ข่าว

ชาวบ้านโผงเผงรื้อบ้านหนีน้ำท่วม

ชาวบ้านโผงเผงรื้อบ้านหนีน้ำท่วม

07 ก.ย. 2557

ชาวบ้านโผงเผงรื้อบ้านหนีน้ำท่วม หลังเจ้าหน้าที่เตรียมสร้างคันดินป้องกัน ขณะที่ระดับน้ำเจ้าพระยายังคงเพิ่มสูงต่อเนื่อง

 
 
          วันที่ 7 ก.ย.57 สถานการณ์น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาในจังหวัดอ่างทองยังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจนทำให้หลายฝ่ายเกิดความกังวนเกี่ยวกับการที่จะเกิดน้ำท่วมจนทำให้นายปวิณ ชำนิประศาสน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง ได้หารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อรับมือปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ เพื่อแก้ปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพ ได้จัดตั้ง "ศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจ ป้องกันและและแก้ไขปัญหาอุทกภัยจังหวัดอ่างทอง ปี 2557" ณ อาคารสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดอ่างทอง เพื่อเป็นศูนย์กลางในการบริหารจัดการ
 
          ในส่วนพื้นที่ที่น่าเป็นห่วงตอนนี้คือในพื้นที่ ต.โผงเผง อ.ป่าโมก ทีเป็นพื้นที่ลุ่มที่สุดทำให้ระดับน้ำบางพื้นที่ใกล้ถึงตลิ่งแล้วทำให้ประชาชนเตรียมเก็บข้างของโดยเฉพาะนางบังอร กุลศิริ วัย 61 ปี ชาวบ้านหมู่ที่ 5 ต.โผงเผง อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง พร้อมด้วยมารดาต้องเร่งรื้อบ้านขนาดเล็กที่สร้างไว้เก็บอาหารและอุปกรณ์เลี้ยงปลากระชังริมคลองโผงเผง คลองสาขาแม่น้ำเจ้าพระยา หลังระดับน้ำเพิ่มขึ้นสูงอย่างรวดเร็ว โดยทางเจ้าหน้าที่เตรียมจะสร้างคันกั้นน้ำบริเวณดังกล่าวทำให้บ้านซึ่งอยู่ติดกับคันกั้นน้ำเก่าอาจจะพังเสียหายหากน้ำล้นตลิ่ง โดยนางบังอรต้องนำอาหารและอุปกรณ์ไปไว้ในที่ปลอดภัยส่วนตัวโครงสร้างก็ต้องปล่อยไว้และรื้อบางส่วนที่รื้อได้ออกไปก่อน
 
          นางบังอรเปิดเผยว่า บริเวณหน้าบ้านของตนเป็นจุดที่ต่ำทุกปีเมื่อถึงช่วงฤดูน้ำหลากก็จะเอ่อเข้าท่วมทุกปี บ้านหลังนี้สร้างไว้เพื่อเก็บของที่ใช้ในการเลี้ยงปลากระชังและนอนเฝ้ากระชังปลา แต่หากทางเจ้าหน้าที่จะมาเพิ่มดันดินกั้นน้ำให้สูงขึ้นอาจจะทำให้บ้านพังเสียหายจึงต้องรื้ออกไปก่อน พอน้ำลดก็ค่อยมาสร้างใหม่
 
          ขณะที่สถานการณ์น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาล่าสุดเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มการระบายน้ำลงสู่ท้ายเขื่อน อยู่ที่ 998 ลบ.ม/วินาที ทำให้ระดับน้ำท้ายเขื่อนอยู่ที่ 11.46 เมตร ขณะที่ระดับน้ำที่ไหลผ่านหน้าศาลากลางจังหวัดอ่างทองเพิ่มระดับขึ้น โดยระดับน้ำที่สถานีโทรมาตร C7A หน้าศาลากลางจังหวัดอยู่ที่  4.79 เมตร/รทก.น้ำไหลผ่าน 979 ลบ.ม./วินาที ทางเจ้าหน้าที่ได้ประกาศเตือนให้ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ริมตลิ่งแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำน้อยเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิดแล้ว





พิษณุโลก-น้ำกระจายลงทุ่งท่วมพรหมพิราม-บางระกำไม่หนัก
 
          ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำจ.พิษณุโลก แม่น้ำน่านช่วงไหลผ่านตัวเมืองพิษณุโลกระดับลดลงเล็กน้อย ที่เชิงสะพานเอกาทศรถอยู่ที่ 4.58 เมตร สภาพน้ำแดงและขุ่นมาก เช้าวานนี้อยู่ที่ 5.18 เมตร ส่วนแม่น้ำยม มวลน้ำก้อนใหญ่ได้ไหลผ่านเขตจ.สุโขทัยเข้าสู่เขตจังหวัดพิษณุโลกแล้ว น้ำจากแม่น้ำยมสายเก่า คลองเมม ต.ท่าช้าง เริ่มไหลล้นตลิ่งในที่ต่ำ ส่วนแม่น้ำยมที่อำเภอบางระกำเช้านี้อยู่ที่ระดับ 6.83 เมตร ระดับตลิ่งอยู่ที่ 7 เมตร
 
          ส่วนที่ริมลำคลองบางแก้ว หรือแม่น้ำยมสายเก่า บ้านคลองปลากราย ม.1 5 ตำบลบางระกำ อำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก นายระพี ผ่องบุพกิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก พร้อมเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบเรื่องการช่วยเหลือและประเมินสถานการณ์น้ำของจังหวัดพิษณุโลก รุดตรวจเยี่ยมประชาชน โดยเยี่ยมบ้านลอยน้ำที่จังหวัด ร่วมกับเหล่ากาชาดจังหวัดพิษณุโลก และบริษัทเอกชน จัดสร้างให้ชาวบ้านจำนวน 5 หลัง ว่ายังคงสภาพที่จะลอยน้ำได้หากเกิดปัญหาน้ำท่วม และมอบถุงยังชีพให้เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจ และได้ฟังสรุปสถานการณ์น้ำจาก
 
          นายบัณฑิต อินต๊ะ ผู้อำนวยการโครงการชลประทาน จังหวัดพิษณุโลก หลังจากที่เดิมมีการประเมินว่า วันนี้น้ำที่มีปริมาตรจำนวนมากระลอกแรก ที่ผันสู่แม่น้ำยมสายเก่าได้หลากมาจาก อำเภอสวรรคโลก ผ่าน อำเภอกงไกรลาศ จังหวัดสุโขทัย และผ่านอำเภอพรหมพิราม และ เข้ามาท่วมอำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก แต่ขณะนี้กลับกลายเป็นว่า ปริมาณน้ำส่วนใหญ่ได้กระจายเข้าสู่ผืนนา และบ้านเรือนประชาชนในเขตอำเภอกงไกรลาศ โดยกระจายแบบไม่ท่วมหนัก ทำให้น้ำในแม่น้ำยมสายเก่าวันนี้ มีระดับที่เพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ยังไม่เอ่อล้นตลิ่งท่วมอำเภอบางระกำตามที่คาดการณ์ไว้ แต่ก็ต้องรอประเมินสถานการณ์น้ำระลอกที่ 2 ที่เพิ่งเพิ่มระดับสูงสุดจาก อำเภอเมือง จังหวัดสุโขทัย เมื่อ 21.00 น.ที่ผ่านมานี้ก่อนว่าจะมาสมทบอีกหรือไม่
 
          ขณะนี้ทางชลประทานจังหวัดพิษณุโลก ได้จับตาสถานการณ์น้ำจาก จ.สุโขทัย ที่จะไหลเข้าสู่จังหวัดพิษณุโลก พบว่ามวลน้ำเริ่มไหลเข้าสู่เขต ต.ท่าช้าง ต.วังวน อ.พรหมพิราม แล้ว แต่ไม่น่าเป็นห่วง เนื่องจากเป็นน้ำที่ไม่ได้ไหลมาตามแม่น้ำ แต่เป็นการยกตัวขึ้นตามทุ่งนา และพื้นที่ลุ่มต่ำมากกว่า แต่ก็ต้องรอดูปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมาอีกครั้ง จากที่คาดการณ์ไว้ว่ามวลน้ำจะมาอยู่ในพื้นที่ อ.พรหมพิราม และ อ.บางระกำ ถึง 300 ล.ลบ.ม.นั้น ภายใน 1-2 วันนี้ แต่สถานการณ์เปลี่ยนไปเนื่องจาก จ.สุโขทัยได้ผันน้ำเข้าทุ่งทะเลหลวงแทน ทำให้น้ำจะไหลมาสู่จังหวัดพิษณุโลกเพียงไม่น่าเกิน 150 น.ลบ.ม. ซึ่ง ทั้ง 2 อำเภอรับได้ เนื่องจากพื้นที่รับน้ำทั้ง 2 อำเภอ เสมือนแก้มลิง สามารถรับได้ถึง 750 ล้านลบ.ม. จากการตรวจสอบนั้นเชื่อว่าภายใน 7-10 วัน จะเห็นน้ำท่วมเป็นทุ่งโล่งกว้างเหมือนทุกปีที่มีน้ำท่วม สามารถชะลอการไหลของเข้ามวลก้อนน้ำเข้าสู่ภาคกลางได้ ซึ่งในปีนี้สถานการณ์น้ำท่วมของจังหวัดพิษณุโลก ยังไม่น่านเป็นห่วงแต่อย่างใด
 
          ในขณะที่นายระพี ผ่องบุพกิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก ระบุว่าได้สอบถามผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่าง ๆ ทั้งอำเภอบางระกำและ อำเภอพรหมพิรามแล้ว มีความต้องการใน 3 ประเด็นคือ ประการแรก อยากให้ทางการเลื่อนการขึ้นทะเบียนเกษตรกรเพื่อสิทธิต่าง ๆ จากเดิมเดือนมีนาคม ออกไปอยู่ช่วงเดือนเมษายน แทน และขอให้ชลประทานปล่อยน้ำในช่วงเดียวกัน เพื่อหลีกช่วงน้ำท่วมหรือกำหนดห้วงการทำการเกษตรอย่างถูกต้อง อย่างเช่นปีนี้ที่เกษตรกรไม่มีผลกระทบและวิตกต่ออุทกภัยเพราะเก็บเกี่ยวผลผลิตไปแล้วกว่า 90 % และประการสุดท้ายชาวบ้านได้ขอให้มีการสร้างประตูน้ำที่ ตำบลท่านางงาม พร้อมคันถนนสูง 2 เมตรเศษ ระยะทาง 2 กิโลเมตร ริมแม่น้ำยมสายเก่า เพื่อประโยชน์ต่อการทำการเกษตรกว่า 170,000 ไร่ และจะทำให้ชาวบางระกำ มองปัญหาน้ำท่วมเป็นโอกาสมากกว่า โดยวันนี้ชาวบางระกำระบุว่าหากเกิดน้ำท่วมต่อจากสุโขทัย ก็ไม่วิตก เพราะสามารถปรับสภาวะต่าง ๆ รับมือไว้แล้วอย่างเป็นโอกาสมากกว่า




พิจิตร-แม่น้ำยมเริ่มท่วมบ้านพื้นที่ลุ่ม
 
          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แม่น้ำยม ในช่วงเช้าเริ่มมีระดับเพิ่มสูงขึ้น และน้ำป่าจากทุ่งจังหวัดกำแพงเพชร ที่ไหลเข้าสู่พื้นที่จังหวัดพิจิตร โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำ ตำบลรังนก อำเภอสามง่าม จังหวัดพิจิตร ทำให้น้ำได้ล้นท่วมบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่ลุ่มหมู่ที่ 11 บ้านปากคลอง ตำบลรังนก อำเภอสามง่าม จังหวัดพิจิตร ซึ่งเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำติดกับแม่น้ำยม ทำให้บ้านเรือนประชาชนกว่า 15 หลังคาเรือนถูกน้ำท่วมขังระดับท่วมสูง เกือบ 1 เมตร ประชาชนต้องเก็บของมีค่าไว้บนที่สูงเพื่อป้องกันความเสียหาย และต้องนำเรือไว้ใช้สัญจร ในหมู่บ้าน และมีชาวบ้านบางส่วน ต้องนำรถ และสร้างเพิงพักชั่วคราว บนที่สูง เนื่องจากระดับจังคงเพิ่มระดับท่วมสูงขึ้น 
 
          สำหรับพื้นที่ตำบลรังนก อำเภอสามง่าม จังหวัดพิจิตร เป็นอีกพื้นที่ซึ่งประสบปัญหา น้ำท่วมซ้ำซาก เนื่องจากเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ และเป็นพื้นที่รับน้ำจากทั้งแม่น้ำยมตอนบนที่ไหลเข้าพื้นที่ และน้ำจากทุ่งจังหวัดกำแพงเพชรที่จะไหลเข้าสู่พื้นที่เพื่อลงสู่แม่น้ำยม ส่งผลให้พื้นที่มักถูกน้ำท่วมเป็นที่แรกๆของจังหวัดพิจิตร ในแต่ละปีน้ำจะท่วมเป็นจำนวนมากและท่วมเป็นเวลานานอีกด้วย