ข่าว

ชาวนาบุรีรัมย์ร่ำไห้ถูกมิจฉาชีพตุ๋นซื้อปุ๋ย

ชาวนาบุรีรัมย์ร่ำไห้ถูกมิจฉาชีพตุ๋นซื้อปุ๋ย

07 ก.ย. 2557

ชาวนาบุรีรัมย์ร่ำไห้ถูกมิจฉาชีพหลอกซื้อปุ๋ยอ้างราคาถูกกว่าตลาดเท่าตัว หลงเชื่อยอมหายืมเงินเพื่อนบ้าน 4 พันบาทมาจ่ายค่าปุ๋ย สุดท้ายคนร้ายหอบเงินหนีลอยนวล

 
 
          วันที่ 7 ก.ย.57 นางสมบัติ   มากะเต  อายุ 49 ปี  และนางหัด  มากะเต  อายุ 47 ปี  สองพี่น้องชาวนาบ้านโคกเพชร  ต.เสม็ด  อ.เมือง  จ.บุรีรัมย์ ออกมาร้องขอความช่วยเหลือหลังถูกมิจฉาชีพเป็นชายอายุประมาณ 40 - 45 ปี สูงประมาณ 165 เซนติเมตร ผิวดำแดง ขับขี่รถจักรยานยนต์เข้ามาหลอกลวงให้ซื้อปุ๋ยยี่ห้อหนึ่ง โดยอ้างว่าเป็นปุ๋ยที่เหลือจากที่นำมาส่งให้กับร้านจำหน่ายปุ๋ยในตัวเมือง สั่งมาเกินจำนวน 11 ถุงจะขายให้เพียง 4,000 บาท  หากเฉลี่ยก็ตกถุงละ 360 กว่าบาทเท่านั้น  ถูกกว่าท้องตลาดทั่วไปที่ขายอยู่ในราคาถุงละ 700 - 800 บาท  โดยชายมิจฉาชีพดังกล่าวพยายามพูดตีสนิทจนทั้งสองพี่น้องหลงเชื่อ แต่เนื่องจากนางหัด  ผู้เป็นน้องไม่ได้ทำนาจึงปฏิเสธไม่ซื้อ แต่นางสมบัติ  พี่สาว ซึ่งทำนาอยู่กว่า 60 ไร่แต่เป็นน่าเช่า เห็นว่าราคาถูกกว่าตลาดถึงเท่าตัวแต่ขณะนั้นไม่มีเงินติดตัวเลยจึงไปหาตระเวนยืมเงินเพื่อนบ้านมาได้ 4,000 บาท  นำไปจ่ายให้กับชายคนดังกล่าวเพื่อหวังว่าจะได้ปุ๋ยมาใส่นาข้าว
 
          จากนั้นชายคนดังกล่าวก็หลอกว่าปุ๋ยอยู่บนรถบรรทุกจอดอยู่สี่แยกภัทร จึงยอมจ่ายเงินให้ไปแต่พอผ่านไป 3 - 4 ชั่วโมงไม่เห็นนำปุ๋ยมาส่งให้จึงรู้ว่าถูกหลอก จึงได้พากันเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองบุรีรัมย์ ให้ช่วยติดตามตัวชายมิจฉาชีพเพื่อนำเงินมาคืนเพราะเป็นเงินที่ยืมเพื่อนบ้านมา  และให้ดำเนินคดีตามกฎหมายด้วย เพื่อจะได้ไม่ไปหลอกลวงชาวนาหรือเกษตรกรรายอื่นอีก
 
          นางสมบัติ   มากะเต  ผู้เสียหาย  กล่าวทั้งน้ำตาว่า ด้วยความที่อยากได้ปุ๋ยใส่นาข้าว ทั้งเห็นว่ามีราคาถูกกว่าท้องตลาด จึงตัดสินใจซื้อแต่ไม่รู้ว่าจะถูกหลอก ทั้งที่ก่อนหน้านี้ตนก็ได้ยินข่าวอยู่บ่อยครั้งว่ามีเกษตรกรในหลายอำเภอถูกหลอกในลักษณะนี้มาแล้ว   แต่ไม่คิดว่าจะมาเจอกับตัวเอง จึงอยากเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งติดตามหาตัวคนร้ายมาให้ได้โดยเร็ว เพื่อนำเงินกลับมาคืน และดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมทั้งได้ฝากแจ้งเตือนชาวนา และเกษตรกรคนอื่นอย่าหลงเชื่อคนแปลกหน้า เพราะอาจจะตกเป็นเหยื่อถูกหลอกสูญเสียเงินเหมือนกับตนเองซ้ำอีก ที่เสียทั้งเงินซ้ำยังไม่ได้ปุ๋ยมาใส่นาข้าวอีก
 
          ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้ทำการสเก็ตภาพของคนร้าย ตามที่ผู้เสียหายให้ข้อมูล  เพื่อส่งไปตาม สภ.ต่างๆ ให้ช่วยติดตามจับกุมตัวคนร้ายมาดำเนินคดีอย่างเร่งด่วน เพื่อจะได้ไม่ไปหลอกลวงเหยื่อรายอื่นจนสูญเสียทรัพย์สินซ้ำอีก