
หลักเกณฑ์กับ3ข้อยกเว้นแต่งตั้งโยกย้ายตร.2009
ได้เวลานับถอยหลังแล้วสำหรับโผแต่งตั้งโยกย้ายนายตำรวจระดับ "นายพลยันรองสารวัตร" ประจำปี 2552 ยุค พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร.ที่กำลังรอเวลาเกษียณในเดือนกันยายนนี้ ผู้กุมชะตาจัดสรรเกลี่ยตำแหน่งให้เสร็จทันกลางเดือนกรกฎาคม ก่อนโครงสร้างใหม่สำนักงานตำรวจแ
หลักเกณฑ์การแต่งตั้งโยกย้ายครั้งนี้ยึดตาม พ.ร.บ.ตำรวจ มาตรา 56 คือ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) มีอำนาจในการแต่งตั้ง เพราะถือเป็นเหตุพิเศษมีการปรับโครงสร้างตำแหน่งต่างๆ ที่กำหนดใหม่ หากใช้กฎคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) เกรงว่าจะไม่ครบถ้วน
ประกอบกับก่อนหน้านี้ ก.ตร.เคยทักท้วงในที่ประชุมถึงการใช้ พ.ร.บ.ตำรวจ มาตรา 56 ในการพิจารณาแต่งตั้ง เนื่องจากเกรงว่าจะเป็นการรวบอำนาจไว้ที่ ผบ.ตร.จนได้ข้อสรุปในที่ประชุมให้เป็นในรูปคณะกรรมการ โดยมี ผบ.ตร.เป็นประธาน และรอง ผบ.ตร., จเรตำรวจแห่งชาติ, ผู้บัญชาการ, ผู้บังคับการ และรองผู้บังคับการที่เกี่ยวข้องกับการพิจารณาแต่งตั้ง
การแต่งตั้งตามโครงสร้างใหม่กำหนดตำแหน่งขึ้นมาใหม่ ได้แก่ ผู้บัญชาการ 30 ตำแหน่ง รองผู้บัญชาการ 146 ตำแหน่ง ผู้บังคับการ 24 ตำแหน่ง รองผู้บังคับการ 62 ตำแหน่ง ผู้กำกับการ 267 ตำแหน่ง รองผู้กำกับการ 219 ตำแหน่ง สารวัตร 748 ตำแหน่ง และรองสารวัตร 1,009 ตำแหน่ง โดยใช้วิธีปรับเกลี่ยจากตำแหน่งเดิมที่มีอยู่
ทั้งนี้ในวันที่ 3 กรกฎาคมนี้ เวลา 09.00 น. บัญชีรายชื่อลอตแรกซึ่งเป็นการโยกย้ายระดับนายพลจะถูกนำเข้าพิจารณาในที่ประชุม ก.ตร. หลังจากนั้นเวลาประมาณ 14.00 น. คาดว่า ผบ.ตร.จะสามารถลงนามแต่งตั้งแล้วมีผลบังคับใช้
อย่างไรก็ตาม การแต่งตั้งครั้งนี้มีข้อยกเว้นอยู่ 3 ข้อ ซึ่งนายตำรวจระดับสูงด้านกำลังพล อธิบายว่า 3 ประเด็นยกเว้นข้างต้น ได้แก่ 1.ให้ ผบ.ตร.เป็นผู้พิจารณาลงนามแต่งตั้งโดยไม่ต้องให้ระดับผู้บัญชาการจัดทำบัญชีเหมือนเก่า 2.การแต่งตั้งเกลี่ยกำลังครั้งนี้สามารถแต่งตั้งเลื่อนตำแหน่งข้ามหน่วยได้ และ 3.การแต่งตั้งแบบเดิม คือ การยึดหลักอาวุโส โดยเปิดโอกาสให้อาวุโสอันดับต้น 25 เปอร์เซ็นต์ได้รับการพิจารณาคุณสมบัติ ให้ยกเว้นไปไม่ต้องคำนึงถึงคุณสมบัติข้อนี้
"ทั้งหมดนี้คือหลักเกณฑ์การพิจารณา ตัวอย่างเช่น พ.ต.อ.เอ ตำแหน่ง รอง ผบก.อก.บช.ภ.9 มีคุณสมบัติครบถ้วน แถมยังมีอาวุโสอันดับ 1 ส่วน พ.ต.อ.บี ตำแหน่ง รอง ผบก.บช.ภ.2 คุณสมบัติครบถ้วน แต่ขาดอาวุโส การแต่งตั้งครั้งนี้ พ.ต.อ.เอ อาจจะอยู่ที่เดิม หรือถูกย้ายไปดำรงตำแหน่งเดิมในกองบัญชาการใหม่ก็ได้ ขณะที่ พ.ต.อ.บี อาจได้ติดยศนายพลไปสังกัดกองบัญชาการที่ใดที่หนึ่งก็ได้ด้วยเช่นกัน เพราะการพิจารณาไม่ได้คำนึงถึงหลักอาวุโสเหมือนครั้งก่อนๆ"
สำหรับหลักเกณฑ์เกี่ยวกับคุณสมบัติการพิจารณาแต่งตั้งยังคงเป็นไปตามเดิม ดังนี้ ระดับผู้ช่วย ผบ.ตร.เลื่อนเป็นจเรตำรวจแห่งชาติ และ รอง ผบ.ตร.ยศ พล.ต.ท.ระยะเวลาดำรงตำแหน่งในแต่ละระดับไม่น้อยกว่า 1 ปี, ระดับผู้บัญชาการเลื่อนขึ้นเป็นผู้ช่วย ผบ.ตร. ยศ พล.ต.ท.ระยะเวลาดำรงตำแหน่งในแต่ละระดับไม่น้อยกว่า 1 ปี, ระดับรองผู้บัญชาการเลื่อนเป็นผู้บัญชาการ ยศ พล.ต.ต. ระยะเวลาดำรงตำแหน่งในแต่ละระดับไม่น้อยกว่า 2 ปี, ระดับผู้บังคับการเลื่อนเป็นรองผู้บัญชาการ ยศ พล.ต.ต.ระยะเวลาดำรงตำแหน่งในแต่ละระดับไม่น้อยกว่า 3 ปี รวมตั้งแต่ระดับรองสารวัตรไม่น้อยกว่า 26 ปี, ระดับรองผู้บังคับการเลื่อนเป็นผู้บังคับการ ยศ พ.ต.อ.ซึ่งได้รับอัตราเงินเดือน พ.ต.อ.(พิเศษ) ระยะเวลาดำรงตำแหน่งในแต่ละระดับไม่น้อยกว่า 4 ปี และมีคุณสมบัติครบถ้วนตามหลักเกณฑ์การเลื่อนยศเป็น พล.ต.ต.รวมตั้งแต่ระดับรองสารวัตรไม่น้อยกว่า 23 ปี
ระดับผู้กำกับการเลื่อนเป็นรองผู้บังคับการ ยศ พ.ต.อ.ระยะเวลาดำรงตำแหน่งในแต่ละระดับไม่น้อยกว่า 4 ปี รวมตั้งแต่ระดับรองสารวัตรไม่น้อยกว่า 19 ปี, ระดับรองผู้กำกับการเลื่อนเป็นผู้กำกับการ ยศ พ.ต.ท. ระยะเวลาดำรงตำแหน่งในแต่ละระดับไม่น้อยกว่า 3 ปี รวมตั้งแต่ระดับรองสารวัตรไม่น้อยกว่า 15 ปี, ระดับสารวัตรเลื่อนเป็นรองผู้กำกับการ ยศ พ.ต.ท. ระยะเวลาดำรงตำแหน่งในแต่ละระดับไม่น้อยกว่า 5 ปี รวมตั้งแต่ระดับรองสารวัตรไม่น้อยกว่า 12 ปี และระดับรองสารวัตรเลื่อนเป็นสารวัตร ยศ ร.ต.อ.ระยะเวลาดำรงตำแหน่งในแต่ละระดับไม่น้อยกว่า 7 ปี
ส่วนหน้าตามือปราบและเหล่าเสนาธิการตำรวจตามโครงสร้างใหม่จะเป็นอย่างไร จะถูกใจหรือโดนโห่ฮาเหมือนอย่างแล้วๆ มาอีกไม่นานคงได้เห็นกัน !?!



