
พิษณุโลกน้ำท่วมจมกว่า3หมื่นไร่
08 ก.ย. 2557
พิษณุโลกน้ำท่วมจมกว่า 3 หมื่นไร่ อุตุฯชี้ภาคใต้มีฝนเกือบทั่วไป ตกหนักบางแห่ง ทะเลอันดามันคลื่นสูง 2-3 ม. เรือเล็กงดออกฝั่ง กทม.-ปริมณฑลมีฝนร้อยละ 60 ของพื้นที่
8 ก.ย.57 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสถานการณ์น้ำในพื้นที่จ.พิษณุโลก เช้าวันนี้ (8 ก.ย.) แม่น้ำน่าน อ.เมืองพิษณุโลก อยู่ที่ระดับ 4.36 เมตร ลดลงจากวานนี้ 30 เซนติเมตร ลุ่มน้ำสาขาปกติหมด ลำน้ำภาค ลำน้ำแควน้อย ลำน้ำวังทอง ลำน้ำคลองชมพู ส่วนแม่น้ำยมที่อำเภอบางระกำยังไม่ล้นตลิ่ง เช้านี้อยู่ที่ระดับ 6.88 เมตร ระดับตลิ่งที่ 7 เมตร น้ำจากทางเหนือจากสุโขทัยกำลังไหล่บ่าท่วมทุ่งนาในเขตทางเหนือด้าน อ.พรหมพิราม ที่คลองเมม หรือแม่น้ำยมสายเก่าล้นตลิ่ง เริ่มท่วมพื้นที่ใน 4 ตำบล ของอ.พรหมพิราม ได้แก่ ต.วังวน ,ต.หนองแขม ,ต.พรหมพิราม ,ต.ท่าช้าง เนื้อที่ 30,000 ไร่ โดยส่วนใหญ่ท่วมพื้นที่ทางการเกษตรที่เก็บเกี่ยวแล้ว และมีท่วมบ้านเรือนประชาชนริมคลองเมมบางส่วนในเขตบ้านคลองเมม บ้านวังขี้เหล็ก ต.ท่าช้าง อ.พรหมพิราม
นายบรรดิษฐ์ อินต๊ะ ผู้อำนวยการโครงการชลประทานพิษณุโลก เปิดเผยว่า น้ำที่ท่วมจังหวัดสุโขทัยได้ไหลผ่านเข้าสู่เขตจังหวัดพิษณุโลกโดยเริ่มท่วมเป็นวงกว้างใน 4 ตำบลของอ.พรหมพิราม เป็นผลจากการผันน้ำจากแม่น้ำยมผ่านลงมายังแม่น้ำยมสายเก่า ขณะนี้ท่วมพื้นที่การเกษตรแล้ว 30,000 ไร่ และมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ แต่จากการประเมินสถานการณ์น้ำท่วมรอบนี้ไม่น่าเป็นห่วง พื้นที่การเกษตรส่วนใหญ่ได้เก็บเกี่ยวผลผลิตหมดแล้ว และน้ำกำลังเริ่มไหลจาก อ.พรหมพิราม เข้าสู่ตัวอ.บางระกำ ในสัปดาห์นี้
อุตุฯชี้ภาคใต้ฝนตกหนัก-อันดามันคลื่นสูง 2-3 เมตร
กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศประจำวัน ลักษณะอากาศทั่วไปเมื่อเวลา 10:00 น. ประจำวันที่ 8 กันยายน 2557 ร่องมรสุมกำลังอ่อนได้เลื่อนไปพาดผ่านประเทศพม่า ลาว และเวียดนามตอนบน ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีฝนลดลงจากช่วงที่ผ่านมา สำหรับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางพัดปกคลุมทะเลอันดามัน และอ่าวไทย ทำให้ภาคใต้ฝั่งตะวันตกและภาคตะวันออกมีฝนเกือบทั่วไปและฝนหนักบางแห่งบริเวณจังหวัดจันทบุรี ตราด ระนอง พังงา ชุมพร และสุราษฎร์ธานี ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักและปริมาณฝนที่ตกสะสมต่อเนื่องไว้ด้วย สำหรับทะเลอันดามันตอนบนจะมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง เรือเล็กในบริเวณดังกล่าวควรงดออกจากฝั่งในระยะนี้
พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 12:00 วันนี้ ถึง 12:00 วันพรุ่งนี้
ภาคเหนือ มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนองเป็นแห่งๆ ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ตาก พิษณุโลก เพชรบูรณ์ และกำแพงเพชร อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-34 องศาเซลเซียส ลมแปรปรวน ความเร็ว 10-30 กม./ชม.
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดกาฬสินธุ์ ขอนแก่น ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ และอุบลราชธานี อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมแปรปรวน ความเร็ว 10-30 กม./ชม.
ภาคกลาง มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดราชบุรี กาญจนบุรี อุทัยธานี พระนครศรีอยุธยา สระบุรี และลพบุรี อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.
ภาคตะวันออก มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนองเกือบทั่วไป ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งบริเวณจังหวัดจันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-32 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-40 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองมีคลื่นสูง 2-3 เมตร
ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณจังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-32 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนองเกือบทั่วไป ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ และตรัง อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-32 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-45 กม./ชม. อันดามันตอนบน : ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองมีคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร อันดามันตอนล่าง : ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองมีคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆเป็นส่วนมาก โอกาสมีฝนฟ้าคะนองในเกณฑ์กระจาย ร้อยละ 60 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.
พิจิตร - เฝ้าระวังติดตามระดับน้ำแม่น้ำยมตลอด 24 ชั่วโมง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเจ้าหน้าที่จากสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เทศบาลตำบลสามง่าม อำเภอสามง่าม จังหวัดพิจิตร เฝ้าคอยตรวจเช็คระดับน้ำที่บริเวณจุดวัดน้ำซึ่งตั้งอยู่ที่บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอสามง่าม เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำหลังจากที่น้ำจากจังหวัดสุโขทัย ไหลผ่านจังหวัดพิษณุโลก เข้าสู่พื้นที่จังหวัดพิจิตร เพื่อใช้ในการเป็นข้อมูลเพื่อรับมือสถานการณ์น้ำ พร้อมกันนี้เจ้าหน้าที่ยังทำการตรวจเช็ควัสดุอุปกรณ์ที่จำเป็นต้องใช้ในการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยทั้งเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ รถตัก รถอีโก้ง เพื่อให้มีความพร้อมในการช่วยเหลือประชาชน
สำหรับจากการติดตามพบว่าระดับน้ำแม่น้ำยมยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องวันล่ะ 5-10 เซนติเมตร ขณะนี้แม้ว่าจะยังไม่ถึงจุดวิกฤติแต่น้ำแม่น้ำยมที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องเริ่มเอ่อเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ลุ่มริมแม่น้ำของตำบลรักนก อำเภอสามง่ามแล้ว
ชัยภูมิ - สถานการณ์น้ำท่วม 2 อำเภอเริ่มคลี่คลาย
(8 ก.ย.) ที่จ.ชัยภูมิ หลังตั้งแต่ช่วงต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา เกิดฝนตกหนักน้ำป่าทะลักจากทั้งเทือกเขาพังเหยและเทือกเขาภูแลนคาด้านทิศเหนือ จนลำน้ำชีล้นตลิ่งหลากซัดอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่โครงการประตูระบายน้ำอาจารย์จื่อ (ลำเชียงทา) มูลค่ากว่า 234 ล้านบาท บริเวณบ้านหนองบัวระเหว หมู่ 6 เทศบาลตำบลหนองบัวระเหว และหลากเข้าท่วมพื้นที่การเกษตรนาข้าวไร่มันสำปะหลัง ในเขตเทศบาลตำบลโคกสะอาด อ.หนองบัวระเหว เสียหายมากกว่า 5,000 ไร่ ใน 3 หมู่บ้าน และหลากเข้าท่วมในเขตอำเภอใกล้เคียงที่ตำบลตลาดแร้ง อ.บ้านเขว้า เสียหายกว่า 300 หลังคาเรือน และมีพื้นที่การเกษตรเสียหายอีกมากว่า 1,000 ไร่ ใน 2 หมู่บ้านที่บ้านห้วย หมู่ 8 และบ้านห้วยเหนือ หมู่ 18
ซึ่งขณะนี้สถานการณ์ล่าสุดเริ่มคลี่คลายน้ำลดระดับกลับเข้าสู่สภาวะปกติทั้งหมดทุกพื้นที่แล้ว แต่ทางจังหวัดชัยภูมิก็ยังต้องแจ้งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมพร้อมรับสถานการณ์อุทกภัยต่อไปในช่วงนี้ ซึ่งยังมีฝนตกในพื้นที่ต่อเนื่อง และระดับน้ำในลำชีตลอดทั้งสายที่ผ่านจากจ.ชัยภูมิ ยังมีปริมาณสูงใกล้ล้นตลิ่งออกมาได้ง่ายในช่วงนี้หากฝนตกหนักได้และยังเสี่ยงเกิดน้ำป่าหลากท่วมฉับพลันในพื้นที่ได้ทุกระยะในช่วงนี้ หากประชาชนต้องการความช่วยเหลือสามารถแจ้งไปยังศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจป้องกันอุทกภัยของจ.ชัยภูมิ และขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทุกอำเภอในพื้นที่ประสบภัย หรือแจ้งมายังศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจฯ จังหวัด ได้ตลอด 24 ชั่วโมงต่อไปในช่วงตลอดตั้งแต่เดือน ก.ย.-ต.ค.ปีนี้ ซึ่งมักจะเป็นช่วงที่เกิดฝนตกหนักและจ.ชัยภูมิเกิดน้ำท่วมใหญ่สร้างความเสียหายจำนวนมากทุกปีในช่วงนี้ ทางจ.ชัยภูมิ จึงต้องเพิ่มความเข้มงวดในการแจ้งเหตุให้ทันท่วงทีให้มากขึ้นในปีนี้ต่อไปด้วย
ตรัง - แม่ทัพภาคที่ 4 ตรวจขุดลอกคลองรับมือน้ำท่วม
พล.ท.วลิต โรจนภักดี แม่ทัพภาคที่ 4 และคณะ เดินทางมาตรวจเยี่ยมการปรับปรุงการขุดลอกอ่างเก็บน้ำและขุดลอกคลองในพื้นที่จังหวัดตรัง ที่กำลังดำเนินการโดย กองทัพบก ซึ่งมอบหมายให้กองพลพัฒนาที่ 4 กองพันทหารช่างที่ 402 ดำเนินการขุดลอกอยู่ในขณะนี้ ประกอบด้วย การขุดลอกอ่างเก็บน้ำพรุละหมาด ต.นาโต๊ะหมิง อ.เมือง จ.ตรัง ตามโครงการพัฒนาแหล่งน้ำตามนโยบายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) โดยพื้นที่พรุละหมาด เป็นแหล่งน้ำขนาดใหญ่ มีเนื้อที่ประมาณ 183 ไร่ กว้าง 400 เ มตร ยาว 750 เมตร มีลักษณะเป็นที่ลุ่มบึงเล็กและบึงใหญ่หลายบึงและมีลำห้วยเชื่อมต่อกันหลายสาย เป็นสถานที่สำคัญต่อการดำรงชีวิตของราษฎร การปรับปรุงด้วยการขุดลอกดินภายในอ่างเก็บน้ำ จำนวน 379,855 ลบ.ม. ความลึกเฉลี่ย 1.20 เมตร เมื่อขุดลอกแล้วเสร็จ จะสามารถรองรับเก็บกักน้ำได้ 825,855 ลบ.เมตร เพิ่มขึ้นอีก 46% ให้เป็นแหล่งเก็บกักสำรองน้ำ เพื่อใช้ในการเกษตร อุปโภค บริโภคให้กับประชาชน
ในส่วนของการขุดลอกคลองสว่าง พื้นที่ ต.นาเมืองเพชร อ.สิเกา ซึ่งเป็นลำคลองขนาดใหญ่ยาวกว่า 12 กม ถือเป็นจุดรับน้ำจากพื้นที่ 3 อำเภอ คือ อ.เมือง อ.สิเกา และ อ.วังวิเศษ การขุดลอกคลองสว่างมีขนาดกว้างเฉลี่ย 23 เมตร ลึกเฉลี่ย 1.80 เมตร ทั้งนี้ ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ที่ได้เกิดฝนตกหนักติดต่อกันในพื้นที่แล้วทำให้เกิดน้ำท่วมขังพื้นที่ทางการเกษตรประมาณ 1,000 ไร่ ในพื้นที่ 3 ตำบล 3 อำเภอ คือ ต.นาเมืองเพชร อ.สิเกา ต.นาโต๊ะหมิง อ.เมือง และ ต.โคกยาง อ.กันตัง ก็เป็นน้ำเหนือที่ไหลมาจากพื้นที่เหนือการขุดลอกคลองทั้ง 2 แห่ง
ดังนั้นการที่กองพันทหารช่างที่ 402 ดำเนินการขุดลอกดังกล่าว เพื่อเป็นการบริหารจัดการน้ำชุมชนตามแนวทางพระราชดำริให้สมบูรณ์และพัฒนาให้มีความยั่งยืน เพื่อแก้ปัญหาสำคัญให้แก่ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ คือ ปัญหาน้ำท่วมในช่วงหน้าฝน จะทำให้น้ำสามารถระบายลงสู่ทะเลที่ปากอ่าวกันตังได้อย่างรวดเร็วมากยิ่ง ขีดความสามารถในการระบายน้ำเพิ่มขึ้นจาก 86 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีเป็น 150 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที คิดเป็น 74 เปอร์เซ็นต์ และปัญหาภัยแล้งในช่วงหน้าแล้ง
โดยทั้งสองพื้นที่ประชาชนได้รับประโยชน์ประมาณ 3 หมื่นคน พื้นที่ได้รับประโยชน์กว่า 7 หมื่นไร่ โดยทั้ง 2 โครงการเจ้าหน้าที่กำลังเร่งดำเนินการขุดลอกให้แล้วเสร็จในเดือนกันยายนนี้ เพื่อรับมือและป้องกันปัญหาน้ำท่วมใหญ่ที่อาจจะเกิดขึ้นประมาณเดือนตุลาคม - พฤศจิกายนนี้ เนื่องจากในห้วงเวลาดังกล่าวจะเกิดน้ำท่วมใหญ่ทุกปี โดยการทำงานของเจ้าหน้าที่ในช่วงที่ผ่านมาประสบปัญหาอุปสรรค์ในการทำงานบ้าง เนื่องจากในพื้นที่เกิดฝนตกติดต่อกันจึงทำให้งานล่าช้า แต่ขณะนี้ได้เพิ่มเวลาในการทำงานตั้งแต่ 06.00 ถึง 24.00 น. เพื่อให้แล้วเสร็จทันตามกำหนดเวลา



