ข่าว

'พระสุเทพ'แนะนักการเมืองบวชลดกิเลส!

'พระสุเทพ'แนะนักการเมืองบวชลดกิเลส!

08 ก.ย. 2557

'พระสุเทพ' เชิญชวนญาติโยมร่วมบวชถวายเป็นพระราชกุศล ชี้ 'นักการเมือง' ควรบวช 'กิเลส' จะได้ลด-ปท.วุ่นวายน้อยลง เตรียมขอ 'บิ๊กตู่' รับช่วงเยียวยากปปส.

 
                            8 ก.ย. 57  ที่สวนโมกขพลาราม อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี  พระสุเทพ ปภากโร หรือ 'พระสุเทพ เทือกสุบรรณ' อดีตเลขาธิการกลุ่มคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) กล่าวถึงเหตุผลในการบวช ว่า เพื่อต้องการดับทุกข์ในใจตัวเอง เพราะใจยังมีความทุกข์อยู่ ใจไม่มีความสงบก็เลยมาบวช เมื่อบวชแล้ว ก็ตั้งใจจะปฏิบัติธรรม ศึกษาธรรมะปฏิบัติธรรมะเพื่อให้ได้บุญกุศล จะได้แผ่ส่วนบุญกุศลให้กับบรรดาพี่น้องร่วมอุดมการณ์ที่ได้ต่อสู้มาด้วยกัน
 
                            พระสุเทพ กล่าวว่า เพื่อรักษาชาติรักษาแผ่นดิน แต่กลับถูกทำร้ายถูกฆ่าตาย 24 คน และบาดเจ็บสาหัส บาดเจ็บธรรมดาอีกกว่าร้อยคน อาตมาได้ช่วยเหลือเยียวยาไปเท่าที่มีกำลังจะทำได้ เท่าที่พี่น้องมวลมหาประชาชนจะร่วมมือกันสงเคราะห์ครอบครัวผู้เสียชีวิต หรือทุพลภาพ ครอบครัวละ 1 ล้านบาท
 
                            พระสุเทพ กล่าวว่า นอกจากนี้ยังได้จัดทุนการศึกษาให้ลูกเขาทุกคน คนละ 2 ล้านบาท ส่วนผู้ที่บาดเจ็บ ก็รักษาให้หมด แม้ว่าจะไม่คุ้ม ก็ทำสุดกำลัง ที่เหลือก็จะขอรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้พิจารณาเยียวยาต่อ แต่อย่างไรก็ตาม ในแง่จิตใจ อาตมาในฐานะอดีตผู้นำมวลมหาประชาชน ก็ยังติดค้างอยู่ในใจ จึงตั้งใจที่จะปฏิบัติธรรม บำเพ็ญธรรม เพื่อให้มีบุญกุศลพอที่จะแผ่ไปให้ผู้เสียชีวิตเหล่านั้น อาตมาจึงคิดว่า ถ้าพี่น้องร่วมอุดมการณ์ที่เคยต่อสู้ร่วมกันมา จะมาปฏิบัติธรรมด้วยกัน ก็จะได้บุญเยอะขึ้น อาตมาก็เลยเชิญชวนพี่น้องเหล่านั้นว่า มาปฏิบัติธรรมเคียงบ่าเคียงไหล่กันดีกว่า
 
                            พระสุเทพ กล่าวว่า มาที่สวนโมกข์นานาชาติ วันที่ 19-27 ของทุกเดือน 7 วันเต็มๆ จะมีการสอนธรรมะ และสอนวิปัสสนากรรมฐาน เมื่อสมาธิขึ้นมาเมื่อไหร่ ก็จะมีปัญญาไปพิจารณาธรรมะ หรือถ้าอยากจะได้บรรยากาศใกล้ทะเล ก็เชิญไปที่ทีปภาวัน ธรรมสถาน (สวนโมกข์ สมุย) ต.ละไม อ.เกาะสมุย ซึ่งท่านเจ้าคุณอาจารย์โพธิ์ ได้ไปตั้งสำนักปฏิบัติธรรมเป็นมูลนิธิทีปภาวัน โดยระยะเวลาในการปฏิบัติธรรมที่ทีปภาวัน ธรรมสถาน จะสั้นกว่าที่สวนโมกข์นานาชาติ คือ ระหว่างวันที่ 12-17 ของทุกเดือน
 
                            พระสุเทพ กล่าวว่า ในการปฏิบัติธรรมทั้ง 2 แห่ง อาตมาจะไปรอต้อนรับญาติโยมที่ไปปฏิบัติธรรม เขาสอนญาติโยม อาตมาก็เรียนไปด้วย เป็นเคียงข้างกันมาแล้วร่วมชั้นเรียน เขาให้ญาติโยมนั่งฝึกทำสมาธิ อาตมาก็นั่งฝึกเป็นเพื่อนด้วย เรียกว่าเคียงบ่าเคียงไหล่กันจริงๆ ไม่ใช่เป็นพระพี่เลี้ยง แต่เป็นกัลยาณมิตรกัน เพราะเราเคยต่อสู้มาแล้ว โดยโครงการดังกล่าวได้เริ่มมา 2 เดือนแล้ว คนก็มาเดือนละเป็นร้อย ซึ่งญาติโยมที่สนใจสามารถมาได้ทุกเดือน
 
                            พระสุเทพ กล่าวว่า นอกจากนี้อาตมามีโครงการใหญ่ คือ การบวชเพื่อบำเพ็ญธรรมถวายเป็นพระราชกุศล แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวาคมนี้ ซึ่งพระองค์ท่านจะมีพระชนมายุ 87 พรรษา ดังนั้นอาตมาจึงได้ปรึกษากันว่า จะจัดให้มีการบวชเป็นรุ่นๆ ละ 88 รูป โดยรุ่นแรกจะบวชในวันที่ 29 ต.ค.จำนวน 30 รูป วันที่ 30 ต.ค.จำนวน 30 รูป และวันที่ 31 ต.ค.จำนวน 28 รูป โดยจะบวช ณ พระอุโบสถที่สวนโมกข์ ซึ่งเป็นพระอุโบสถแบบสมัยพระพุทธเจ้า คือ มีท้องฟ้าเป็นหลังคา มีต้นไม้เป็นกำแพง หากฝนตกก็จะหยุดบวช เมื่อฝนหายก็จะบวชต่อ
 
                            พระสุเทพ กล่าวว่า สำหรับรุ่นที่ 2 จะบวชวันที่ 28-29-30 พ.ย. ทั้งหมด 88 รูปเช่นกัน อย่างไรก็ตาม ทั้ง 2 รุ่นนี้ ใครจะมาบวชต้องทำใจว่า ที่นี่ต้องปฏิบัติเคร่งครัด จะสูบบุหรี่ และดูโทรทัศน์ไม่ได้ ต้องทำวัดเช้า-เย็น ปฏิบัติกรรมฐานทำสมาธิ ฉันข้าวมื้อเดียว ต้องปฏิบัติกิจของสงฆ์ ต้องบิณฑบาต ต้องกวาดวัด ถ้ามาบวชแล้วอ้วน อยู่ไม่ได้
 
                            เมื่อถามถึงเกณฑ์ในการคัดเลือกเป็นอย่างไร พระสุเทพ กล่าวว่า ใครสมัครก่อน เราเอาก่อน ไม่ต้องนำอะไรมาเลย มาแต่ตัวกับหัวใจ และความจงรักภักดี เครื่องอัฐบริขาร อาตมาจะเตรียมให้ทั้งหมดทุกอย่าง มุ้งหมอน ก็มีพร้อม ขณะนี้ได้มีการประชาสัมพันธ์ไปเรื่อยๆ โดยขณะนี้รุ่นแรกมีผู้ยื่นความจำนง 30-40 คนแล้ว จากจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ ทั้งนี้หากมีผู้แสดงความจำนงมาเกินกว่าที่ตั้งเป้าไว้ ก็จะเพิ่มรุ่นอีกต่อๆ ไป
 
                            เมื่อถามถึงความคาดหวังของผู้เข้าร่วมโครงการนอกจากถวายพระพรให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวแล้ว มีจุดประสงค์อื่นอีกหรือไม่ พระสุเทพ กล่าวว่า สิ่งที่เราคิดกันโดยภาพรวม คือ เรารับใช้บ้านเมืองมาถึงที่สุดแล้ว วันนี้เราต้องมารับใช้พระศาสนาบ้าง เพราะปัจจุบันนี้ อาตมาเห็นว่าทุกจังหวัดมีคนบวชน้อยลง ดังนั้นเราต้องฟื้นฟูกันใหม่ ชวนพี่น้องประชาชนเข้าหาธรรมะ เพราะชีวิตที่มีธรรมะ เป็นชีวิตที่เงียบสงบเย็นลง โอกาสที่เราจะมีสังคมที่สงบสุขก็ง่ายขึ้น เป็นผลดีกับสังคมทำให้ความทุกข์น้อยลง
 
                            เมื่อถามว่า จะเชิญชวนนักการเมืองมาบวชบ้างหรือไม่ พระสุเทพ กล่าวว่า นักการเมืองบวชบ้างก็ดี กิเลสจะได้น้อยลง ประเทศจะได้วุ่นวายน้อยลง ทั้งนี้อาตมาไม่ได้พูดถึงพรรคการเมืองไหนนะ แต่พูดแบบพระพูด