ข่าว

ภูมิคุ้มกัน 'คอร์รัปชั่น'

ภูมิคุ้มกัน 'คอร์รัปชั่น'

07 ก.ย. 2557

ความรู้คู่คุณธรรม-ดำเนินชีวิตมีเหตุมีผล ภูมิคุ้มกัน 'คอร์รัปชั่น'

 
                            "จะพูดเรื่องคอร์รัปชั่นอย่างเดียวก็ไม่ได้ ตราบใดยังมีคนยากจนอยู่ ก็จะมีคนเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยอยู่อย่างนี้ ดังนั้นต้องสร้างให้ทุกคนอยู่ดีกินดีขึ้น"
 
 
                            พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานงานวันต่อต้านคอร์รัปชั่น 2557 “HAND IN HAND...ปฏิรูปการต่อสู้ เพื่อชัยชนะอย่างยั่งยืน” เมื่อวันที่ 6 กันยายน  
 
                            พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า การทุจิตคอร์รัปชั่นเป็นปัญหาใหญ่ ที่สะสมมาเป็นเวลานาน ฝังรากลึกอยู่ในสังคมของเรามาตลอด นับวันจะรุนแรงมากยิ่งขึ้น ส่งผลให้เกิดปัญหาต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นความวุ่นวายทางการเมือง ความแตกแยกของคนในชาติ ความเหลื่อมล้ำในสังคม ประเทศต้องสูญเสียในด้านต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการขาดความเชื่อมั่นจากสายตาของชาวต่างชาติ และองค์กรต่างชาติต่างๆ ทำให้ปิดกั้นโอกาสการลงทุนใหม่ๆ หน่วยงานของรัฐ และเอกชนขาดความน่าเชื่อถือ ประชาชนเกิดความไม่ไว้วางใจ ตลอดจนทำให้ทรัพยากรของประเทศสูญเปล่า หรือไปตกกับกลุ่มบุคคลคนใดบุคคลหนึ่ง ทั้งๆ ที่ทรัพยากรนั้นควรจะเป็นส่วนรวมของคนไทยทั้งชาติ 
 
                            รัฐบาลและ คสช.ให้ความสำคัญอย่างยิ่งในเรื่องการแก้ไขปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่น ถือเป็นประเด็นแรกของการปฏิรูปประเทศไทย ที่จะต้องแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วนให้เป็นผลรูปธรรม หากปล่อยไว้จะก่อให้เกิดความเสียหายต่อการพัฒนาประเทศ ต่อความเป็นอยู่ของสังคม อีกทั้งเป็นการสร้างค่านิยมที่ผิดๆ ให้แก่เด็กและเยาวชนที่เป็นอนาคตของชาติ ลำพังรัฐบาลอย่างเดียวนั้น คงไม่สามารถแก้ไขปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่นได้ทั้งหมด ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน และประชาชนทั่วไป วันนี้เราต้องสร้างระบบให้เข้มแข็งเพื่อต่อต้านทุจริตคอร์รัปชั่นให้ได้โดยเร็ว ระบบราชการ ข้าราชการทุกคนจะต้องนำแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง นำหลักธรรมาภิบาลมาใช้ในการปฏิบัติงาน เพื่อให้เป็นรากฐานที่ดีต่อการทำงานทุกระดับ ขั้นตอนการดำเนินการทุกขั้นตอนต้องมีความโปร่งใส เป็นธรรม สามารถตรวจสอบได้ มีประสิทธิภาพไม่เอื้อประโยชน์ให้แก่กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง
 
                            วันนี้ถือเป็นวันประวัติศาสตร์ โดยเราจะมาสร้างประวัติศาสตร์ด้วยกัน ปีนี้เป็นปีแห่งประวัติศาสตร์ในการปฏิรูปประเทศไทยให้ก้าวไปข้างหน้าให้เกิดสันติสุขอย่างยั่งยืน มีความเจริญก้าวหน้าทัดเทียมประเทศต่างๆ ในโลกได้โดยเร็ว ฉะนั้นปีนี้เป็นปีที่ 4 ในการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น จะเป็นปีแห่งผลสำเร็จ และผลสัมฤทธิ์บางประการให้เกิดขึ้นให้ได้
 
                            นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ภารกิจของเรามีหลายขั้นตอน โดยขั้นตอนแรก คือต้องทำก่อน คือเอาแต่ละเรื่องที่เป็นปัญหา มีอะไรหรือเรื่องอะไรที่จะต้องทำก่อน โดยทำก่อนแล้วจะต้องทำให้จริง ทำให้เร็ว ฉะนั้นจะต้องมีผลสัมฤทธิ์โดยเร็วทันที หลังจากนั้นจะต้องยั่งยืน อะไรก็ตามที่ไม่สามารถแก้ไขได้โดยเร็ว ก็จะส่งต่อให้รัฐบาล หรือใครก็แล้วที่เข้ามาดูแลบ้านเมืองปฏิบัติต่อไปเพื่อให้เกิดความยั่งยืน ฉะนั้นอย่ากังวลว่าเราทำแล้วจะทิ้งไว้ แต่ทั้งหมดจะต้องขึ้นอยู่กับคนไทยทุกคนว่าจะช่วยกันอย่างไรต่อไปในอนาคต หากเราสามารถนำงบประมาณแผ่นดินที่ต้องสูญเสียไปกับการทุจิตคอร์รัปชั่นมาใช้ประโยชน์ในการพัฒนาประเทศ เราก็จะพร้อมที่จะก้าวหน้าไปได้รวดเร็ว 
 
                            "จะเห็นว่าหลายประเทศ หรือ สังคมโลกปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงไปทางที่ดีอย่างรวดเร็ว บางประเทศใช้เวลาไม่ถึง 6 ปี ในการยกระดับประเทศ แต่บางประเทศก็น้อยกว่านั้น แต่ประเทศไทยยังไม่มีอนาคตว่าจะกี่ปี เราจะต้องยกระดับกลางไประดับบนให้ได้ ส่วนการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงคือเราจะต้องดูกลไกต่างประเทศด้วย องค์กรต่างประเทศต่างๆ วันนี้เราไม่ได้อยู่ประเทศเดียวในโลก ไม่ว่าจะเข้มแข็งประการใด จะมีทรัพยากรมากเพียงใด หรือเก่งขนาดนั้น เราไม่สามารถอยู่คนเดียวในโลกได้ เนื่องจากตอนนี้โลกไร้พรมแดน มีการรวมตัวกันเป็นประชาคมโลกแล้ว ฉะนั้นอะไรก็ตามคิดแบบไทยอาจจะต้องเอาภายนอกมาร่วมด้วย และปรับปรุงสติปัญญา คนไทยเก่งทุกคน แต่จะทำอย่างไรให้คนไทยปรับเปลี่ยนแปลงโลกตะวันตก ให้เข้ากับสังคมไทย กับคนไทยที่น่ารัก” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
 
                            พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า คนไทยไม่ใช่คนน่ารังเกียจ คนไทยรักกันง่าย เกลียดง่าย ใจอ่อน ถ้าเกลียดกันก็เกลียดกันจนตาย ดังนั้นจะต้องมีหลักการคือกฎหมาย ดังนั้นกฎหมายจะเป็นตัวทำให้สังคมสันติสุข กฎหมายไม่ได้เอื้อให้ทำร้ายใคร อย่าให้คนรู้สึกแบบนั้น อดีตที่ผ่านมาไม่เคยมีปัญหาในเรื่องกฎหมาย แต่ระยะไม่กี่ปีกฎหมายทำให้เกิดปัญหามากมาย ฉะนั้นวันนี้จะต้องรีบคิดพิจารณาอย่างมีเหตุมีผลว่า อะไรควรจะเดินไปอย่างไรเพื่อให้เกิดการยอมรับ เพื่อให้เกิดความเข้มแข็งในภาคตุลาการ สิ่งเหล่านี้บุคคลกรมของเรามีความรู้ มีคุณภาพ ในทุกสายงาน 
 
                            "วันนี้โลกมีการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมต่างๆ เราจะต้องกลับเข้ามาสู่การเป็นวัฒนธรรมของคนไทยที่ยึดมั่นในสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ พวกเราทุกคนในนามของรัฐบาล และ คสช. ขอให้คำมั่นสัญญาว่า เราจะทำทุกอย่างดีที่สุดในการที่จะทำให้ประเทศชาติก้าวหน้า หลุดพ้นจากองค์กรต่างๆ หลุดพ้นจากการทุจริตผิดกฎหมาย คอร์รัปชั่นต่างๆ ให้ได้โดยเร็วที่สุด"
 
                            พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงรับสั่งแล้วว่า ความพอเพียง ความมีเหตุมีผล ความพอประมาณ ถือเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันที่ดี ความรู้คู่คุณธรรม การดำเนินชีวิตอย่างมีเหตุมีผล ถือเป็นภูมิคุ้มกันที่ดีก็จะต้องเดินไปข้างหน้าให้ได้ เมื่อเข้มแข็งเพียงพอ คนไทยต้องพัฒนาตัวเองของทุกคน ถ้าทุกคนไม่เรียนรู้ก็จะถูกชักนำชักพาไปในทางดีบ้าง ไม่ดีบ้าง นั่นแหละคือการทุจริตคอร์รัปชั่นโดยที่ไม่รู้ตัว พวกเรามีความรู้มีข้อมูลพื้นฐานที่ดี คงไม่ได้มีรายได้น้อยทุกคน น่าเห็นใจ ส่วนใหญ่คนใน กทม.มีฐานะดีกว่าคนต่างจังหวัด อย่าไปดูถูกเขา ความผิดไม่ได้อยู่ที่เขา แต่ความผิดอยู่ที่เรา เราต้องเผื่อแผ่หัวใจของเราไปให้เขา วันนี้เราจะต้องเสียสละบ้าง เมื่อเข้ามาแล้วรายได้ของรัฐก็มากขึ้นประเทศก็จะเข้มแข็งขึ้น ดังนั้น ต้องเผื่อแผ่ ถ้าเราไม่ทำ วันหน้าก็เกิดอีก จะทำอย่างไรให้มีความเพียงพอในการดำรงชีวิต ไม่ว่าจะเป็นชาวนา ชาวไร่ หรือ พ่อค้า ต้องสร้างความเข้าใจ 
 
                            "ตราบใดมีคนยากจนอยู่ก็จะมีคนเห็นด้วยไม่เห็นด้วยแบบนี้ เราไม่สามารถทำเวลาอันสั้นได้ การศึกษาจะต้องทำอย่างไร สิ่งเหล่านี้เป็นกระบวนการจัดการคอร์รัปชั่นได้ในอนาคต ฉะนั้นทุกคนต้องมีจิตสาธารณะ ต้องเผื่อแผ่แบ่งปันผู้อื่นอยู่เสมอ ถ้าเราไม่ทำมันก็ไม่เกิด พอไม่เกิดคนก็ไม่เข้าใจ วันหน้าก็ไม่เกิดอยู่ดี นี่คือสิ่งสำคัญว่าเราจะทำอย่างไรให้เขามีความเพียงพอในการดำรงชีวิตอย่างมีเกียรติยศและศักดิ์ศรี ไม่ว่าจะชาวนา ชาวไร่ หรือพ่อค้า ต้องสร้างความเข้าใจกับเขาให้มากขึ้น จะพูดเรื่องคอร์รัปชั่นอย่างเดียวก็ไม่ได้ เพราะตราบใดที่ยังมีคนยากจนอยู่ ประเทศก็จะมีคนเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยอยู่อย่างนี้ ดังนั้นจะต้องสร้างให้ทุกคนอยู่ดีกินดีขึ้น ผมไม่สามารถใช้ระยะเวลาอันสั้นทำเรื่องนี้ได้ แต่จะต้องให้ทุกภาคส่วนทำความเข้าใจ การสร้างเยาวชนคนรุ่นใหม่เพื่อสร้างกระบวนการในการขจัดการคอร์รัปชั่นได้อย่างยั่งยืนในอนาคต" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
 
                            นายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยว่า เวลาแขกบ้านแขกเมืองหรือต่างประเทศมา ใครมา ก็บอกทุกครั้งว่า ทุกประเทศในโลกมีความขัดแย้งเหมือนกันหมด มีการสู้รบมากกว่าบ้านเราเสียอีกในบางประเทศ ฉะนั้นเขาต้องยอมรับเราด้วยให้ได้ แต่เมื่อวันนี้ต่างประเทศเขาทำแล้ว เขาแก้ปัญหาเรียบร้อย และก็แซงหน้าเราไปหมดแล้ว เราต้องขอโทษ เพราะเราทำช้ากว่าท่านไปนิดหนึ่ง คืออาจจะช้าไปสัก 100 ปี เพราะฉะนั้นวันนี้ไม่มีเวลาอีกแล้ว อย่าคิดว่าจะมีวันหน้า จะมีสมคิด สมชาย อะไรไม่มีแล้ว มีครั้งนี้ก็ต้องทำให้สำเร็จ วันนี้อยากขอความร่วมมือท่านทุกคนในการช่วยกันขับเคลื่อนประเทศไทยให้ก้าวไปข้างหน้า อย่างมั่นคงและยั่งยืน 
 
                            "ถือว่าเป็นความกล้าหาญอย่างน่าชื่นชมในการเปลี่ยนแปลงให้สังคมไทยเป็นสังคมที่โปร่งใส เป็นธรรม มีประสิทธิภาพและเกิดผลประโยชน์โดยรวม วันนี้ถือเป็นการทำความสะอาดของบ้านเมือง ถือว่าเป็นการแสดงเจตนารมณ์ของคนไทยว่า จะทำให้ประเทศไทยหมดจรดจากคอร์รัปชั่น และให้ได้รับการยอมรับจากนานาชาติ" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
 
 
----------------------------
 
มั่นใจ "บิ๊กตู่" ปราบทุจริตได้ 
 
 
ภูมิคุ้มกัน 'คอร์รัปชั่น'
 
 
                            นายประมนต์ สุธีวงศ์ ประธานองค์กรต่อต้านการคอร์รัปชั่น (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตอนนี้เราได้ พล.อ.ประยุทธ์ มาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี อย่างที่ทราบดีว่า นายกฯ นั้นมาจากผลพวงของการเปลี่ยนแปลงที่คนไทยไม่อดทนต่อการคดโกงซึ่งหน้าที่สร้างความเสียหายต่อประเทศอย่างอัปยศ โดยการเข้าร่วมงานของ พล.อ.ประยุทธ์ ถือเป็นคำยืนยันต่อการขจัดคอร์รัปชั่น ตามคำกล่าวของทหารว่า "ใครทุจริต ติดคุกลูกเดียว"
 
                            ส่วนทิศทางของเครือข่ายที่ร่วมดำเนินงานต่อต้านคอร์รัปชั่น ในปี 2557 ที่ประเทศไทยได้ก้าวสู่การปฏิรูป ดังนั้นการต่อต้านคอร์รัปชั่นจึงถือเป็นแนวทางของการปฏิรูปการต่อสู้กับการทุจริตคอร์รัปชั่น คือการสร้างความปรองดอง สมานฉันท์ ระหว่างภาครัฐ และเอกชนในเรื่องการต่อต้านการทุจริต คดโกง เห็นว่าทุกภาคส่วนต้องร่วมกันหาทางออกให้ประเทศ ด้วยการร่วมหาทางออกที่ดีที่สุดของประเทศ แทนการชี้นิ้วว่า ใครเป็นผู้เริ่ม ใครเป็นคนรับ หรือใครเป็นผู้เสียหาย รวมถึงให้ภาคประชาชนทั้งประเทศร่วมสอดส่อง 
 
                            "วันนี้เรามีผู้นำ ซึ่งคนทั่วประเทศเชื่อว่า ท่านมีความหวังดี มีความจงรักภักดีต่อประเทศ รวมถึงข้าราชการที่พร้อมปกป้องทรัพย์สินประเทศ สร้างเกียรติยศให้คำว่า ข้าราชการ และมีภาคเอกชนที่ร่วมพัฒนาประเทศ และร่วมกอบกู้ชื่อเสียงประเทศ นอกจากนั้นยังมีตัวแทนภาคสังคม เยาวชน คนรุ่นใหม่ มีผู้ร่วมอุดมการณณ์ อยากเห็นประเทศปลอดคอร์รัปชั่นอีกจำนวนมาก เราจะร่วมมือกันทำเพื่อประเทศ เพื่อลูกหลานและอนาคตที่ดีของประเทศไทย" นายประมนต์ กล่าว
 
 
----------------------------
 
สร้างเอกชนมีจิตสำนึกสุจริต
 
 
 
ภูมิคุ้มกัน 'คอร์รัปชั่น'
 
 
                            นายอิสระ ว่องกุศลกิจ ประธานกรรมการหอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า เราจะยืนหยัดเดินหน้าต่อไป นอกจากสร้างสังคมที่ปราศจากคอร์รัปชั่นแล้ว เราจะร่วมสร้างความมีจิตสำนึกให้คนไทย โดยเฉพาะผู้ประกอบการให้มีจิตสำนึกสุจริต มีจริยธรรมและคุณธรรมที่ดีต่อไป
 
                            ขณะที่ นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ปัญหาการคอร์รัปชั่นหากแก้ไม่ตรงจุดไม่มีทางที่คอร์รัปชั่นจะหมดไปได้ หากไม่มีมาตรการ เช่น ลงโทษผู้ที่กระทำผิดกรณีนำสิ่งผิดกฎหมายเข้าประเทศ, ให้ความสะดวกภาคเอกชนต่อการเสนอตัวเข้ามีส่วนรับงานด้วยการประชาสัมพันธ์ที่ถูกต้อง รวมถึงรณรงค์ให้ภาคสังคมสนับสนุนธุรกิจที่ร่วมเป็นภาคีต่อต้านการคอร์รัปชั่น หรือมีการทำงานที่โปร่งใส ไม่มีการจ่ายเงินสินบนเพื่อให้ได้รับงาน หรือเผยแพร่ชื่อบริษัทที่พบพฤติกรรมไม่โปร่งใส ปัญหาการคอร์รัปชั่นอาจจะไม่สามารถยับยั้งได้ แต่หากทุกภาคส่วนให้การสนับสนุนทุกฝ่ายก็อยู่ได้โดยไม่มีการคอร์รัปชั่น
 
 
----------------------------