
บิ๊กตู่กำชับกำลังพลเฝ้าระวังอุทกภัย
บิ๊กตู่กำชับกำลังพลเฝ้าระวังอุทกภัย ขอนขต.ช่วยลดขัดแย้งสร้างปรองดอง มท.สั่งจว.ยังไม่ท่วมเฝ้าดูมวลน้ำ อยุธยาสั่งเตรียมพร้อมแต่เชื่อไม่รุนแรง
8ก.ย.2557 พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง และพ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก ร่วมกันแถลงผลภายหลังการประชุมผู้บังคับหน่วยขึ้นตรงกองทัพบก (นขต.ทบ.) ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ผู้บัญชาการทหารบก เป็นประธานการประชุมว่า สำหรับสถานการณ์อุทกภัยขณะนี้ ทางกองทัพบกได้จัดเตรียมกองร้อยช่วยเหลือประชาชน 202 กองร้อย พร้อมด้วยยุทโธปกรณ์ เครื่องมือต่างๆ โดยการช่วยเหลือจะใช้กำลังทั้งหมด 16 กองร้อย ในการช่วยเหลือ จ.สุโขทัย จ.เชียงราย จ.เพชรบูรณ์ จ.ชัยภูมิ จ.นครราชสีมา ทั้งนี้การช่วยเหลือส่วนใหญ่จะช่วยขนย้ายคน และสิ่งของไปยังพื้นที่ปลอดภัย นอกจากนี้ยังจัดทำ และเสริมความแข็งแรงของคัดกั้นน้ำ กำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำในพื้นที่สำคัญของจังหวัดต่างๆ โดยเฉพาะการเตรียมการป้องกันอุทกภับในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา โดยส่วนใหญ่จะเน้นกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ
พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ กล่าวต่อว่า สำหรับการช่วยเหลืออุทกภัยในครั้งนี้ ทาง พล.อ.ประยุทธ์ ได้สั่งการให้แม่ทัพภาคต่างๆเป็นผู้รับผิดชอบในการประสานงานร่วมกับ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย และเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ เพื่อลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบทุกพื้นที่ ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ยังแสดงความห่วงในสถานการณ์น้ำในภายรวมของประเทศ ก็ได้สั่งการกับทุกหน่วยทหาร และทุกภาคส่วนราชการ เตรียมรับมือสถานการณ์ของปริมาณน้ำที่จะมาเป็นระยะ อย่างไรก็ตามต้องมีการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมที่ต้นเหตุ และต้องมีการบริหารจัดการที่เหมาะสม พร้อมกันนี้ได้สั่งการให้แม่ทัพภาคไปวางแผนการกระจายในไปกักเก็บไว้ในพื้นที่ที่เหมาะสม เพื่อให้มีน้ำใช้ได้ตลอดทั้งปี รวมถึงการผันน้ำออกจากเขตชุมชนเมืองอย่างรวดเร็ว เมื่อเกิดอุทกภัย ภายใต้แนวทางของคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำของ คสช. และรัฐบาล
ขอนขต.ช่วยลดขัดแย้งสร้างปรองดอง
พ.อ.หญิงศิริจันทร์ กล่าวด้วยว่าพล.อ. ประยุทธ์ก่อนการประชุมได้มีพิธีมอบประกาศนียบัตรชมเชยให้กับกำลังพล และหน่วยที่ได้รับรางวัลจากการนำผลงานการวิจัยสิ่งประดิษฐ์ทางทหาร เข้าร่วมจัดแสดงนิทรรศการและร่วมประกวดผลงานในงาน “วันนักประดิษฐ์” ประจำปี 2557พิธีมอบโล่เกียรติยศแก่ หน่วยขึ้นตรงกองทัพบกที่ชนะการประกวดผลงานด้านการจัดการความรู้ของกองทัพบก ประจำปีงบประมาณ 2557 , พิธีมอบรางวัลชนะเลิศให้แก่นักกีฬา และมอบถ้วยรางวัลคะแนนรวมประเภททีมให้แก่หัวหน้ากลุ่มในการแข่งขันกีฬาเพาะกายกองทัพบก “หนุ่มมาดเท่ห์ เสน่ห์กองทัพบก” ประจำปี 2557 พิธีมอบรางวัลการประกวดภาพถ่าย “กองทัพบกกับความเป็นทหารอาชีพ” ส่วนการประชุมมีสาระสำคัญ ดังนี้
พ.อ.หญิงศิริจันทร์ กล่าวว่า ผบ.ทบ.ให้ทุกหน่วยงานของกองทัพบกสนับสนุนและปฏิบัติงานตามนโยบายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติและรัฐบาล คงความต่อเนื่องของภารกิจการรักษาความสงบเรียบร้อย การรักษาความมั่นคงภายใน การลดความขัดแย้งและสร้างความปรองดองในสังคม รวมทั้งใช้กลไกที่มีอยู่สร้างความเข้าใจต่อประชาชนในเรื่องยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศ การบริหารงานของภาครัฐ การแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในเรื่องต่างๆ ช่วยกระจายข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนและการกระตุ้นเศรษฐกิจ รวมถึงการมีส่วนร่วมในการปฏิรูปประเทศ นอกจากนี้ให้เผยแพร่และสร้างค่านิยมหลักของคนไทย 12 ประการตามที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติได้กำหนดขึ้น เพื่อเป็นการปูพื้นฐานและสร้างคนไทยให้มีคุณภาพ ควบคู่ไปกับการต่อต้านการทุจริตคอรัปชั่น โดยใช้การมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนให้เกิดพลังในการร่วมกันกำจัดการทุจริตในสังคมไทย
ผู้บัญชาการทหารบก ให้ความสำคัญการพัฒนาและการใช้ศักยภาพของหน่วยทหาร เพื่อสนับสนุนการกระตุ้นเศรษฐกิจขั้นพื้นฐาน โดยให้ทุกกองทัพภาคไปพิจารณาวิธีการตามความเหมาะสม อาทิ การเปิดตลาดเฉพาะกิจในค่ายทหารเพื่อจำหน่ายพืชผลทางการเกษตรในช่วงที่มีผลผลิตจำนวนมากและราคาตกต่ำ เป็นการช่วยเหลือเกษตรกร, การรับผลิตผลทางการเกษตรจากเกษตรกรโดยตรงมาจำหน่ายในค่ายทหาร เพื่อช่วยเกษตรกรและเป็นทางเลือกให้กับผู้บริโภค, การปลูกพืชออแกนนิกในค่ายทหาร ทั้งนี้ยังได้กำชับเรื่องการเดินหน้าการจัดระเบียบสังคม ยาเสพติด และการทำลายทรัพยากรป่าไม้ ทั้งในช่วงปัจจุบันและในห้วงต่อไป โดยให้มีความรอบคอบในการปฏิบัติงาน ทั้งในเรื่องพยานหลักฐานที่จะดำเนินคดีต่อผู้กระทำผิด หรือผู้บุกรุก โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ และความต่อเนื่องของการทำงาน รวมทั้งให้หน่วยงานในสายงาน กอ.รมน. ดำเนินการสำรวจที่ดินที่รัฐจัดสรรหรือมอบให้กับผู้ยากไร้ไว้ทำกิน ซึ่งเป็นนโยบายช่วยเหลือผู้ยากไร้ในอดีตที่ผ่านมา ปัจจุบันพบว่ามีการเปลี่ยนมือผู้ถือครองในที่ดินของรัฐดังกล่าว ซึ่งไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการช่วยเหลือ จึงให้รีบสำรวจเพื่อนำข้อมูลดังกล่าวมาพิจารณาดำเนินการทางกฎหมายต่อไป
มท.สั่งจว.ยังไม่ท่วมเฝ้าดูมวลน้ำ
นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำท่วมว่า นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสารณภัย (ปภ.) กรมโยธาธิการและผังเมือง นายอำเภอ ผู้ว่าราชการจังหวัด รวมถึงระดับตำบล หมู่บ้าน และส่วนที่ทำงานร่วมกับส่วนราชการอื่นๆ เช่น ทหาร ตำรวจ กรมชลประทาน กระทรวงสาธารณสุข ทุกภาคส่วนต้องทำงานร่วมกันในการป้องกันและช่วยเหลือ โดยส่วนของจังหวัดมีผู้ว่าฯ เป็นผู้ประสานงาน และในส่วนจังหวัดที่ยังไม่ท่วมก็ต้องจับตาปริมาณน้ำฝนหรือน้ำที่อยู่เหนือเขื่อน ซึ่งจะไหลลงสู่ข้างล่าง
ทั้งนี้ ตอนเหนือของ จ.สุโขทัย ยังคงมีมวลน้ำบางส่วนจาก จ.แพร่ ถ้าไม่มีฝนตกเพิ่มเติมก็คาดว่าจะดูแลพี่น้องประชาชนได้ ส่วนน้ำที่ไหลลงมาจาก จ.พิษณุโลก เข้าสู่นครสวรรค์ มาจนถึงชัยนาท แล้วก็จะเข้ามาในพื้นที่ภาคกลางนั้น จุดที่สำคัญก็คือถ้าน้ำอยู่เหนือเขื่อนก็จะเข้าเขื่อนไป แต่แม่น้ำยมไม่มีที่กักเก็บก็ต้องลงสู่ข้างล่าง ซึ่งหากไม่มีน้ำจาก จ.เพชรบูรณ์ หรือน้ำจากที่อื่นมาเสริมก็คาดว่าปริมาณน้ำใต้เขื่อนจะมีประมาณเท่านั้น แล้วก็จะไหลลงสู่เจ้าพระยา
"ถ้าไม่มีน้ำจากส่วนอื่นมาเสริมเติมเจ้าพระยา กรมชลประทานก็คงคาดการณ์ปริมาณน้ำได้ และคงจะท่วมใต้เขื่อนเฉพาะที่ลุ่มต่ำ ซึ่งเป็นที่รู้กันทุกปี ยกตัวอย่างเช่น ต.โผงเผง อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา หรือเสนาผักไห่บางส่วน ส่วนทางด้านอื่นถ้าไม่ได้ผันออกไปทางสุพรรณบุรี สิงห์บุรี ลพบุรี ก็คาดว่าจะไม่มีผลกระทบ เราต้องทำความเข้าใจกับประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำและให้ความช่วยเหลือต่อไป" ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าว
พิษณุโลก3อ.-รับไว้60ล้านลบ.ม.
ส่วนสถานการณ์น้ำในพื้นที่ จ.พิษณุโลก ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แม่น้ำน่าน อ.เมืองพิษณุโลก อยู่ที่ระดับ 4.36 เมตร ลดลงจากเมื่อวันที่ 7 กันยายน 30 เซนติเมตร ลุ่มน้ำสาขาปกติทั้งหมด ลำน้ำภาค ลำน้ำแควน้อย ลำน้ำวังทอง ลำน้ำคลองชมพู ส่วนแม่น้ำยมที่ อ.บางระกำ ยังไม่ล้นตลิ่ง อยู่ที่ระดับ 6.88 เมตร ระดับตลิ่งที่ 7 เมตร น้ำทางเหนือจากสุโขทัยกำลังไหลบ่าท่วมทุ่งนาในเขตทางเหนือด้าน อ.พรหมพิราม ที่คลองเมมหรือแม่น้ำยมสายเก่าจนล้นตลิ่ง เริ่มท่วมพื้นที่ใน 4 ตำบลของ อ.พรหมพิราม ได้แก่ ต.วังวน ต.หนองแขม ต.พรหมพิราม ต.ท่าช้าง โดยส่วนใหญ่ท่วมพื้นที่ทางการเกษตรที่เก็บเกี่ยวแล้ว และเข้าท่วมบ้านเรือนริมคลองเมม รวมทั้งบางส่วนในเขตบ้านคลองเมม บ้านวังขี้เหล็ก ต.ท่าช้าง อ.พรหมพิราม
ทั้งนี้ สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ จ.พิษณุโลก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ทางการเกษตร หลังจาก จ.พิษณุโลกได้นำแผนบริหารจัดการน้ำ โดยเปิดประตูระบายน้ำตามจุดต่างๆ เข้าสู่พื้นที่ทางการเกษตร เพื่อเป็นแก้มลิงรับน้ำจาก จ.สุโขทัย เข้ามาในพื้นที่แก้มลิงของ จ.พิษณุโลก โดยเฉพาะในพื้นที่ อ.บางระกำ และอ.พรหมพิราม ล่าสุดมีพื้นที่ทางการเกษตรที่รับน้ำอีกเพิ่ม 1 ตำบล ของ อ.เมือง คือ ต.บ้านกร่าง ซึ่งล่าสุดมวลน้ำได้ไหลเข้าพื้นที่ทางการเกษตรในพื้นที่แก้มลิงทางธรรมชาติ มีจำนวน 3.8 หมื่นไร่ ปริมาณน้ำ 60.8 ล้านลูกบาศก์เมตร
นายบรรดิษฐ์ อินต๊ะ ผู้อำนวยการโครงการชลประทานพิษณุโลก เปิดเผยว่า น้ำที่ท่วม จ.สุโขทัย ได้ไหลผ่านเข้าสู่เขต จ.พิษณุโลก โดยเริ่มท่วมเป็นวงกว้างใน 4 ตำบลของ อ.พรหมพิราม เป็นผลจากการผันน้ำจากแม่น้ำยมผ่านลงมายังแม่น้ำยมสายเก่า ขณะนี้ท่วมพื้นที่การเกษตรแล้ว และมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แต่จากการประเมินสถานการณ์น้ำท่วมรอบนี้ไม่น่าเป็นห่วง พื้นที่การเกษตรส่วนใหญ่เก็บเกี่ยวผลผลิตหมดแล้ว และน้ำกำลังเริ่มไหลจาก อ.พรหมพิราม เข้าสู่ตัว อ.บางระกำ ในสัปดาห์นี้
ชาวบ้านพลิกวิกฤติแห่จับปลาขาย
นายบรรดิษฐ์ กล่าวด้วยว่า พื้นที่ จ.พิษณุโลก สามารถรองรับเก็บน้ำไว้ได้กว่า 750 ล้านลูกบาศก์เมตร ทำให้สถานการณ์น้ำใน จ.พิษณุโลก ยังไม่น่าเป็นห่วงมากนัก ขณะที่แม่น้ำยมที่ไหลผ่าน อ.บางระกำ นั้น อยู่ที่ระดับ 6.80 เมตร ซึ่งเพิ่มไม่มากนัก ยังไม่ถึงระดับล้นตลิ่ง 7 เมตร เช่นเดียวกับที่ประตูระบายน้ำคลองบางแก้ว ที่รับน้ำจากสายน้ำยมสายเก่า ขณะนี้ยังไม่ล้นทางระบายน้ำล้นแต่อย่างใด
ขณะเดียวกัน น้ำท่วมในพื้นที่ ทั้ง 3 อำเภอของ จ.พิษณุโลก ทำให้ชาวบ้านในพื้นที่ได้รับผลกระทบแต่ก็พลิกวิกฤติให้เป็นโอกาส ลงตาข่ายหาปลามาขาย และทำปลาร้าไว้บริโภคกันจำนวนมาก ส่วนที่บ้านคลองปลากราย หมู่ 15 ต.บางระกำ อ.บางระกำ ชาวบ้านได้เตรียมพร้อมในการรับน้ำเหนืออย่างเต็มที่เพราะน้ำท่วมสูงเป็นประจำทุกปี แต่ปีนี้น้ำยังเดินไม่ถึง นางสุชิสา เล็กมีชัย อยู่บ้านเลขที่ 347/15 หมู่ 15 ต.บางระกำ ที่อาศัยบ้านลอยน้ำ ที่จังหวัดสร้างให้ในปี 2555 บอกว่า สภาพบ้านลอยน้ำยังใช้การได้ดี
นายบุญยิ่ง คุ้มสุพรรณ ปภ.พิษณุโลก ระบุว่า ตรวจสอบเบื้องต้นความเสียหายที่มีน้ำท่วมบ้านเรือนในพื้นที่ อ.พรหมพิราม มีเพียง 100 กว่าหลัง โดยให้ความช่วยเหลือแจกถุงยังชีพ หากประชาชนเดือดร้อนต้องการอพยพก็มีเรือประจำจุดต่างๆ ไว้บริการอยู่แล้ว
พิจิตรจับตาน้ำยม-อ่างทองเริ่มเอ่อ
ส่วนที่ จ.พิจิตร สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เทศบาลตำบลสามง่าม อ.สามง่าม เฝ้าคอยตรวจเช็กระดับน้ำที่บริเวณจุดวัดน้ำ ซึ่งตั้งอยู่ที่บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอสามง่าม เพื่อติดตามน้ำจาก จ.สุโขทัย ไหลผ่าน จ.พิษณุโลก เข้าสู่พื้นที่ จ.พิจิตร เพื่อใช้เป็นข้อมูลรับมือสถานการณ์น้ำ พร้อมกันนี้ตรวจสอบวัสดุอุปกรณ์ในการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ทั้งเครื่องสูบน้ำ รถตัก รถอีโก้ง ส่วนการติดตามพบว่าระดับน้ำแม่น้ำยมยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องวันละ 5-10 เซนติเมตร แม้ว่าจะยังไม่ถึงจุดวิกฤติแต่น้ำแม่น้ำยมที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องเริ่มเอ่อเข้าท่วมบ้านเรือนพื้นที่ลุ่มริมแม่น้ำของ ต.รักนก อ.สามง่าม แล้ว
ด้านนายวิทยา คมคาย นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.)บางเสด็จ อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง เปิดเผยถึงการเฝ้าระวังพื้นที่เพื่อรับมือกับน้ำที่จะหลากมา ว่า ได้เสริมคันดินในพื้นที่เสี่ยงให้อยู่ในระดับที่สูงขึ้น ส่วนปัญหาที่เคยเกิดขึ้นจากการที่คันดินป้องกันน้ำท่วมริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่หมู่ 1 หมู่ 3 และหมู่ 4 ทรุดตัวลงขณะนี้ได้ปรับปรุงให้อยู่ในสภาพเดิมแล้ว
ส่วนนางกุลฟาร์ลี เทพรักษ์ นายก อบต.โผงเผง อ.ป่าโมก กล่าวถึงสถานการณ์น้ำว่า ได้เอ่อใกล้ท่วมโดยเฉพาะที่หมู่ 1 คันกั้นน้ำทรุดพังลงแม่น้ำเจ้าพระยา อย่างไรก็ดีได้เร่งปักเสาหลายสิบต้นและนำกระสอบทรายถมเพื่อไม่ให้ทรุดมากไปกว่านี้
ขณะเดียวกัน ทหารและเจ้าหน้าที่ อบต.โผงเผง ได้นำเสาเข็มสนกว่า 100 ต้น ตั้งแนวริมคลองโผงเผง บริเวณหมู่ 5 ต.โผงเผง อ.ป่าโมก เพื่อเสริมคันดินเป็นแนวกั้นน้ำล้นตลิ่งสูงขึ้นอีก 1 เมตร เพื่อป้องกันน้ำไหลเข้าท่วมบ้านเรือนในพื้นที่ หลังระดับน้ำในคลองโผงเผง คลองสาขาแม่น้ำเจ้าพระยา ยังคงเพิ่มสูงอย่างต่อเนื่อง
นายวินัย อ่ำรัศมี ปภ.อ่างทอง กล่าวว่า จุดนี้เป็นจุดอันตรายที่เฝ้าระวัง เนื่องจากเป็นพื้นที่ต่ำ แม้ตอนนี้ยังไม่วิกฤติแต่ต้องเร่งรับมือมวลน้ำที่จะไหลเข้ามาสมทบอีกใน 1-2 วันนี้ ซึ่งหากไม่มีฝนตกหนักลงมาในพื้นที่ซ้ำก็คาดว่าน่าจะป้องกันน้ำท่วมได้
อยุธยาเตรียมรับมือ-เชื่อไม่รุนแรง
ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำที่ หมู่ 5 ต.หัวเวียง อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นพื้นที่ต่ำริมแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำน้อย พบว่าระดับน้ำล้นตลิ่งเข้าไปใต้ถุนบ้าน ทำให้ประชาชนไม่สามารถสัญจรได้ โดยระดับน้ำสูงจากพื้น 60 เซนติเมตร
นายสมนึก สุวรรณหงส์ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 5 ต.หัวเวียง เปิดเผยว่า ระดับน้ำที่สูงขึ้นเป็นภาวะปกติที่เกิดขึ้นทุกปี เนื่องจากอยู่ริมแม่น้ำน้อยและแม่น้ำเจ้าพระยา ประชาชนส่วนใหญ่ยังไม่ได้รับผลกระทบหรือเดือดร้อน นอกจากการเดินทางบางจุดต้องใช้เรือพาย ซึ่งทุกหลังมีอยู่แล้ว หากระดับน้ำสูงกว่า 1.50 เมตรก็อาจจะต้องมีการขนย้ายข้าวของบางครอบครัว เนื่องจากพื้นที่บ้านต่ำ แต่ส่วนใหญ่พื้นบ้านสูงเกือบทั้งหมด
ด้านนายอุดมศักดิ์ ขาวหนูนา ปภ.พระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า ระดับน้ำวันนี้ (8 ก.ย.) สูงขึ้น 5-10 ซม.เท่านั้น ทำให้ระดับน้ำใน อ.เสนา อ.บางบาล และ อ.ผักไห่ บางหมู่บ้านมีน้ำล้นตลิ่งแต่ยังไม่พบว่ามีการอพยพแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม จังหวัดได้เตรียมแผนป้องกันเอาไว้แล้ว โดยทุกหมู่บ้านจะมีผู้นำคุ้มซึ่งจะรายงานไปยังผู้ใหญ่บ้าน กำนัน เทศบาล เพื่อขอความช่วยเหลือตามลำดับ หากสถานการณ์รุนแรงทุกหมู่บ้านก็จะอพยพคนไปยังศาลาที่สร้างเอาไว้ เช่นที่หัวเวียงมีจุดอพยพถึงสองแห่ง ขณะนี้ยังถือว่าไม่รุนแรง
อุตรดิตถ์อพยพ-น้ำน่านเซาะตลิ่งทรุด
วันเดียวกัน นายชัช กิตตินภดล ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ ปภ. สำนักงานโยธิการและผังเมือง เข้าตรวจสอบพื้นที่ได้รับความเสียหายหลังฝนตกหนักทำให้กระแสน้ำไหลแรงกัดเซาะตลิ่งบริเวณริมแม่น้ำน่าน ที่หมู่ 6 ต.วังกะพี้ อ.เมือง ทรุดตัวเป็นแนวยาวกว่า 200 เมตร ลึกกว่า 10 เมตร ตลิ่งพังลึกเข้าถึงบ้านเรือนชาวบ้านมากกว่า 20 เมตร ทำให้ชาวบ้านต้องอพยพหวั่นเกิดอันตรายได้
นายชัช กล่าวว่า ตลิ่งยังคงทรุดตัวอย่างต่อเนื่องวันละ 1-2 เมตร เนื่องจากดินอ่อนตัวและพบว่าใต้ตลิ่งเป็นโพรง ซึ่งอันตรายเป็นอย่างยิ่ง จึงให้เจ้าหน้าที่นำเชือกขึงกั้นประกาศเป็นพื้นที่อันตราย พร้อมสั่งอพยพประชาชน 10 ครอบครัวในจุดเสี่ยงออกจากพื้นที่ ส่วนการแก้ไขระยะยาวได้เสนอโครงการสร้างเขื่อนกันตลิ่งพัง ความสูง 15 เมตร ยาว 250 เมตร ไปยังกรมโยธาธิการและผังเมือง งบประมาณปี 2558 จำนวน 40 ล้านบาท และได้รายงานเรื่องดังกล่าวไปยัง คสช.เรียบร้อยแล้ว



