.6 ปรับปรุง และจัดให้มีกฎหมายเพื่อให้ครอบคลุมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตโดยถือเป็นวาระสำคัญเร่งด่วนแห่งชาติ 10.7 ส่งเสริมและสนับสนุนภาคีองค์การภาคเอกชนที่จัดตั้งขึ้นเพื่อสอดส่อง เพื่อระวัง ตรวจสอบเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือต่อต้านการทุจริตและวางมาตรการ คุ้มครองพยานอย่างมีประสิทธิภาพ
พร้อมแก้กฎหมายฟอกเงินปราบ"มาเฟีย-ข้าราชการโกง"
11.ปรับปรุงกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม 11.1 ในระยะเฉพาะหน้าเร่งปรับปรุงกฎหมายที่ล้าสมัยไม่เป็นธรรม ไม่สอดคล้องกับความตกลงระหว่างประเทศเป็นอุปสรรคต่อการบริหารราชการแผ่นดิน 11.2 เพิ่มศักยภาพหน่วยงานที่มีหน้าที่ให้ความเห็นทางกฎหมายและจัดทำกฎหมายให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างรวดเร็ว 11.3 ในระยะต่อไป จะจัดตั้งองค์กรปฏิรูปกระบวนยุติธรรม ที่ปราศจากการแทรกแซงของรัฐ 11.4 นำเทคโนโลยีที่ทันสมัยและความรู้ทางนิติวิทยาศาสตร์มาใช้เร่งดำเนินทุกขั้นตอนให้รวดเร็วและเป็นธรรม 11.5 ปรับปรุงการช่วยเหลือทางกฎหมาย 11.6 นำมาตรการทางภาษีและป้องกันการฟอกเงินมาใช้ในการป้องกันและปราบปรามผู้มีอิทธิพลเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ทุจริตและประพฤติมิชอบ
ทั้งนี้ รัฐบาลจะสนับสนุนการทำงานของสภาปฏิรูปแห่งชาติให้รวดเร็ว เรียบร้อยและเป็นอิสระ ส่วนการส่งเสริมความสามัคคีรัฐบาลเชื่อว่าวิธีสานเสวนา และเปิดใจให้ความเป็นธรรม ลดความเหลื่อมล้ำของสังคม น่าจะเป็นแนวทางที่ถูกต้อง



