
'ซิลิช'อัดนิชิโคริคว้ายูเอสโอเพ่น
09 ก.ย. 2557
'มาริน ซิลิช' ประกาศศักดาคว้าแชมป์แกรนด์สแลมได้เป็นครั้งแรกในชีวิต หลังออกโรงปราบ 'เคอิ นิชิโคริ' ได้อย่างราบคาบ 3 เซตรวด คว้าแชมป์ชายเดี่ยวศึกยูเอส โอเพ่น
ศึกเทนนิส "ยูเอส โอเพ่น 2014" แกรนด์สแลมรายการสุดท้ายของปี ชิงเงินรางวัลรวม 18,102,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 579.26 ล้านบาท) ที่ฟลัชชิง เมโดว์ส นครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 8 กันยายน (ตามเวลาท้องถิ่น) เป็นการเล่นรอบชิงชนะเลิศประเภทชายเดี่ยว เคอิ นิชิโคริ มือเต็ง 10 ของรายการและมือ 11 ของโลกจากญี่ปุ่น ที่เป็นนักเทนนิสชาวเอเชียคนแรก ที่ได้ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศเทนนิสแกรนด์สแลม โคจรมาพบกับ มาริน ซิลิช มือวางอันดับ 14 ของรายการวัย 25 ปีจากโครเอเชีย ซึ่งสถิติระหว่าง ซิลิช กับ นิชิโคริ เจอกัน 7 หน นิชิโคริชนะ 5 แพ้ 2
ปรากฏว่าแมทช์นี้ แม้ว่า นิชิโคริ จะพกความมั่นใจมาเต็มเปี่ยมหลังจากเพิ่งคว่ำนักหวดในท็อป 5 ของรายการอย่าง มิลอส ราโอนิช, สแตน วาวิงกา และโนวัค ยอโควิช ในรอบผ่านๆ มา ทว่า ซิลิช วัย 25 ปี ก็ไม่หวั่นเกรงศักดิ์ศรีแต่อย่างใด กลับเป็นฝ่ายตีโต้ได้เหนียวแน่น เอาตัวรอดจากเบรกพอยต์ได้ 8 ใน 9 ครั้ง เสิร์ฟเอซได้ 17 หน และยิงไป 38 วินเนอร์ จนเป็นฝ่ายชนะไปอย่างขาดลอย 3 เซตรวด ด้วยสกอร์ 6-3, 6-3, 6-3
ส่งผลให้ ซิลิช คว้าแชมป์แกรนด์สแลมได้เป็นครั้งแรกในชีวิตจากการลงเล่น 28 รายการ โดยเป็นแชมป์อาชีพรายการที่ 12 รวมทั้งยังเป็นนักหวดโครแอตคนแรกที่ซิวถ้วยแกรนด์สแลมต่อจาก โกรัน อิวานิเซวิช แชมป์วิมเบิลดัน ปี 2001 ซึ่งปัจจุบันหันมาทำหน้าที่โค้ชให้ซิลิชนั่นเอง นอกจากนี้ ซิลิช ยังกลายเป็นแชมป์แกรนด์สแลมที่มีอันดับโลกต่ำสุดนับตั้งแต่ที่ พีท แซมพราส เคยคว้าแชมป์ที่นิวยอร์กเมื่อปี 2002 ในตอนที่เป็นมือ 17 ของโลก
ซิลิช ไม่ผ่านการตรวจสารกระตุ้นเมื่อเดือนพฤษภาคมปีที่แล้ว ทำให้โดนโทษแบน 9 เดือน ก่อนจะได้ลดโทษเหลือ 4 เดือน ซึ่งหลังจากกลับมาคว้าแชมป์ได้อย่างยิ่งใหญ่ เจ้าตัวก็ไม่ลืมจะกล่าวขอบคุณโค้ช โกรัน อิวานิเซวิช ที่ช่วยให้ฝันเป็นจริง
"ผมทำงานมาอย่างหนักในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปีนี้ ผมคิดว่าทีมงานของผมได้มอบสิ่งที่พิเศษสุดมาให้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โกรัน เราทำงานกันหนักจริงๆ แต่ที่สำคัญเหนือสิ่งอื่นใดคือเขาทำให้ผมสนุกกับการเล่นเทนนิสอยู่ตลอดเวลา ผมมีความสุขที่เล่นเทนนิสได้ยอดเยี่ยมที่นี่และเยี่ยมที่สุดในชีวิตของผมเลย"
ด้าน นิชิโคริ วัย 24 ปี ซึ่งใช้เวลาในสนามมากกว่า 16 ชั่วโมงเพื่อฟันฝ่ามาถึงรอบชิงชนะเลิศ ได้รับเสียงเชียร์กึกก้องจากแฟนเทนนิสในระหว่างการแข่งขัน โดยเจ้าตัวกล่าวหลังจบแมทช์ว่า ได้รับสิ่งดีๆมากมายจากการผ่านเกมมาราธอนกับนักหวดชั้นนำของโลกหลายคน
"มีอะไรเกิดขึ้นมากมาย ซึ่งเป็นด้านบวก ผมได้เรียนรู้จากสองสัปดาห์ที่ผ่านมา ต้องดวลเกมยืดเยื้อถึงสามแมทช์ เล่นห้าเซตสองหน รวมทั้งเกมกับโนวัค ร่างกายของผมหนักอึ้งแต่ก็ยังเล่นได้ ผมไม่เคยคิดเลยว่าแค่ช่วงเวลาไม่กี่ปีจะมาไกลได้ขนาดนี้ ผมคิดว่าตัวเองได้แสดงศักยภาพออกมาแล้ว ในตอนนี้ผมสามารถจะชนะใครก็ได้ ดังนั้นถ้ายังคงฝึกซ้อมอย่างหนักต่อไป ผมคงจะมีโอกาสมากขึ้นอีก" หนุ่มแดนปลาดิบ กล่าวในที่สุด
----------------------------
(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : AFP)



