ข่าว

ปิดฉากรถเมล์บ้านเรา-ตำนาน52ปีคู่เมืองพิษณุโลก

ปิดฉากรถเมล์บ้านเรา-ตำนาน52ปีคู่เมืองพิษณุโลก

10 ก.ย. 2557

ปิดฉากรถเมล์บ้านเรา ตำนาน52ปีคู่เมืองพิษณุโลก โดย...มงคลเชาวราช ทั่งมั่งมี

 
 
          ความจริงแล้วครอบครัว "ภักดิ์ประไพ" ผู้บริหารรถเมล์บ้านเราหรือรถเมล์รอบเมืองพิษณุโลกประสงค์จะปิดกิจการรถเมล์อย่างเงียบๆ หลังยื่นขอยกเลิกสัมปทานเส้นทางเดินรถรอบเมืองพิษณุโลกทุกสายและได้รับการอนุมัติจากขนส่งจังหวัดเมื่อเดือนกรกฎาคม แต่เป็นธุรกิจขนส่งมวลชนที่ผูกพันกับชาวพิษณุโลกมานาน 52 ปี ทำให้การประกาศยุติกิจการปิดฉากตำนานรถเมล์บ้านเราได้รับความสนใจจากชาวพิษณุโลกอย่างมาก
 
          รถเมล์รอบเมืองพิษณุโลกเป็นระบบขนส่งมวลชนสาธารณะที่บริการรถเมล์รอบเมือง ครั้งหนึ่งรถเมล์บ้านเราเคยรุ่งเรืองสุดๆ ผู้โดยสารแน่นเบียดเสียด และเป็นที่ศึกษาดูงานของขนส่งจังหวัดและผู้ประกอบการทั่วประเทศ การประกาศยุติวิ่งบริการทุกสายในวันที่ 30 พฤศจิกายนนี้ จึงเป็นที่สนใจอย่างมาก 
 
          "สาเหตุหลักๆ คือ แบกรับขาดทุนสะสมไม่ไหว ต้นทุนน้ำมันเพิ่ม ประชาชนมีรถส่วนตัวมากขึ้น การใช้บริการลดลง ภูมิใจที่เคยบริการรับส่งคนพิษณุโลกไปสู่จุดหมายปลายทาง" นายนรินทร์ศักดิ์ บูรณเขตต์ ผู้บริหารบริษัทพิษณุโลกบริการ จำกัด กล่าว
  
          นายนรินทร์ศักดิ์ กล่าวว่า รถเมล์รอบเมืองพิษณุโลกเป็นกิจการครอบครัวบริหารงานแบบกงสีโดยครอบครัวภักดิ์ประไพ ได้ประคับประคองแต่ต้องยอมรับความจริงว่าไม่สามารถรับภาระขาดทุนได้ แต่ละเดือนแบกค่าน้ำมันเดือนละ 1.5 ล้านบาท ขณะที่ค่าโดยสารเก็บได้เดือนละ 1.2 ล้านบาท ค่าพนักงานเดือนละ 5 แสนบาท ต้องใช้เงินครอบครัวอุดหนุนจึงตัดสินใจยกเลิกกิจการและประชุมพนักงานแล้วได้ชี้แจงให้พนักงานเข้าใจและให้เงินชดเชยตามกฎหมาย ผู้โดยสารก็ประกาศติดให้ทราบตามป้ายรถเมล์และบนรถที่บริการอยู่ ทรัพย์สินต่างๆ ก็จะทยอยขายออกไป 
 
          จุดกำเนิดรถเมล์รอบเมืองพิษณุโลก นายอรุณ ภักดิ์ประไพ ผู้ก่อตั้งรถเมล์รอบเมืองพิษณุโลก อดีตนายกเทศมนตรีเมืองพิษณุโลก (ปัจจุบันอายุ 102 ปี) เขียนบันทึกไว้ว่า "บริษัทพิษณุโลกบริการ จำกัด ถือกำเนิดวันที่ 16 เมษายน 2506 โดยบุคคลคณะหนึ่งชื่อคณะ 18 อาสา โดยเห็นพ้องกันว่าพิษณุโลกควรรถรับส่งผู้โดยสารในเทศบาลเมืองพิษณุโลก ในสมัยนั้นมีแต่รถสามล้อถีบ จึงรวมเงินกันได้ 555,000 บาท ซึ่งนายอรุณ นายกเทศมนตรีก็รวมอยู่ในคณะผู้ก่อตั้งด้วย ได้จดทะเบียนตั้งบริษัทพิษณุโลกบริการ จำกัด ได้จัดซื้อรถเฟียตจากอิตาลี จากบริษัทกรรณสูต จำกัด เป็นเงิน 2,640,000 บาท จำนวน 19 คัน เดินรถเขตเทศบาลต่างๆ รวม 5 สาย สมัยนั้นจะเดินรถสายไหนก็ได้เพราะไม่มีขนส่งจังหวัดควบคุม
 
          ระยะแรกจัดเดินรถได้ 2 ปี ปรากฏว่ารถชำรุดเสียหายเพราะเป็นรถขนาดเล็ก อะไหล่หลายส่วนชำรุดและเป็นรถที่ไม่ได้อยู่ในความนิยมของตลาด ต้องสั่งซื้อจากต่างประเทศ ทำให้เกิดปัญหาล่าช้า และค่าขนส่งทางเครื่องบินแพง แม้บริษัทกรรณสูตจะเมตตาลดค่าอะไหล่ให้ 40% การเดินรถของบริษัทก็อยู่ไม่ได้ หุ้นส่วนทั้งหลายทิ้งหมด เนื่องจากไม่มีเงินผ่อนค่างวดรถ บริษัทกรรณสูต ก็ฟ้องยึดทรัพย์สิน
 
          นายอรุณ ภักดิ์ประไพ ซึ่งเป็นผู้ค้ำประกันตามสัญญาต้องหาเงินผ่อนส่งให้บริษัทกรรณสูตจนครบและจากนั้นบริษัทพิษณุโลกบริการ จำกัด จึงเป็นธุรกิจของนายอรุณและครอบครัวและเป็นจังหวะที่นายอรุณ สิ้นสุดการเป็นนายกเทศมนตรี จึงมาดำเนินการเป็นช่างยนต์เอง ต่อตัวถังรถเองและจัดหารถโตโยต้า ฮีโน่ ใช้น้ำมันดีเซลมาดำเนินการ โดยซื้อมาด้วยวิธีผ่อนส่งครั้งละ 2 คัน จนมีรถประจำหลายคันวิ่งบริการจนเจริญก้าวหน้ายิ่งขึ้น ช่วงปี 2534 ขนส่งจังหวัดพิษณุโลก แนะนำให้ทดลองเดินรถปรับอาอากาศประจำทางบริษัทพิษณุโลกบริการ เห็นชอบด้วย จึงดำเนินการรถเมล์ปรับอากาศออกบริการและได้รับความนิยมพอสมควร
 
          การบริหารงานระยะเริ่มตั้น นายอรุณ บริหารงานร่วมกับคู่ชีวิตนางชวนชื่น ภักดิ์ประไพ กระทั่งเริ่มอายุมากขึ้น ปี 2532 กรรมการบริษัทจึงตกลงให้นายนรินทร์ศักดิ์ และนางงามตา บูรณเขตต์ (บุตรสาวนายอรุณ) เข้ามาบริหารงานแทน โดยซื้อรถเพิ่มจำนวนหนึ่งเพื่อให้พอผู้ใช้บริการ ก่อนปี 2532 บริษัทพิษณุโลกบริการ จำกัด มีพนักงานไม่เกิน 50 คน ยุคของนายนรินทร์ศักดิ์และนางงามตาบริหารงาน ได้ปรับปรุงหลายๆ ด้าน ช่วงปี 2536 มีพนักงาน 160 คน และเป็นยุคที่เปลี่ยนแปลงและรุ่งเรืองที่สุดรวมถึงเป็นจุดเริ่มต้นคำว่า "รถเมล์บ้านเรา"
 
          การบริหารงานของบริษัทพิษณุโลกบริการ จำกัด ดำเนินงานในรูปกงสี บริหารงานโดยคนในครอบครัวภักดิ์ประไพ บริษัทได้ผลัดเปลี่ยนผู้บริหารที่เป็นบุตร-ธิดาของนายอรุณผลัดกันเข้ามาบริหารงานหลายรุ่น โดยเปลี่ยนผู้บริหารหลายรุ่น เริ่มจากนางงามตา บูรณเขตต์ ที่บริหารงานร่วมกับนายนรินทร์ศักดิ์ บูรณเขตต์ จากนั้นบริหารงานโดยนางสุมาลี อุ่นเรือน และตามด้วยรุ่นหลานคือนายกล้าณรงค์ ภักดิ์ประไพ สุดท้ายนายนรินทร์ศักดิ์ กลับมาบริหารอีกรอบเมื่อปี 2556 จนถึงปัจจุบันที่ประกาศยกเลิกกิจการ
 
          วิกฤติเศรษฐกิจต้มยำกุ้งปี 2540 เริ่มส่งสัญญาณถึงการดำเนินงานรถเมล์รอบเมืองพิษณุโลก สมัยนั้นราคาน้ำมันดีเซลพุ่งลิตรละ 45 บาท การดำเนินงานของรถเมล์บ้านเรามีต้นทุนน้ำมันเพิ่มขึ้น บวกกับสภาพสังคมเปลี่ยนแปลง ประชาชนมีรถส่วนตัวมากขึ้น ยอดผู้โดยสารไม่สัมพันธ์กับต้นทุนค่าน้ำมันและค่าบริหารจัดการ ผลการดำเนินการจากนั้นเป็นต้นมาจึงมีแต่ทรงกับทรุด 
 
          กระทั่งมาสู่ยุคการบริหารงานล่าสุดของนายนรินทร์ศักดิ์และนางงามตา บูรณเขตต์ ที่กลับมาบริหารงานบริษัทพิษณุโลกบริการ จำกัด อีกรอบเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2556 พยายามปรับปรุงกิจการและลดต้นทุนการบริหารงานอยู่พักหนึ่ง ย่างเข้าสู่ปี 2557 จึงปรึกษากันในหมู่คณะกรรมการที่เป็นครอบครัวภักดิ์ประไพ ได้ข้อสรุปยุติกิจการโดยขอยื่นยกเลิกสัมปทานทุกสายกับสำนักงานขนส่งจังหวัดพิษณุโลกเมื่อเดือนมกราคม 2557 แต่ปรากฏว่าขนส่งจังหวัดได้ขอร้องให้บริการออกไปก่อน เนื่องจากกระทบกับผู้โดยสารจำนวนหนึ่งที่ยังจำเป็นและยังคงใช้บริการถเมล์รอบเมืองพิษณุโลกอยู่ 
 
          ก่อนจะตัดสินใจยกเลิกกิจการยังคงเป็นห่วงประชาชนและพนักงาน ได้เข้าปรึกษาผู้บริหารเทศบาลนครพิษณุโลก ขอให้รับช่วงต่อการบริหารงานรถเมล์บ้านเราโดยมอบรถทั้งหมดให้เทศบาลและมีเงื่อนไขให้รับพนักงานไว้ดำเนินการด้วย แต่เมื่อเทศบาลศึกษาข้อกฎหมายแล้วไม่สามารถรับเงื่อนไขได้ กระทั่งวันที่ 10 กรกฎาคม จึงตัดสินใจสุดท้ายยื่นขอยกเลิกสัมปทานเส้นทางทั้งหมดและได้รับการอนุมัติจากสำนักงานขนส่งจังหวัดพิษณุโลก เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคมที่ผ่านมา
 
          จากนี้ไปถึงพฤศจิกายน ยังเห็นรถเมล์บ้านเราวิ่งรับส่งผู้โดยสารอย่างต่อเนื่อง ผู้โดยสารหลายคนต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่ารู้สึกใจหายเพราะเคยใช้บริการมายาวนาน เช่นเดียวกับรถเมล์บ้านเราที่ยังเห็นพวกเขาให้บริการด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส แต่ลึกๆ ความผูกพันในองค์กร ความผูกพันเพื่อนร่วมงาน เชื่อว่าพวกเขาคงเสียใจมากกว่าผู้ใช้บริการแน่นอน จากนี้ยังเห็นพวกเขารับผิดชอบหน้าที่ถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน วันสุดท้ายการให้บริการ วันปิดตำนาน 52 ปี รถเมล์รอบเมืองพิษณุโลก