
ประยุทธ์ส่งทหารดูแลปชช.ที่น้ำท่วม
ประยุทธ์ส่งทหารดูแลปชช.ที่น้ำท่วม ลำปางระทึกฝายเก็บน้ำห้วยป๋อนแตก พัดชาวบ้าน 3 คน ไหลไปกับสายน้ำรอดตายหวุดหวิด ขณะที่หลายอำเภอในสุโขทัย เริ่มคลี่คลาย
7กันยายน2557 พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในฐานะผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ได้สั่งการให้ทหารทุกหน่วย ประสานการช่วยเหลือกับทางจังหวัดและ ปภ. โดย เน้นการแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงให้รีบขนย้ายคนและสิ่งของหนีน้ำไว้ก่อน พร้อมกำชับ พล.ท.ปรีชา จันทร์โอชา แม่ทัพภาคที่ 3 ดูแลประชาชนในพื้นที่น้ำท่วมให้ปลอดภัย รวมทั้งการกำจัดผักตบชวาและวัชพืชต่างๆเพื่อเปิดทางน้ำและเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ
สำหรับสถานการณ์น้ำในจังหวัดสุโขทัย ปัจจุบัน ระดับในแม่น้ำยมทุกจุด ลดลง 20-30 ซม. การไหลล้นตลิ่งของน้ำในจุดวิกฤติ ลดลง ประชาชนสามารถเดินทางเข้าออกพื้นที่ได้ โดย กองทัพภาคที่ 3 จัด กำลังพลจากกองพลทหารราบที่4 จำนวน 4 ร้อยช่วยเหลือประชาชน เสริมด้วยนักศึกษาวิชาทหาร เข้าช่วยขนย้ายสิ่งของ ทำพนังกั้นน้ำและบริการทางการแพทย์ใน อ.เมือง, อ.ศรีสำโรง, อ.สวรรคโลก โดยที่ อ.เมือง กำลัง ทหาร150นายได้บรรจุและวางกระสอบทรายเพื่อชะลอน้ำ และหยุดการไหลของน้ำ ในพื้นที่หมู่ 7 ต.ปากแคว พร้อมใช้ เฮลิคอปเตอร์บินส่งของช่วยเหลือประชาชน ในพื้นที่ดังกล่าวในบางจุดที่เรือไม่สามารถเข้าถึงได้
ส่วนที่ อ.โคกสำโรง ทหาร 100 นาย เข้าช่วยบรรจุ และ จัดวางกระสอบทรายเสริมแนวพนังกั้นน้ำ ของ เทศบาลนครศรีสำโรง เพื่อป้องกันน้ำล้นตลิ่งเข้าสู่ตลาดศรีสำโรงและที่ ต.วัดเกาะ , ต.บ้านนา อ.ศรีสำโรง จังหวัดทหารบกพิษณุโลกจัดกำลังพล 100 นาย เข้าช่วยมอบสิ่งของช่วยเหลือ และบริการทางการแพทย์ให้กับประชาชน ทั้งนี้ ปัจจุบันแม้การไหลล้นตลิ่งของน้ำในจุดวิกฤติของแม่น้ำยมมีปริมาณลดลง ประชาชนสามารถเดินทางเข้า-ออกจากพื้นที่ได้ แต่อย่างไรก็ตาม ปริมาณน้ำที่ล้นตลิ่งเข้ามาในห้วง 2-3 วันที่ผ่านมา จะไหลไปตามคลองย่อยต่างๆซึ่งอาจทำให้บางพื้นที่มีน้ำไหลบ่าเข้าท่วม หรือ มีน้ำท่วมขังได้ โดยเฉพาะ บริเวณ ต.บ้านสวน และ ต.บ้านกล้วย อ.เมือง ?ทั้งนี้ กองทัพภาคที่3ได้เตรียมช่วยเหลือในพื้นที่รับน้ำต่อไปแล้ว อีกทั้งได้เริ่มการฟื้นฟูพื้นที่ ได้แก่ การสำรวจความเสียหายของสิ่งสาธารณประโยชน์ , อาคารบ้านเรือนของประชาชน และ พื้นที่ทางการเกษตร รวมทั้ง การให้บริการทางการแพทย์หลังน้ำลด
สำหรับ จ.เชียงราย สถานการณ์น้ำคลี่คลายแล้ว แต่ยังคงมีน้ำท่วมขังในที่ลุ่มบางส่วน โดยการช่วยเหลือจาก หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารม้าที่ 3 ฝ่ายปกครองอำเภอแม่สาย ได้ร่วมกับส่วนราชการ อปท. ทำความสะอาดบ้านเรือนประชาชนถนน ที่ถูกน้ำท่วมในพื้นที่
ลำปางระทึกฝายเก็บน้ำห้วยป๋อนแตก
เมื่อเวลา 08.00 น. ขณะที่ ด.ต.มานิตย์ ยินดี เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.งาว จ.ลำปาง กำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่ที่ตู้ยาม ใน ต.บ้านร้อง ได้รับแจ้งจากนายจักรพันธ์ วันทอง ผู้ใหญ่บ้านสบป๋อน หมู่ 3 ต.บ้านร้อง ว่า มีชาวบ้าน 3 คน ถูกน้ำป่าพลัดหายไปในไร่ขิง ห่างจากหมู่บ้านสบป๋อนไปประมาณ 4 กิโลเมตร หลังรับแจ้งจึงนำกำลังตรวจสอบ โดยยังคงมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง
เมื่อไปถึงจุดเกิดเหตุ มีน้ำท่วมไร่ขิงจำนวนมากชาวบ้านและเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงช่วยกันออกค้นหาชาวบ้านที่สูญหาย จนกระทั่งพบชาวบ้านทั้ง 3 คน อยู่ห่างจากฝายกักเก็บน้ำห้วยป๋อน ประมาณ 1 กิโลเมตร ในสภาพเหนื่อยล้าและเปียกไปทั้งตัว ทราบชื่อเพียงคนเดียวคือ นายถาวร แซ่จ๋าว อายุ 50 ปี เป็นชาวบ้าน หมู่ 7 ต.ปงเตา อ.งาว เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุ ตนกับเพื่อนอีก 2 คน ได้เข้าไปรับซื้อขิงจากชาวบ้านสบป๋อน ระหว่างนั้นท้องฟ้ามืดครึ้มและเกิดฝนตกลงมา ขณะกำลังเดินข้ามฝายห้วยป๋อน ปรากฏว่าฝายกั้นน้ำเกิดแตกทำให้น้ำไหลทะลักพลัดเอาร่างของตนและเพื่อนไหลไปกับสายน้ำ
น้ำท่วมสุโขทัยคลี่คลาย
ส่วนที่ จ.สุโขทัย เมื่อเวลา 13.00 น. วันเดียวกัน สถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่เริ่มคลี่คลายแล้ว โดยเฉพาะพื้นที่หมู่ 4 และ หมู่ 5 ต.วัดเกาะ อ.ศรีสำโรง ที่ถูกน้ำท่วมสูงกว่า 1 เมตร แต่ในช่วงเช้าของวันนี้ (7 ก.ย.) หลายจุดระดับน้ำได้ลดลงจนเกือบแห้งสนิท มีเพียงบางจุดที่ยังมีน้ำท่วมขังสูง 10-20 เซนติเมตร เช่นเดียวกับพื้นที่หมู่ 2 ต.บ้านนา อ.ศรีสำโรง ระดับน้ำได้ลดลงอย่างต่อเนื่องเช่นเดียวกัน รวมทั้งพื้นที่หมู่ 7 ต.ปากแคว อ.เมืองสุโขทัย ซึ่งเป็นจุดที่คันดินริมแม่น้ำยม ถูกกระแสน้ำกัดเซาะจนขาดเป็นแนวยาวกว่า 50 เมตร ทำให้กระแสน้ำทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนกว่า 200 ครัวเรือน ล่าสุด ระดับน้ำลดลงอีก 15 เซนติเมตร ขณะที่จุดตรวจวัดระดับน้ำแม่น้ำยมสถานีวาย 4 อ.เมืองสุโขทัย อยู่ที่ 7.06 เมตร ต่ำกว่าจุดวิกฤติ 40 เซนติเมตร ทั้งนี้ จ.สุโขทัย ได้สรุปสถานการณ์น้ำท่วม ทั้ง 9 อำเภอ ชาวบ้านได้รับผลกระทบ 43 ตำบล 231 หมู่บ้าน 6,366 ครัวเรือน
นายชาติ จันทร์สงค์ อายุ 53 ปี อยู่บ้านเลขที่ 303/3 หมู่ 7 ต.ปากแคว อ.เมืองสุโขทัย กล่าวว่า ดีใจที่น้ำเริ่มลดลงบ้างแล้ว ก่อนหน้านี้ที่บ้านถูกน้ำท่วมสูงกว่า 2 เมตร มีบ้านเพื่อนพังไปแล้ว 3-4 หลัง ลำบากกันมากต้องออกไปนอนตามบ้านญาติ
เชียงรายเตรียมรับมือจีนปล่อยน้ำ
ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดเชียงรายรายงานว่า สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค สาขาเชียงราย ได้ประกาศเตือนให้ อ.เชียงแสน อ.เชียงของ และ อ.เวียงแก่น ที่มีพื้นที่ติดลำน้ำโขงให้เตรียมรับมือกับกระแสน้ำมวลมาก เนื่องจากทางการจีนจะระบายน้ำออกจากเขื่อนจิ่งหง ในเขตปกครองสิบสองปันนา มณฑลยูนนาน ระหว่างวันที่ 4-10 กันยายนนี้
นายทรงกลด ดวงหาคลัง ผอ.สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค สาขาเชียงราย กล่าวว่า เขื่อนจิ่งหง มีระดับน้ำเพิ่มมากขึ้นหลังจากที่มีฝนตกลงมา จึงจำเป็นต้องระบายน้ำออกเพิ่มขึ้นจากเดิมที่ปล่อยลงในแม่น้ำโขง 8,000 ลบ.ม./วินาที เป็น 9,000 ลบ.ม./วินาที คาดว่าระดับน้ำในแม่น้ำโขงจะสูงขึ้นอีก 3 เมตร จากระดับปัจจุบัน อยู่ที่ 4.62 เมตร ระดับน้ำล้นตลิ่งอยู่ที่ 8.5 เมตร คาดว่าจะไม่ส่งผลกระทบกับพื้นที่ลุ่มของ อ.เชียงแสน
ขณะที่ อ.แม่สาย ที่ถูกน้ำป่าไหลเข้าท่วมเมื่อวันที่ 6 กันยายน ที่ผ่านมา จนทำให้สะพานข้ามพรมแดนไทย-พม่า เกิดการโก่งตัว ล่าสุดสถานการณ์น้ำท่วมได้กลับเข้าสู่สภาวะปกติแล้ว โดยในช่วงเช้าวันที่ 7 เดือนเดียวกัน ทหารจาก ร้อย.ม.3 ฉก.ม.3 กองกำลังผาเมืองและเจ้าหน้าที่เทศบาลแม่สายมิตรภาพ และเทศบาลตำบลแม่สาย ได้เข้าช่วยเหลือประชาชนในหมู่บ้านเหมืองแดง หมู่ 1 ต.แม่สาย และพ่อค้า แม่ค้า ภายในตลาดการค้าชายแดน อ.แม่สาย ทำความสะอาดบ้านและขนข้าวของเครื่องใช้กลับเข้าที่เดิม
สำหรับตัวสะพานข้ามพรมแดนแม่สาย-พม่า ที่เกิดการโก่งตัวจนต้องสั่งปิดสะพาน ทางเทศบาลได้นำรถแบ็กโฮ เข้ามาตักสิ่งปฏิกูลและกิ่งไม้ออกจากสะพานเพื่อป้องกันสะพานเสียหายแล้วเช่นกัน
ส่วนที่ จ.พิจิตร ระดับน้ำในแม่น้ำยม เริ่มสูงขึ้น เนื่องจากมีน้ำป่าจาก จ.กำแพงเพชร ที่ไหลเข้ามาสมทบ จนทำให้น้ำทะลักท่วมพื้นที่หมู่ 11 บ้านปากคลอง ต.รังนก อ.สามง่าม มีบ้านเรือน 15 หลังคาเรือน ถูกน้ำท่วมขังสูงเกือบ 1 เมตร ซึ่งพื้นที่ ต.รังนก เป็นพื้นที่ประสบปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก
อ่างทอง รื้อบ้านหนีน้ำท่วม
ส่วนในพื้นที่ภาคกลางที่ จ.อ่างทอง นายปวิณ ชำนิประศาสน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง ได้หารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อรับมือน้ำท่วมและแก้ปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพ หลังสถานการณ์น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยายังคงสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งจัดตั้งศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจ ป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย จ.อ่างทอง ปี 2557 เพื่อเป็นศูนย์กลางในการบริหารจัดการ
ในส่วนพื้นที่ที่น่าเป็นห่วงคือ ต.โผงเผง อ.ป่าโมก ซึ่งเป็นพื้นที่ลุ่มที่สุดทำให้ระดับน้ำใกล้ถึงตลิ่งแล้ว ชาวบ้านหลายคนได้เตรียมเก็บข้าวของไปไว้ในจุดที่ปลอดภัย โดยนางบังอร กุลศิริ วัย 61 ปี ชาวบ้านหมู่ 5 ต.โผงเผง ได้รื้อบ้านขนาดเล็กที่สร้างไว้เก็บอาหารและอุปกรณ์เลี้ยงปลากระชังริมคลองโผงเผง ซึ่งเป็นคลองสาขาแม่น้ำเจ้าพระยา หลังระดับน้ำสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
ผอ.อุทยานฯ อยุธยา เชื่อน้ำไม่ท่วมหนัก
จ.พระนครศรีอยุธยา สถานการณ์น้ำในเขต อ.บางบาล และ อ.เสนา ซึ่งเป็นพื้นที่ริมแม่น้ำน้อย และแม่น้ำเจ้าพระยา ระดับน้ำสูงขึ้นเฉลี่ย 12-15 ซม. บางจุดทรงตัว โดยป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพระนครศรีอยุธยา แจ้งว่าการระบายน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท ลดลงอยู่ที่ 998 ลบ.ม.ต่อวินาที แต่ก็ยังส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำสายหลักที่ผ่าน จ.พระนครศรีอยุธยา มีระดับสูงขึ้น โดยที่บ้านป้อม อ.พระนครศรีอยุธยา ระดับน้ำสูงขึ้น 7 ซม. อย่างไรก็ตามน้ำที่สูงขึ้นได้ล้นตลิ่งเข้าไปในพื้นที่เพาะปลูกพืชผลทางการเกษตรของชาวบ้านที่อยู่ริมแม่น้ำ เช่น ที่บ้านของนางผูก มีชำนาญ อยู่หมู่ 6 ต.วัดตะกู อ.บางบาล ต้องเร่งเก็บพริกที่ปลูกเอาไว้ 10 ไร่ เนื่องจากน้ำเริ่มขึ้นถึงตลิ่งแล้ว
นายชัยนันท์ บุษยรัตน์ ผู้อำนวยการอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา กล่าวถึงการซ่อมแซมจุดที่เคยเกิดน้ำทะลักเข้าไปยังโบราณสถานวัดไชยวัฒนาราม อ.พระนครศรีอยุธยา ว่า มีความมั่นใจว่าน้ำจะไม่ท่วมขนาดปี 2554 แต่เพื่อความไม่ประมาทก็มีการเตรียมพร้อมเต็มที่ โดยฉพาะเมื่อพบว่าการระบายน้ำของเขื่อนเจ้าพระยาเกินที่แม่น้ำเจ้าพระยาจะรับได้
เตือน 3 จว.ตะวันออก เสี่ยงน้ำท่วม
ขณะที่ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ (ศภช.) แจ้งว่าวันที่ 7-8 กันยายน 2557 อาจเกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่มในพื้นที่ จ.ปราจีนบุรี จ.จันทบุรี และ จ.ตราด ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยดังกล่าวระมัดระวัง หากมีข้อมูลเพิ่มเติม ศภช.จะแจ้งให้ทราบเป็นระยะต่อไป



