
มุมมองของก.ม.ทวงหนี้ พูดจาแบบภาษาชาวบ้าน
11 ก.ย. 2557
สวัสดีเศรษฐกิจ : มุมมองของก.ม.ทวงหนี้ พูดจาแบบภาษาชาวบ้าน : โดย...สุรพล โอภาสเสถียร
ข่าวสารที่ออกมาจากกระทรวงการคลังเรื่องการผลักดันการออก พ.ร.บ.ทวงหนี้ ฉบับใหม่ ที่มีเป้าหมายหลัก ดังนี้
การปกป้องลูกหนี้จากการทวงถามหนี้ที่ไม่เป็นธรรม ไม่สุภาพ ไม่คำนึงถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ โดยในกฎหมายที่กำลังจะออกมา มุ่งเน้นในการบังคับไม่ให้ฝ่ายเจ้าหนี้ใช้ความรุนแรงในการทวงหนี้ ซึ่งไม่เพียงแต่เรื่องใช้กำลังกายบังคับ แต่ได้รวมไปถึงการใช้วาจา คำพูดดูหมิ่นเสียดสีลูกหนี้ให้ได้อับอาย
ห้ามเปิดเผยความเป็นหนี้แก่บุคคลผู้ซึ่งไม่เกี่ยวข้อง เช่น ไปทวงเงินเอากับพ่อ แม่ ญาติพี่น้อง โดยเฉพาะบุคคลอ้างอิงในใบสมัครสินเชื่อที่จะโดนก่อนเป็นลำดับต้นๆ
ห้ามใช้จดหมายเปิดผนึก หรือไปรษณียบัตร เนื่องจากถือว่าการกระทำแบบนี้เป็นการประจานลูกหนี้ให้ได้รับความอับอาย
ห้ามเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในกระบวนการทวงหนี้ที่สูงเกินกว่ากฎหมายกำหนด ที่เด็ดสุดคือมีการกำหนดให้ผู้รับมอบอำนาจในการทวงหนี้ ที่จะทำธุรกิจนี้ทุกรายต้องมาจดทะเบียนกับกระทรวงการคลัง (เรียกว่าถ้าไปทวงหนี้กับลูกหนี้โดยตัวเองไม่ไปขึ้นทะเบียน จะมีโทษทางแพ่งปรับ 1 แสนบาท ไม่เกิน 5 แสนบาท จำคุกตั้งแต่ 1-5 ปี)
กลับมาทางด้านสถาบันการเงิน พบว่า ส่วนใหญ่เห็นด้วยว่าเป็นเรื่องที่สามารถสร้างความเป็นธรรมให้แก่ลูกหนี้ ปกป้องลูกหนี้ในเรื่องความเสียหายที่จะเกิดกับร่างกายชีวิตและทรัพย์สิน ซึ่งสรุปเป็นประเด็นดังนี้
ตามกฎหมายใหม่นี้จะมีบทลงโทษในทางอาญาเมื่อมีการทำผิด พ.ร.บ. ไม่อนุญาตให้ธนาคาร หรือสถาบันการเงิน หรือตัวแทนไปทวงหนี้อย่างไม่ถูกต้อง ห้ามเปิดเผยข้อมูลของลูกหนี้ เช่น ห้ามส่งจดหมายที่มีประทับตราทวงหนี้ หรือไปทวงหนี้กับคนที่อยู่ใกล้ชิด
การทวงหนี้จะแตกต่างกันเรื่องของเวลาเล็กน้อย อย่างร่าง พ.ร.บ.ฉบับใหม่กำหนดให้มีการทวงหนี้ได้ตั้งแต่เวลา 09.00-20.00 น.
ระบบการทวงหนี้ของสถาบันการเงินในปัจจุบันนั้นแต่ละแห่ง แต่ละสถาบันจะแตกต่างกันไปตามนโยบาย
มีการสื่อสารการเตือนลูกค้าที่ค้างชำระว่าคนที่เป็นลูกหนี้ควรจะต้องรักษาวินัยทางการเงินของตัวเองให้ดี เพราะถ้าข้อมูลเครดิตหรือสมุดพกด้านการก่อหนี้กับการชำระหนี้ของตัวเองไม่ดีแล้ว มีประวัติเป็นคนเคยค้างแล้ว เรื่องที่ตนเองทำไว้ในอดีตจะมาเป็นอุปสรรคในการขอสินเชื่อกับทุกสถาบันการเงิน ซึ่งประเด็นนี้ก็จะเป็นบทลงโทษตามธรรมชาติสำหรับลูกหนี้ที่ไม่มีวินัยทางการเงิน
ในเนื้อหาของกฎหมายตาม พ.ร.บ.ทวงหนี้ ได้มีการกำหนดให้คณะกรรมการขึ้นมาดูแลและมีปลัดกระทรวงการคลัง ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ปลัดกระทรวงยุติธรรม ตามตำแหน่ง ส่วนกรรมการที่เหลือจะเป็นตัวแทนจากกฤษฎีกา กรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย นายกสภาทนายความ และจะมีกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิอีก 5 ท่าน ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านการเงิน กฎหมาย ซึ่งจะรวมไปถึงการแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ในพื้นที่เข้าไปดูแลรับแจ้งเหตุ เพื่อคุ้มครองลูกหนี้ที่อยู่ในต่างจังหวัดอีกด้วยก็ได้
----------------------------
(สวัสดีเศรษฐกิจ : มุมมองของก.ม.ทวงหนี้ พูดจาแบบภาษาชาวบ้าน : โดย...สุรพล โอภาสเสถียร)



