
สร้างชาติด้วยช่าง
สร้างชาติด้วยช่าง : วันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์ กับ ประภัสสร เสวิกุล
อังกฤษเป็นประเทศที่มีคนไทยส่งลูกหลานไปเรียนต่อมากเป็นลำดับต้นๆ คือประมาณ 8,000 คน แต่เวลานี้คนอังกฤษเองกลับนิยมเดินทางไปเรียนต่อทั้งระดับปริญญาตรีและปริญญาโทที่ประเทศเยอรมนี ซึ่งหากเป็นเมื่อ 20-30 ปีก่อน คงไม่มีทางที่จะเกิดขึ้นได้
อังกฤษได้ชื่อว่าเป็นประเทศขนบนิยม และการศึกษาก็เป็นเรื่องหนึ่งซึ่งคนอังกฤษรักษาแบบแผนและความนิยมในการศึกษาเล่าเรียนจากโรงเรียนและมหาวิทยาลัยที่เก่าแก่และมีชื่อเสียงของตน แต่ทุกวันนี้มหาวิทยาลัยในเมืองต่างๆ ของเยอรมนีมีคนหนุ่มสาวชาวอังกฤษเรียนร่วมกับคนเยอรมันและชาติอื่นๆ
สาเหตุประการสำคัญก็คือ การเปิดกว้างของโลกสมัยใหม่ ซึ่งยุโรปมีความหลากหลายและก้าวหน้าทางวิทยาการ มีสภาพสังคมที่เสรีและทันสมัย รวมทั้งมีการปรับระบบการเรียนเพื่อตอบสนองความต้องการของนักเรียนต่างชาติ เช่น ในเยอรมนีมีการเปิดหลักสูตรภาษาอังกฤษ ซึ่งใช้เวลาเรียน 2 ปีครึ่งสำหรับระดับปริญญาโท การเปิดคณะและสาขาวิชาซึ่งตลาดยังขาดแคลน นอกเหนือจากค่าเล่าเรียนที่ถูกกว่าการเรียนในอังกฤษ และแม้ว่าจะต้องเรียนภาษาเยอรมันเพื่อใช้ในชีวิตประจำวัน แต่ข้อสอบก็จะเป็นภาษาอังกฤษ ดังนั้น จึงมีมหาวิทยาลัยในเยอรมนีกว่า 120 แห่ง ที่เปิดหลักสูตรภาษาอังกฤษซึ่งนักศึกษาสามารถเลือกเรียนได้ทั้งในเบอร์ลิน มิวนิก ฮัมบูร์ก อาร์คเค่น ฯลฯ
การที่คนไทยนิยมไปเรียนที่ประเทศอังกฤษส่วนหนึ่งเป็นเพราะค่านิยมซึ่งมีมานาน ทั้งในด้านของวิชาความรู้ สภาพของสังคม ที่เป็นแบบแผน และการที่เราคุ้นเคยกับภาษาอังกฤษ ในขณะที่ไม่ค่อยให้ความสนใจต่อการเรียนต่อในเยอรมนีมากนัก เพราะปัญหาเรื่องภาษา และความไม่คุ้นเคยกับวัฒนธรรมเยอรมัน ประกอบกับความคิดว่า การเรียนที่เยอรมนีจะหนักไปในทางเครื่องยนต์กลไก หรือไม่ก็เทคโนโลยี ซึ่งโดยนิสัยของคนไทยไม่ค่อยจะสันทัด แต่ตามความเป็นจริงแล้ว มหาวิทยาลัยในเยอรมนีมีชื่อเสียงในด้านอื่นๆ ไม่น้อยเหมือนกัน เช่น ด้านการแพทย์ วิทยาศาสตร์ วิศวะ สถาปัตย์ เป็นต้น
การเรียนต่อต่างประเทศนั้นเป็นเรื่องดี แต่การเรียนที่ประเทศไหน และเรียนอะไร ก็มีความสำคัญไม่น้อย โดยเฉพาะในยุคปัจจุบันที่มีการแข่งขันทั้งภายในและภายนอกสูงกว่าแต่ก่อน คนไทยโดยทั่วไปมักให้ความสนใจต่อการเรียนสาขาศิลปศาสตร์และสังคมศาสตร์ ซึ่งเป็นสายวิชาการ มากกว่าสายอาชีวะ ทั้งที่ประเทศไทยยังมีความต้องการช่างต่างๆ และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านเป็นจำนวนมาก หากแต่เรามักเห็นว่าการเรียนอาชีวะไม่โก้หรือไม่เก่งเท่าการเรียนในสายอื่น
ถ้ามองย้อนกลับไปเมื่อ 60 ปีก่อน ก็จะเห็นว่าประเทศที่ย่อยยับจากสงคราม อย่าง เยอรมนี และญี่ปุ่น สามารถพลิกฟื้นจนกลายเป็นประเทศที่มีความมั่นคงและมั่งคั่งได้ในปัจจุบันนี้ ก็ด้วยวิชาช่าง รถยนต์ เครื่องจักรกล เครื่องใช้ไฟฟ้า เป็นสินค้าออกที่สำคัญของทั้งสองชาติ และพัฒนาไปสู่สินค้าที่ใช้เทคโนโลยีสูงขึ้น
คงไม่สายเกินไปหรอกครับ ถ้าเราจะหันมาสนใจเรียนต่อด้านอาชีวะในต่างประเทศ เช่น เยอรมนี และญี่ปุ่น กันบ้าง และบางที ประเทศไทยอาจจะสร้างชาติด้วยวิชาช่างอย่างเยอรมนี หรือญี่ปุ่นบ้างก็ได้ ใครจะรู้



