ข่าว

เปิด..ขีดความสามารถไทย สู่สายตานักลงทุนโลก

เปิด..ขีดความสามารถไทย สู่สายตานักลงทุนโลก

10 ก.ย. 2557

เล่าสู่กันฟัง : เปิด..ขีดความสามารถไทย สู่สายตานักลงทุนโลก : โดย...บัญญัติ คำนูณวัฒน์

 
                            ยุคนี้เป็นยุคเศรษฐกิจนิยม โลกตกอยู่ภายใต้ภาวะการแข่งขัน การจัดอันดับความสามารถในการแข่งขัน จึงเป็นอีกเครื่องมือที่ใช้วัดศักยภาพ ข้อได้เปรียบ-เสียเปรียบของบุคคล องค์กร บริษัท สถาบันการศึกษา แม้กระทั่งประเทศ ขณะเดียวกันก็เป็นการสร้างชื่อเสียงและความภาคภูมิใจให้แก่คนในชาติได้เป็นอย่างดี ถ้าเราถูกจัดอันดับให้อยู่ในช่วงต้นๆ
 
                            เมืองไทย...เป็นประเทศที่มีระบบเศรษฐกิจแบบเปิด ต้องติดต่อเชื่อมโยงทำมาค้าขายและกระชับสัมพันธไมตรีกับนานาประเทศอยู่ตลอดเวลา ดังนั้น เรื่องของการเคารพกติกาเงื่อนไขระหว่างคู่ค้ากับประเทศอื่นๆ ทั่วโลก จึงจำเป็นต้องศึกษา พร้อมๆ กับพัฒนาความสามารถในการแข่งขันให้ทัดเทียมอยู่เสมอ เพื่อรักษาระดับความเจริญเติบโตด้านเศรษฐกิจไว้ให้ได้อย่างมั่นคง
 
                            ปัจจุบันสถาบันชั้นนำที่ออกตัวมาจัดอันดับความสามารถการแข่งขันของประเทศต่างๆ เป็นที่ยอมรับในสากลมีอยู่ 2 สถาบัน คือ เวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรัม (WEF) โดยสภาเศรษฐกิจโลก และสถาบันการจัดการนานาชาติ (IMD) ซึ่งทั้ง 2 แห่งมีดัชนีวัดที่แตกต่างกันไป ใน WEF จะสะท้อนเรื่องสถาบัน นโยบาย และปัจจัยต่างๆ ที่มีอิทธิพลต่อการพัฒนาประเทศนั้นๆ  ส่วน IMD จะระบุถึงสภาพแวดล้อมของประเทศที่สร้างความยั่งยืนให้องค์กรธุรกิจสามารถแข่งขันได้
 
                            ปีนี้เวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรัม ออกมาเผยดัชนีความสามารถในการแข่งขัน ของ 144 ประเทศทั่วโลกเช่นเคย ปรากฏว่าประเทศไทยขยับอันดับจากอันดับ 37 มาอยู่ที่ 31 ของโลก มีคะแนนอยู่ในระดับกลางคือ 4.7 จากเต็ม 7 ถ้าอ่านข้อมูลให้ลึกลงไปจะพบว่าผลการจัดอันดับ จุดเด่นที่ไทยมีคะแนนดี คือความแข็งแกร่งในการปกป้องนักลงทุน ที่มีตั้งแต่เอาใจใส่ในคู่ค้า รักษาเสถียรภาพทางการเงินได้ดี และมีปริมาณความต้องการขาย-ถ่ายทอดเทคโนโลยี ร่วมพัฒนาด้านภาคอุตสาหกรรมกับสถานศึกษา โดยการระดมมันสมองและกองทุนจากตลาดหลักทรัพย์ฯ ทั้งชาวไทยและต่างชาติ เพื่อความร่วมมือและการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง
 
                            อย่างไรก็ตาม เรื่องที่จะต้องมานั่งจับเข่าคุยกันในทุกองค์กร เพื่อร่วมพัฒนาเป็นการด่วน ก็มีตั้งแต่ การปกป้องทรัพย์สินทางปัญญา ความมีเสถียรภาพทางการเมือง และการพัฒนาด้านนวัตกรรม เพื่อให้เพียงพอต่อการแข่งขันในสากล และหากมองไทยใน 10 ปีที่ผ่านมา พบว่าเรามีอันดับโดยรวมของ WEF อยู่ระหว่าง 28-38 ส่วนดัชนีของ IMD อยู่ระหว่าง 25-33 ซึ่งแม้ว่าประเทศที่นำมาวัดความสามารถของทั้ง 2 ดัชนี มีจำนวนไม่เท่ากัน และสังเกตได้ในแต่ละปีทั้ง 2 ดัชนี มีการวัดการแข่งขันเพิ่มจำนวนประเทศทุกปี แต่ระดับขีดความสามารถของประเทศไทยก็อยู่ในค่าเฉลี่ยของทั้ง 2 สถาบัน สอดคล้องใกล้เคียงกัน
 
                            นี่จึงเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่วัดขีดความสามารถแข่งขัน ซึ่งวิเคราะห์จุดเด่น-จุดด้อย ที่ประเทศไทยจะนำมาปรับใช้พัฒนาให้เอื้ออำนวยต่อการขยายตัวทางธุรกิจ เสริมทัพการสร้างเศรษฐกิจให้เติบโต เพื่อให้ได้ชัยชนะข้ามขีดความสามารถของตนเองและเหนือกว่าคู่แข่ง จะต้องมองในทุกมิติ เพื่อให้ประเทศไทยยืนอยู่บนเวทีโลกได้อย่างไม่อายใคร 
 
 
 
 
 
 
-----------------------------
 
(เล่าสู่กันฟัง : เปิด..ขีดความสามารถไทย สู่สายตานักลงทุนโลก : โดย...บัญญัติ คำนูณวัฒน์)