ข่าว

ป.ป.ช.พร้อมตั้งคณะทำงานร่วม‘อสส.’

ป.ป.ช.พร้อมตั้งคณะทำงานร่วม‘อสส.’

07 ก.ย. 2557

ป.ป.ช.พร้อมตั้งคณะทำงานร่วม‘อสส.’ พร้อมอุดช่องโหว่สำนวนคดีจำนำข้าว โต้พท.ไม่มีธงในใจ


                 7ก.ย.2557นายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) กล่าวถึง การตั้งคณะทำงานร่วม ระหว่าง ป.ป.ช.กับอัยการสูงสุด เพื่อหาข้อสรุปในสำนวนโครงการรับจำนำข้าวที่ยังมีพยานหลักฐานไม่สมบูรณ์ ว่า ป.ป.ช.จะนำเรื่องการตั้งคณะทำงานร่วมเข้าหารือในที่ประชุม ป.ป.ช. วันที่ 9 กันยายน โดย ป.ป.ช.จะส่งคณะทำงาน 10 คน ร่วมเป็นคณะทำงานกับฝ่ายอัยการ แต่จะเป็นใครบ้าง ต้องรอให้ที่ประชุม ป.ป.ช.เป็นผู้กำหนด แต่คงเป็นระดับใกล้เคียงกับที่ฝ่ายอัยการส่งมา

                 "ถ้าอัยการสูงสุดส่งรองอัยการสูงสุดเป็นหัวหน้าคณะทำงาน ป.ป.ช. ก็คงส่งรองเลขาธิการป.ป.ช. เป็นหัวหน้าคณะทำงานฝ่าย ป.ป.ช.เช่นกัน แต่ต้องรอดูมติอย่างเป็นทางการจากที่ประชุม ป.ป.ช.อีกครั้ง" นายสรรเสริญ กล่าว

                 นายสรรเสริญ กล่าวว่า ส่วนกรณีที่สมาชิกพรรคเพื่อไทยระบุว่า ป.ป.ช.ตั้งธงในการพิจารณาคดีจำนำข้าว เพื่อทำลาย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีนั้น ยืนยันมาหลายครั้งว่า ป.ป.ช.ไม่มีธงอยู่ในใจ แต่ทำงานอย่างตรงไปมา ทุกอย่างว่าไปตาม พยานหลักฐาน หาก ป.ป.ช.ไม่มีพยานหลักฐานจริง คงไม่กล้าจะไปชี้มูลความผิดแบบนั้น ส่วนปัญหาความขัดแย้งในการทำงานกับอัยการสูงสุด เป็นเพียงเรื่องมุมมองทางกฎหมายที่เห็นแตกต่างกันเท่านั้น เชื่อว่าจะไปทำความเข้าใจกันได้ในชั้นคณะทำงานร่วมของอัยการ-ป.ป.ช.

 

"พนัส ทัศนียานนท์"จวกป.ป.ช.ไม่แฟร์


 นายพนัส ทัศนียานนท์ สมาชิกพรรคเพื่อไทย กล่าวตำหนิ ป.ป.ช. ว่า  ไม่แฟร์  เนื่องจากไม่ให้เกียรติอัยการสูงสุด โดยออกมากดดันในคดีรับจำนำข้าว การพิจารณาคดีอาญาตามหลักต้องสันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้ถูกกล่าวหาบริสุทธิ์ กรณีของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ อัยการสูงสุดทำถูกแแล้ว ที่ให้ตั้งคณะกรรมการร่วม การจะฟ้องใครหลักฐานต้องแน่น จะไปตั้งธงไม่ได้ ถ้าผิดพลาดขึ้นมาคนที่ถูกฟ้องกลับคืออัยการ ถ้าป.ป.ช.ตั้งธงจะฟ้องแน่นอน ก็เอาเลย ไปฟ้องเองเลย การกล่าวหาคนอื่นทุจริตถ้าไม่จริงตัวเองก็ควรโดนฟ้องกลับเหมือนกัน ถ้าเห็นลางๆ ก้ำกึ่งๆ ก็บอกว่าผิดแล้ว แบบนี้ไม่ถูกต้อง ถามว่าป.ป.ช.รู้หรือยังใครทุจริต ถ้าใครทำนโยบายล้มเหลวก็ต้องติดคุก แบบนี้ทุกรัฐบาลก็โดนกันหมดอย่างนั้นหรือ  ทั้งนี้เมื่อเปรียบเทียบกับคดีของคุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา อดีตผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ที่หลักฐานค่อนข้างชัดเจน อัยการสูงสุดยังสั่งตั้งกรรมการร่วมเช่นกัน ฉะนั้นอยากให้ป.ป.ช.เคารพการทำงานของอัยการสูงสุด และทบทวนการทำงานของตัวเอง เพราะเรื่องเดียวกันแต่มาตรฐานต่างกัน คดีจำนำข้าวเร็วเหมือนรถด่วน แต่คดีประกันราคาข้าวของพรรคประชาธิปัตย์อมเอาไว้อยู่ได้ แช่ไว้จนคนเห็น 2 มาตรฐานชัดเจน

 

“พรเพชร”คาดแถลงนโยบายรัฐบาลปลายสัปดาห์หน้า


                 นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) กล่าวถึงการกำหนดวันนัดแถลงนโยบายรัฐบาลต่อสนช.ว่า ขณะนี้รัฐบาลยังไม่ได้ประสานมาว่า จะนัดแถลงนโยบายต่อรัฐบาลในวันใด แต่ทราบว่า ขณะนี้รัฐบาลร่างนโยบายเสร็จแล้ว อยู่ระหว่างการตรวจสอบความเรียบร้อย และจัดพิมพ์เอกสาร คาดว่า อย่างเร็วที่สุดน่าจะแถลงนโยบายรัฐบาลได้ในช่วงปลายสัปดาห์นี้ เพราะต้องแจ้งและส่งเอกสารให้สนช.ทราบล่วงหน้าด้วย ซึ่งคงใช้เวลาการแถลงนโยบายเพียงแค่ 1 วันน่าจะเพียงพอ ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชานายกรัฐมนตรี คงมาแถลงนโยบายด้วยตัวเอง  ส่วนการนัดประชุมครม.ในวันที่ 9ก.ย. ก่อนการแถลงนโยบายรัฐบาลนั้น สามารถทำได้ แต่คงประชุมหารือได้เฉพาะเรื่องทั่วไปเท่านั้น ยังไม่สามารถลงมติเกี่ยวกับเรื่องที่เป็นนโยบายรัฐบาลได้

                 น.พ.เจตน์ ศิรธรานนท์ สนช. โฆษกคณะกรรมาธิการกิจการสนช.หรือวิปวุฒิ กล่าวว่า ล่าสุดทราบว่า จะมีการแถลงนโยบายรัฐบาลต่อสนช.ในวันที่ 12 ก.ย. คงใช้เวลาเพียงวันเดียวก็น่าจะเพียงพอ ขณะนี้สนช.กำลังรอรายละเอียดร่างนโยบายรัฐบาลที่ต้องส่งให้ สนช.มาศึกษาล่วงหน้า โดยปกติแล้วต้องส่งให้ดูล่วงหน้าอย่างน้อย 3 วัน เพื่อให้สนช.ไปเตรียมข้อมูลไว้ซักถาม และให้ข้อเสนอแนะในวันแถลงนโยบายรัฐบาล คาดว่าจะมีสนช.จำนวนหนึ่งให้ความสนใจในการซักถาม หรือให้ข้อเสนอแนะต่อรัฐบาลในการแถลงนโยบาย

 

สภาพัฒน์ส่งร่างคำแถลงนโยบายรัฐบาลเข้าครม.9ก.ย.

            
              นายอำพน กิตติอำพน เลขาธิการคณะรัฐมนตรี เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการจัดทำร่างคำแถลงนโยบายของรัฐบาลที่จะแถลงต่อสภานิติบัญญัติ (สนช.) ว่า ทางสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.) ซึ่งเป็นฝ่ายรับผิดชอบในการจัดทำร่างฯ จะเป็นผู้เสนอเข้ามาในการประชุมครม. วันที่ 9 ก.ย. นี้ ซึ่งได้มีการประสานกับนายกรัฐมนตรี ไว้แล้ว ส่วนวาระพิจารณาอื่นนั้น ต้องรอดูเรื่องที่แต่ละกระทรวงจะส่งเข้ามาในวันพรุ่งนี้ (8 ก.ย.) ก่อน

 

"สามารถ"ชม"รัฐบาลประยุทธ์"ค่าจ้างศึกษารถไฟรางคู่
 
              นายสามารถ ราชพลสิทธิ์ อดีตส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการจัดงบประมาณทำโครงการรถไฟรางคู่ ขนาดราง 1.435 เมตร ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ว่าว่าหากเปรียบเทียบแนวคิดการสร้างของรัฐบาลประยุทธ์1 กับรัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ใน2เส้นทางคือ 1.สายหนองคาย -โคราช - สระบุรี - แหลมฉบัง - มาบตาพุด ระยะทาง 737 กม. และ 2.สายเชียงของ - เด่นชัย - บ้านภาชี ระยะทาง 655 กม. วงเงินค่าจ้างศึกษารวม 2 เส้นทาง 350 ล้านบาท และระยะทางรวม 1,392 กม. เฉลี่ยคิดเป็น 251,437 บาท/กม.     ในขณะที่ยุครัฐบาลยิ่งลักษณ์ ประกาศแผนทำรถไฟทางคู่ ขนาดเดียวกัน 4 เส้นทาง คือ1.กรุงเทพฯ - เชียงใหม่ ค่าจ้างศึกษา 549.032 ล้านบาท 2.กรุงเทพฯ - หนองคาย ค่าจ้างศึกษา 345.088 ล้านบาท  3.กรุงเทพฯ - หัวหิน ค่าจ้างศึกษา 137 ล้านบาท  4.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ - ระยอง ค่าจ้างศึกษา 255 ล้านบาท  รวมงบประมาณค่าจ้างศึกษารวม 4 เส้นทางเป็นเงิน 1,286.12 ล้านบาท และระยะทางรวม 2,563 กม. เฉลี่ยต้องใช้งบประมาณ 501,803 บาท/กม. ปรากฏว่าค่าจ้างศึกษาความเหมาะสมโดยรัฐบาลประยุทธ์ถูกกว่ารัฐบาลยิ่งลักษณ์ถึง 50% แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลประยุทธ์สามารถประหยัดงบประมาณในการศึกษาความเหมาะสมของโครงการรถไฟทางคู่ทั้งสอง

 

เลขากกต.เผยยอดเสนอชื่อสปช.ทั่วประเทศสูงถึง7,362คน

              นายภุชงค์ นุตราวงศ์ เลขาธิการกกต. เปิดเผยว่า สำหรับจำนวนยอดที่นิติบุคคลไม่แสวงหาผลกำไรเสนอชื่อบุคคลเข้ารับการสรรหาเป็นสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ล่าสุดยังมีผู้ที่ถูกเสนอชื่อมาทาง ไปรษณีย์ทยอยเข้ามายังสำนักงาน กกต. ที่เป็นที่รับสมัคร โดยยอดบุคคลที่ผู้ถูกเสนอชื่อมาเป็นสมาชิกสปช. ทั้งหมดทั่วประเทศ 7,362 คน จากเดิม 7,355 คน รวมการเสนอชื่อบุคคล 11 ด้าน 4,582 คน ในส่วนของจังหวัด 2,780 คน และคาดว่าวันที่ 8 ก.ย.นี้ จะได้ตัวเลขที่เป็นทางการ ส่วนการตรวจสอบคุณสมบัติบุคคลที่ถูกเสนอชื่อมาเป็นสมาชิกสปช. ขณะนี้กำลังดำเนินการตรวจสอบคุณสมบัติคืบหน้าไปมากแล้ว โดยพบผู้ที่ขาดคุณสมบัติไม่ถึง 1 เปอร์เซ็นต์ หรือประมาณ 30 คนเท่านั้น ซึ่งตนเชื่อว่า การตรวจสอบคุณสมบัติบุคคลที่เหลือจะทันตามกรอบเวลาที่กำหนดไว้ ภายในวันที่ 12 ก.ย.นี้
 
              นายภุชงค์ กล่าวว่า สำหรับความคืบหน้าในการประชุมคณะกรรมสรรหา สปช.ทั้ง 11 ด้านนั้น นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติ (สนช.) ในฐานะประธานคณะกรรมการสรรหาด้านกฏหมายและกระบวนการยุติธรรม ได้นัดคณะกรรมการสรรหาเพื่อประชุมอย่างเป็นทางการในนัดแรกช่วงบ่ายของวันที่ 12 ก.ย. โดยหลังจากนี้ในคณะกรรมการสรรหาด้านต่างๆจะมีการประชุมเพื่อพิจารณาบุคคลเข้าร่วมสปช.อีก 3-4 ครั้ง เพื่อให้แล้วเสร็จทันก่อนวันที่ 22 ก.ย.นี้แน่นอน