ข่าว

จี้เร่งใช้งบลงทุนกระตุ้น ศก.งวดแรก ขู่ไม่เซ็นสัญญาใน ก.ย.ตัดทิ้ง-แถมชวดงบรอบสอง

จี้เร่งใช้งบลงทุนกระตุ้น ศก.งวดแรก ขู่ไม่เซ็นสัญญาใน ก.ย.ตัดทิ้ง-แถมชวดงบรอบสอง

03 ก.ค. 2552

"กอร์ปศักดิ์" กระทุ้งเร่งใช้งบลงทุน ขู่แผนกระตุ้นเศรษฐกิจรอบแรกหากไม่รีบเซ็นสัญญาภายในเดือนกันยายนตัดทิ้งทันที แถมชวดงบรอบสอง พอใจภาพรวมแผนกระตุ้นระยะแรก เชื่อไม่ทำเศรษฐกิจทรุดหนักกว่านี้

 นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการเบิกจ่ายงบประมาณในส่วนการลงทุนก่อสร้างตามแผนกระตุ้นเศรษฐกิจรอบแรกวงเงิน 1.167 แสนล้านบาทที่ล่าช้าว่า เบื้องต้นได้กำชับไปแล้ว ว่างานลงทุนก่อสร้างตามแผนกระตุ้นดังกล่าว ทุกโครงการจะต้องเซ็นสัญญาได้ทั้งหมดภายในเดือนกันยายนนี้ หากงานส่วนไหนทำไม่ได้ จะต้องถูกตัดทิ้งทันที และเรื่องที่จะมาขอใช้งบประมาณในส่วนของแผนกระตุ้นเศรษฐกิจรอบสอง ก็คงไม่ให้ เพราะขนาดงบจำนวนน้อยยังทำไม่ได้

 "เรื่องนี้ถือเป็นการยืนยันเหตุผลได้ดีที่สุด ว่าเหตุใดการจัดสรรงบประมาณในส่วนงานลงทุนก่อสร้าง ไม่ว่าจะเป็นโครงการถนนปลอดฝุ่น แหล่งน้ำ ตามแผนกระตุ้นเศรษฐกิจรอบแรก จึงไม่สูงตามที่กระทรวงต่างๆ เสนอ เพราะรัฐบาลทราบว่าการดำเนินโครงการต่างๆ มีขั้นตอนการดำเนินงานมากกว่า โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจอื่นๆ เช่น การแจกเงิน 2,000 บาท การจ่ายเบี้ยยังชีพให้แก่ผู้สูงอายุ" นายกอร์ปศักดิ์ กล่าว

 นายกอร์ปศักดิ์ กล่าวว่า ขณะนี้งานในส่วนการลงทุนก่อสร้างยังมีความล่าช้าอยู่ แต่ก็เชื่อว่างานทั้งหมดจะแล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่กำหนด และภาพรวมแผนกระตุ้นเศรษฐกิจระยะแรกที่ออกมาขณะนี้มีความพอใจในระดับหนึ่ง และเชื่อว่าเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง หากรัฐบาลไม่ออกแผนกระตุ้นเศรษฐกิจส่วนนี้ออกมา เชื่อว่าเศรษฐกิจของประเทศจะทรุดหนักลงไปมากกว่านี้

 ทั้งนี้ กระทรวงการคลังรายงานผลการเบิกจ่ายงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปีงบประมาณ 2552 ที่นำไปใช้ในโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะที่ 1 ใน 16 โครงการเร่งด่วน ตั้งแต่วันที่ 9 มีนาคม-26 มิถุนายน 2552 ให้ที่ประชุมคณะกรรมการรัฐมนตรีเศรษฐกิจรับทราบว่ามีการเบิกจ่ายแล้วทั้งสิ้น 53,638.77 ล้านบาท คิดเป็น 45.96% ของวงเงินงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมจำนวน 116,700 ล้านบาท

 อย่างไรก็ตาม มีโครงการที่ยอดการเบิกจ่ายสูงสุดเพียง 5 โครงการ ได้แก่ 1.โครงการเช็คช่วยชาติ เบิกจ่ายได้ 17,787 ล้านบาท หรือ 93.8% ของงบประมาณที่ได้รับจำนวน 18,970 ล้านบาท 2.โครงการเรียนฟรี 15 ปี เบิกจ่ายได้ 15,571 ล้านบาท หรือ 82% ของงบประมาณที่ได้รับจำนวน 1.9 หมื่นล้านบาท 3.โครงการ 5 มาตรการ 6 เดือน เบิกจ่ายได้ 9,327 ล้านบาท หรือ 81.8% ของงบประมาณที่ได้รับจำนวน 11,409 ล้านบาท 4.โครงการหลักประกันรายได้ผู้สูงอายุ เบิกจ่ายได้ 6,016 ล้านบาท หรือ 66.9% ของงบประมาณที่ได้รับ 9,000 ล้านบาท 5.โครงการส่งเสริมอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) เบิกจ่ายได้ 1,795 ล้านบาท หรือ 59.9% ของงบประมาณที่ได้รับ 3,000 ล้านบาท