
ประยุทธ์เปิดงานต้านคอร์รัปชั่น
06 ก.ย. 2557
พล.อ.ประยุทธ์ เป็นประธานเปิดงานวันต้านคอร์รัปชั่น ลั่นผลักดันเป็นวาระแห่งชาติในการปฏิรูปประเทศ ภาครัฐ-เอกชน แห่ร่วมคึก!
6 ก.ย.57 เมื่อเวลา 11.00 น. ที่โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ และบางกอกคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้เป็นประธานงานวันต่อต้านคอร์รับชั่น 2557 “HAND IN HAND .... ปฏิรูปการต่อสู้ เพื่อชัยชนะอย่างยั่งยืน” พร้อมกับกล่าวปาถกฐาว่า วันนี้เป็นวันแรกที่ตนได้ออกงานนอกสถานที่ในวันแรก รู้สึกเขินๆอยู่เหมือนกันที่เรียกนายกรัฐมนตรี ตนก็ยังไม่รู้สึกว่าเป็นนายกรัฐมนตรี แต่เป็นหน้าที่ความรับผิดชอบของพวกเราทุกคนอยู่แล้วที่มาทำหน้าที่ ทั้งนี้รู้สึกยินดีและเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้มาร่วมงานวันต่อต้านคอร์รัปชั่น 2557 “HAND IN HAND .... ปฏิรูปการต่อสู้ เพื่อชัยชนะอย่างยั่งยืน ซึ่งปีนี้เป็นที่ทราบดีว่าเป็นปีแห่งการปฏิรูปประเทศไทย ซึ่งทั้งรัฐบาล และ คสช. ได้ให้ความสำคัญ และให้การแก้ไขปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่น อยู่ในทุกหัวข้อของการปฏิรูปถือเป็นวาระแห่งชาติ และเป็นหัวใจสำคัญในการปฏิรูปประเทศอย่างที่คนไทยทุกคนต้องการ
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า การทุจิตคอร์รัปชั่นเป็นปัญหาใหญ่ ที่สะสมมาเป็นเวลานาน ฝังรากลึกอยู่ในสังคมของเรามาตลอด นับวันจะรุนแรงมากยิ่งขึ้น ส่งผลให้เกิดปัญหาต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นความวุ่นวายทางการเมือง ความแตกแยกของคนในชาติ ความเหลื่อมล้ำในสังคม ประเทศต้องสูญเสียในด้านต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการขาดความเชื่อมั่นจากสายตาของชาวต่างชาติ และองค์กรต่างชาติต่างๆ ทำให้ปิดกั้นโอกาสการลงทุนใหม่ๆ หน่วยงานของรัฐ และเอกชนขาดความน่าเชื่อถือ ประชาชนเกิดความไม่ไว้วางใจ ตลอดจนทำให้ทรัพยากรของประเทศสูญเปล่า หรือไปตกกับกลุ่มบุคคลคนใดบุคคลหนึ่ง ทั้งๆ ที่ทรัพยากรนั้นควรจะเป็นส่วนรวมของคนไทยทั้งชาติ รัฐบาลและ คสช. ให้ความสำคัญอย่างยิ่งในเรื่องการแก้ไขปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่น ถือเป็นประเด็นแรกของการปฏิรูปประเทศไทย ที่จะต้องแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วนให้เป็นผลรูปธรรม หากปล่อยไว้จะก่อให้เกิดความเสียหายต่อการพัฒนาประเทศ ต่อความเป็นอยู่ของสังคม อีกทั้งเป็นการสร้างค่านิยมที่ผิดๆ ให้กับเด็กและเยาวชนที่เป็นอนาคตของชาติ ลำพังรัฐบาลอย่างเดียวนั้นคงไม่สามารถแก้ไขปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่นได้ทั้งหมด ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน และประชาชนทั่วไป วันนี้เราต้องสร้างระบบให้เข็มแข็งเพื่อต่อต้านทุจริตคอร์รัปชั่นให้ได้โดยเร็ว ระบบราชการ ข้าราชการทุกคนจะต้องนำแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง นำหลักธรรมาภิบาลมาใช้ในการปฏิบัติงาน เพื่อให้เป็นรากฐานที่ดีต่อการทำงานทุกระดับ ขั้นตอนการดำเนินการทุกขั้นตอนต้องมีความโปร่งใส เป็นธรรมสามารถตรวจสอบได้ มีประสิทธิภาพไม่เอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ขอให้ทุกหน่วยภาครัฐ เอกชน และประชาชน เป็นเครือข่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งองค์การการต่อต้านการคอร์รัปชั่น ในการดำเนินการต่อต้านการทุจริตอย่างจริงจัง รวมถึงมีมาตรการป้องกันแก้ไขปัญหาการทุจริตมิชอบออกมาบังคับใช้ให้ได้โดยเร็ว และยั่งยืน แต่ทั้งหมดจะต้องเริ่มจากตัวเราเองของทุกคน จะต้องเริ่มด้วยการปลูกจิตสำนึกคุณธรรม จริยธรรม เพื่อให้รู้ว่าสิ่งใดดีก็กระทำ สิ่งใดไม่ดีก็ไม่ต้องกระทำ ถ้าทุกคนรู้อะไรดีไม่ดีก็จะลดปัญหาไปได้ในระดับหนึ่งแล้ว จากนั้นก็สร้างองค์กรของเราขึ้นมาให้เป็นองค์กรที่ดีมีจริยธรรมและนำคุณธรรมมาปฏิบัติให้มีขนาดใหญ่ขึ้น ในการสร้างคนขึ้นมา คนทั้งประเทศก็จะเป็นคนที่มีคุณภาพ ฉะนั้นจะต้องเปลี่ยนจากการเมินเฉยในการทุจริตคอร์รัปชั่น มีการตื่นตัวให้มากขึ้นและไม่ยอมรับ มีการต่อต้านอย่างจริงจัง โดยสันติวิธี ไม่ใช่เป็นการสร้างความขัดแย้ง ร่วมกันปฏิรูปประเทศไทยให้ปราศจาการการคอร์รัปชั่นให้ได้ วันนี้ถือเป็นวันประวัติศาสตร์ โดยเราจะมาสร้างประวัติศาสตร์ด้วยกัน ปีนี้เป็นปีแห่งประวัติศาสตร์ในการปฏิรูปประเทศไทยให้ก้าวไปข้างหน้าให้เกิดสันติสุขอย่างยั่งยืน มีความเจริญก้าวหน้าทัดเทียมกับประเทศต่างๆในโลกได้โดยเร็ว ฉะนั้นปีนี้เป็นปีที่ 4 ในการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น จะเป็นปีแห่งผลสำเร็จ และผลสัมฤทธิ์บางประการให้เกิดขึ้นให้ได้
“ภารกิจของเรานั้นมีหลายขั้นตอน โดยขั้นตอนแรกคือต้องทำก่อน คือเอาแต่ละเรื่องที่เป็นปัญหา มีอะไรหรือเรื่องอะไรที่จะต้องทำก่อน โดยทำก่อนแล้วจะต้องทำให้จริง ทำให้เร็ว ฉะนั้นจะต้องมีผลสัมฤทธิ์ โดยเร็วทันที หลังจากนั้นจะต้องยั่งยืน อะไรก็ตามที่ไม่สามารถแก้ไขได้โดยเร็ว ก็จะส่งต่อให้รัฐบาล หรือใครก็แล้วที่เข้ามาดูแลบ้านเมืองปฏิบัติต่อไปเพื่อให้เกิดความยั่งยืน ฉะนั้น อย่ากังวลว่าเราทำแล้วจะทิ้งไว้ แต่ทั้งหมดจะต้องขึ้นอยู่กับคนไทยทุกคนว่าจะช่วยกันอย่างไรต่อไปในอนาคต หากเราสามารถนำงบประมาณแผ่นดินที่ต้องสูญเสียไป กับการทุจิตคอร์รับชั่นมาใช้ประโยชน์ในการพัฒนาประเทศ เราก็จะพร้อมที่จะก้าวหน้าไปได้รวดเร็ว จะเห็นว่าหลายประเทศ หรือ สังคมโลกปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงไปทางที่ดีอย่างรวดเร็ว บางประเทศใช้เวลาไม่ถึง 6 ปี ในการยกระดับประเทศ แต่บางประเทศก็น้อยกว่านั้น แต่ประเทศไทยยังไม่มีอนาคตว่าจะกี่ปี เราจะต้องยกระดับกลางไประดับบนให้ได้ ส่วนการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงคือเราจะต้องดูกลไกลต่างประเทศด้วย องค์กรต่างประเทศต่างๆ วันนี้เราไม่ได้อยู่ประเทศเดียวในโลก ไม่ว่าจะเข้มแข็งประการใด จะมีทรัพยากรมากเพียงใด หรือเก่ง ขนาดนั้น เราไม่สามารถอยู่คนเดียวในโลกได้ เนื่องจากตอนนี้โลกไร้พรมแดน มีการรวมตัวกันเป็นประชาคมโลกแล้ว ฉะนั้นอะไรก็ตามคิดแบบไทยอาจจะต้องเอาภายนอกมาร่วมด้วย และปรับปรุงสติปัญญา คนไทยเก่งทุกคน แต่จะทำอย่างไรให้คนไทยปรับเปลี่ยนแปลงโลกตะวันตก ให้เข้ากับสังคมไทย กับคนไทยที่น่ารัก” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า คนไทยไม่ใช่คนน่ารังเกียจ คนไทยรักกันง่าย เกลียดง่าย ใจอ่อน ถ้าเกลียดกันก็เกลียดกันจนตาย ดังนั้นจะต้องมีหลักการ กฎหมายคือกฎหมาย ดังนั้นกฎหมายจะเป็นตัวทำให้สังคมสันติสุข กฎหมายไม่ได้เอื้อให้ทำร้าย ใคร อย่าให้คนรู้สึกแบบนั้น อดีตที่ผ่านมาไม่เคยมีปัญหาในเรื่องกฎหมาย แต่ระยะไม่กี่ปีกฎหมายทำให้เกิดปัญหามากมาย ฉะนั้นวันนี้จะต้องรีบคิดพิจารณาอย่างมีเหตุมีผลว่าอะไรจะควรเดินไปอย่างไรเพื่อให้เกิดการยอมรับ เพื่อให้เกิดความเข้มแข็งในภาคตุลาการ สิ่งเหล่านี้บุคคลกรมของเรามีความรู้ มีคุณภาพ ในทุกสายงาน วันนี้ประเทศไทยเดินด้วยอำนาจบริหาร อำนาจนิติบัญญัติ และอำนาจตุลาการ ซึ่งทั้ง 3 อำนาจ เป็นพระราราชอำนาจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ ฉะนั้นใครก็ตามที่เอาพระราชอำนาจที่พระราชทานแล้ว มาใช้ในทางที่ผิด คนเหล่านั้นไม่เจริญ แผ่นดินนี้เป็นแผ่นดินของพระมหากษัตริย์ ท่านได้ต่อสู้ สร้างแผ่นดินนี้ไว้ให้กับลูกหลานคนไทย วันนี้โลกมีการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมต่างๆ เราจะต้องกลับเข้ามาสู่การเป็นวัฒนธรรมของคนไทยที่ยึดมั่นในสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ พวกเราทุกคนในนามของรัฐบาล และ คสช. ขอให้คำมั่นสัญญาว่าเราจะทำทุกอย่างดีที่สุดในการที่จะทำให้ประเทศชาติก้าวหน้า หลุดพ้นจากองค์กรต่างๆ หลุดพ้นจากการทุจริตผิดกฎหมาย คอร์รัปชั่น ต่างๆ ให้ได้โดยเร็วที่สุดให้ได้
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า การแก้ปัญหานั้นไม่ได้แก้ปัญหาโดยฝ่ายรัฐอย่างเดียว แต่จะต้องร่วมมือทุกภาคส่วน รัฐบาลในฐานะกำกับนโยบายก็จะต้องมีหน่วยงานที่จะต้องขับเคลื่อน คือ รัฐมนตรี ปลัดกระทรวง ที่เป็นผู้ปฏิบัติคือกระทรวงต่างๆ ต้องทำงานตามกรอบงบประมาณรายจ่ายของรัฐ หรือที่เกี่ยวข้องในการสนับสนุนหรือระเบียบวิธีการที่จะต้องเอื้อให้กับฝ่ายเอกชน การลงทุนต่างๆ สามารถเดินไปข้างหน้าให้ได้ วันนี้เข้ามาในนาม คสช. ประมาณ 4 เดือน แม้ว่าจะเป็นทหารส่วนใหญ่ วันนี้เข้ามาแบกภาระเต็มบ่าของเรา เราก็จะต้องพัฒนา อย่ากังวลว่าจะรู้เรื่องเศรษฐกิจหรือเปล่า ทำไมไม่ใช่คนที่มีความรู้เข้ามาทำงาน ตนไม่จำเป็นต้องรักษาฐานเสียงที่ไหน วันนี้เราเข้ามาทำงาน 3-4 เดือนที่ผ่านมา หลายอย่างขับเคลื่อน บางคนบอกว่าควบคุมอำนาจแล้วทำอะไร ตนก็อธิบายมาปรับปรุงเปลี่ยนแปลงแก้ไข ตนจะไม่ไปก้าวล่วง แต่ตนจะถามว่าแล้วเรื่องนี้เป็นอย่างไร ปัญหาอยู่ที่ไหน จะแก้ไขอย่างไร นั่นคือการควบคุมอำนาจของตน ไม่ได้ควบคุมอำนาจมุ่งหวังประโยชน์ เอามาให้ตน และ คสช. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงรับสั่งแล้วว่า ความพอเพียง ความมีเหตุมีผล ความพอประมาณ ถือเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีในการความรู้คู่คุณธรรม
“การดำเนินชีวิตอย่างมีเหตุมีผล ถือเป็นภูมิคุ้มกันที่ดีก็จะต้องเดินไปข้างหน้าให้ได้ เมื่อเข้มแข็งเพียงพอ คนไทยต้องพัฒนาตัวเองของทุกคน ถ้าทุกคนไม่เรียนรู้ก็จะถูกชักนำชักพาไปในทางดีบ้างไม่ดีบ้าง นั่นแหละคือการทุจริตคอร์รัปชั่นโดยที่ไม่รู้ตัว พวกเรามีความรู้มีข้อมูลพื้นฐานที่ดี คงไม่ได้มีรายได้น้อยทุกคน น่าเห็นใจ ส่วนใหญ่คนใน กทม. มีฐานะดีกว่าคนต่างจังหวัด อย่าไปดูถูกเขา ความผิดไม่ได้อยู่ที่เขา แต่ความผิดอยู่ที่เรา เราต้องเผื่อแผ่หัวใจของเราไปให้เขา วันนี้เราจะต้องเสียสละบ้าง เมื่อเข้ามาแล้วรายได้ของรัฐก็มากขึ้นประเทศก็จะเข้มแข็งขึ้น ดังนั้นต้องเผยแพร่ ถ้าเราไม่ทำ วันหน้าก็เกิดอีก จะทำอย่างไรให้มีความเพียงพอในการดำรงชีวิต ไม่ว่าจะเป็นชาวนา ชาวไร่ หรือ พ่อค้า ต้องสร้างความเข้าใจ เราพูด ตราบใดมีคนยากจนอยู่ ก็จะมีคนเห็นด้วยไม่เห็นด้วยแบบนี้ เราไม่สามารถทำเวลาอันสั้นทำได้ การศึกษาจะต้องทำอย่างไร สิ่งเหล่านี้เป็นกระบวนการจัดการคอร์รัปชั่นได้ในอนาคต ฉะนั้นทุกคนต้องมีจิตสาธารณะ ต้องเผื่อแผ่แบ่งปันผู้อื่นอยู่เสมอ ถ้าเราไม่ทำมันก็ไม่เกิด พอไม่เกิดคนก็ไม่เข้าใจ วันหน้าก็ไม่เกิดอยู่ดี นี่คือสิ่งสำคัญว่าเราจะทำอย่างไร ให้เขามีความเพียงพอ ในการดำรงชีวิตอย่างมีเกียรติยศ และศักดิ์ศรี ไม่ว่าจะชาวนา ชาวไร่ หรือพ่อค้า ต้องสร้างความเข้าใจกับเขาให้มากขึ้น จะพูดเรื่องคอร์รับชั่นอย่างเดียวก็ไม่ได้ เพราะตราบใดที่ยังมีคนยากจนอยู่ประเทศก็จะมีคนเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยอยู่อย่างนี้ ดังนั้นจะต้องสร้างให้ทุกคนอยู่ดีกินดีขึ้น ผมไม่สามารถใช้ระยะเวลาอันสั้นทำเรื่องนี้ได้ แต่จะต้องให้ทุกภาคส่วนทำความเข้าใจ การสร้างเยาวชนคนรุ่นใหม่เพื่อสร้างกระบวนการในการขจัดการคอร์รัปชั่นได้อย่างยั่งยืนในอนาคต" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า การแก้ปัญหาทั้ง 11 ด้าน มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตคอรัปชั่นทั้งสิ้น ทำไม่เราถึงจะต้องตั้งสภาปฏิรูป เพราะตนถือว่าการทุจริตคอร์รัปชั่นอยู่ในทุกเรื่องของทั้ง 11 ด้าน ทั้งการทุจริตต้องกำหนดเป็นหัวข้อย่อยในหน่วยงานของท่าน ว่าจะไปแก้ไขกันอย่างไร การแก้ไขมี 3 ระดับ ตั้งแต่ ระดับนโยบาย การขับเคลื่อน และผู้ปฏิบัติประชาชน และผู้ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงปัจจัยภายนอกและองค์กรต่างๆ ระหว่างประเทศ ไม่ว่าจะภายในหรือภายนอกประเทศ ถ้าประเทศไทยมีเสถียรภาพ ตนเชื่อว่าอีกไม่นานประเทศไทยจะเป็นมหาอำนาจได้อย่างแน่นอน คนไทยมีความคนมีคนมีความรู้มากมาย มีทั้งด๊อกเตอร์ นักวิชาการ เป็น 10,000 คน แต่ขณะเดียวกันคนไทยยังมีนิสัยอยู่อย่างหนึ่ง คือ เก่งทุกคน แต่รวมกันเก่งไม่ได้ ถ้าเก่งแล้วต้องหันหน้าคุยกันด้วย เพื่อหาทางออกให้ประเทศให้ได้ ไม่ใช่ว่าเคยเรียกกันมา 20-30 คนมาคุยกัน ก็ไม่มีข้อสรุปออกไป เพราะไม่มีใครยอมใคร ฉะนั้นต่อจากนี้การประชุมสัมมนาต่างๆ ต้องมีผลสัมฤทธิ์ออกมาว่าจะทำอย่างไร หาตัวกำหนดชี้วัดให้ชัดเจนขึ้น ไม่ใช้กำหนดตัวชี้วัดเพื่อตัวเอง แต่ต้องเพื่อผลงานงานว่าจะเดินอย่างไร ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่เรากำหนดไว้แล้ว วันนี้ต้องคิดใหม่ทำใหม่ ทำให้เร็วต้องรีบนำพาประเทศชาติให้พ้นจากความขัดแย้ง จากนั้นก็ทำให้เกิดความยั่งยืน เราต้องไม่สร้างความขัดแย้งอีกต่อไป ผมไม่ได้มุ่งหวังให้จะต้องมีการปฏิรูปกันใหม่ในปี 58 - 59 - 60 ผมว่ามันช้าเกินไปแล้วแบบนั้น ผมเห็นว่าต่างประเทศเขาเลยหน้าเราไปแล้ว และเขาคอยดูเราอยู่ต่างหาก วันนี้ความขัดแย้งในประเทศของเรานั้น ผมอยากบอกว่าเป็นโชคดีหรือโชคร้ายก็ไม่รู้ ที่มันเกิดขึ้นมาได้นี้ ในปี57” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า เวลาแขกบ้านแขกเมือง หรือต่างประเทศมาใครมา ตนก็บอกทุกครั้งว่า ทุกประเทศในโลกมีความขัดแย้งเหมือนกันหมด มีการสู้รบมากกว่าบ้านเราเสียอีกในบางประเทศ ฉะนั้นเขาต้องยอมรับเราด้วยให้ได้ แต่เมื่อวันนี้ต่างประเทศเขาทำแล้ว เขาแก้ปัญหาเรียบร้อย และก็ได้แซงหน้าเราไปหมดแล้ว เราต้องขอโทษเพราะเราทำช้ากว่าท่านไปนิดนึง คืออาจจะช้าไปสัก 100 ปี เพราะฉะนั้นวันนี้ไม่มีเวลาอีกแล้ว อย่าคิดว่าจะมีวันหน้า จะมีสมคิด สมชาย อะไรไม่มีแล้ว มีครั้งนี้ก็ต้องทำให้สำเร็จ วันนี้ตนอยากขอความร่วมมือท่านทุกคน ในการช่วยกันขับเคลื่อนประเทศไทยให้ก้าวไปข้างหน้า อย่างมั่นคงและยั่งยืน ขอขอบคุณทุกฝ่ายที่ได้ร่วมกันดำเนินงานปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่นในสังคมไทย ตนถือว่าเป็นความกล้าหาญอย่างหน้าชื่นชม น่าชื่นชมในการเปลี่ยนแปลงของคนในสังคมไทย ในการที่จะทำให้สังคมเป็นสังคมที่โปร่งใส เป็นธรรม มีประสิทธิภาพและเกิดผลประโยชน์โดยรวมกับประชาขนต่อไป วันนี้ถือเป็นการทำความสะอาดของบ้านเมือง ตนถือว่าเป็นการแสดงเจตนารมย์ของคนไทยว่าจะทำให้ประเทศไทยนั้นหมดจดจากคอรัปชั่น และให้ได้รับการยอมรับจากนานาชาติ เพราะฉะนั้นอย่าลดระดับประเทศของเราต่อไปอีกเลย ถ้าเป็นบ้านท่าน เมืองท่าน ท่านจะให้เป็นแบบนี้หรือไม่ วันนี้เราไม่ได้ไปต่อต้านหรือขัดแย้งกับใครเลย ตนให้เกียรติต่างประเทศอยู่เสมอ เพราะเราคือมหามิตร เราคือพันธมิตรร่วมกัน ในการคู่ค้าสัญญาต่างๆ ทุกประเทศที่มาพบ ไม่ว่าจะเป็นสมาคมหอกาค้า สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น ยุโรป ให้ความมั่นใจกับประเทศไทยเหมือน และยิ่งกว่าเดิมที่มีเสถียรภาพและให้คำสัญญา ทุกคนจะต้องช่วยกัน คนไทยยิ่งกว่ามหาอำนาจอีก ใจร้อน ดุเดือด และต่อสู้ แต่ก็อย่าขัดแย้งก็แล้ว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ ใช้เวลาประมาณ 25 นาที ในการเป็นประธานงานวันต่อต้านคอร์รับชั่น 2557 “HAND IN HAND .... ปฏิรูปการต่อสู้ เพื่อชัยชนะอย่างยั่งยืน” โดยได้รับเสียงปรบมือจากผู้เข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าวเป็นระยะๆ โดยเฉพาะการออกมารายการคืนความสุขให้กับคนไทยในชาติทุกค่ำคืนในวันศุกร์ โดย พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า การพูดในวันนี้ไม่รู้ว่าจะนอกเรื่องไปหรือเปล่า ซึ่งตนก็พูดซ้ำกันทุกอาทิตย์ คนก็เบื่อหน่ายว่าบ่นอะไรไม่รู้ แต่ตนพยายามสู้กับละคร วันนี้ได้สั่งการให้กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ไปทำละคร หรือ หนัง จะดูซิว่าใครจะดูมั้ย ตอนนี้กำลังหาพระเอก นางเองอยู่ รวมถึงจะให้สอดคล้องกับการท่องเที่ยวด้วย และวัฒนธรรมไทยด้วย สถาบันเป็นอย่างไร และให้พระเอก นางเอก มาเจอกันในสถานที่ท่องเที่ยวโบราณ ตอนนี้พอมีพระเอก นางเอก แต่ตอนนี้ขาดพ่อแม่ ลุงป้า รวมถึงประเด็นงานด้านการวิจัยต่างๆ ที่ประเทศไทยมักจะทำวิจัยกันแต่ไม่ประสบความสำเร็จ ดังนั้นจะต้องมีการดัดแปลงในการคิดค้นเรื่องใหม่ๆ คิดใหม่ทำใหม่และทำให้เร็วเพื่อก้าวไปข้างหน้า
ผู้สื่อข่าวยังรายงานถึงบรรยากาศของงานว่า ตั้งแต่เวลา 08.00 น. ได้มีภาคราชการ เอกชน และประชาชน ออกมารวมพลังที่ลานหน้าเซ็นทรัลเวิลด์เป็นจำนวนมาก เพื่อถ่ายภาพแสดงพลัง" HAND IN HAND ปฏิรูปการต่อสู้เพื่อชัยชนะอย่างยั่งยืน "และกล่าวคำปฏิญญาณตนที่จะร่วมกันปฏิรูปการต่อสู้เพื่อชัยชนะอย่างยั่งยืน โดยมีนายประมนต์ สุธีวงศ์ ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น (ประเทศไทย) นำขบวนเดินจากลานหน้าเซ็นทรัลเวิลด์ ไปยัง ร.ร. เซ็นทาราแกรนด์ ฯพร้อมป้ายข้อความ "HAND IN HAND ปฏิรูปการต่อสู้เพื่อชัยชนะอย่างยั่งยืน" และผู้เดินขบวนยังใส่เสื้อรูปมือไขว้กันพร้อมกับคำว่า "HAND IN HAND" โดยตลอดการเดินชบวนได้มีการตะโกนว่า "คอรัปชั่นออกไป" นอกจากนี้ในห้องประชุมที่จัดงานยังมีการแสดงของเยาวชนแสดงการต่อต้านการคอรัปชั่นด้วย
ภาครัฐ-เอกชน ร่วมแสดงวิสัยทัศน์ต้านคอร์รัปชั่นไทย
ที่โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ เครือข่ายองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น (ประเทศไทย) นำโดย นายประมนต์ สุธีวงศ์ ประธานองค์กรต่อต้านการคอร์รัปชั่น (ประเทศไทย) ร่วมกันจัดงานวันต่อต้านคอร์รัปชั่น 2557 : HAND IN HAND ปฏิรูปการต่อสู้เพื่อชัยชนะอย่างยั่งยืน" โดยภายในงานได้มีการแสดงวิสัยทัศน์การต่อต้านคอร์รัปชั่น จากภาคราชการและเอกชน ได้แก่ นายตระกูล วินิจนัยภาค อัยการสูงสุด สำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวตอนหนึ่งว่า สิ่งที่สำคัญต่อการต่อต้านทุจริต คอร์รัปชั่น มี 3 แนวทาง คือ 1.การปลูกฝังที่ถือเป็นสิ่งสำคัญโดยตนเห็นว่าควรบรรจุวิชาหน้าที่พลเมืองไว้ในการเรียนการสอนด้วย 2.การป้องกัน ทั้งนี้ยอมรับว่ารอบ 2-3 ปีที่ผ่านมากระบวนการยุติธรรมมีปัญหา โดยเฉพาะความร่วมมือในกระบวนการยุติธรรม ทั้งนี้ต้องคุยกับนายปานเทพ กล้าณรงราญ ประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ถึงการทำงานร่วมกันเพื่อรวบรวมพยานหลักฐานที่รอบคอบและรวดเร็ว เพราะเชื่อว่ากระบวนการยุติธรรมที่ดี คือเรื่องหาพยานหลักฐานที่รอบคอบ และรวดเร็ว บางเรื่องอาจจะไม่ถูกใจ แต่ตนเชื่อว่าความถูกต้องที่ไม่ถูกใจต้องใช้เวลาบ้างในการทำให้ทุกอย่างเกิดความยุติธรรมในแผ่นดินนี้ และตามด้ายการปราบปรามรวมถึงการประณาม
ด้านนายถวิล เปลี่ยนสี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวว่า คอร์รัปชั่นไม่สามารถล้อเล่นกับกิเลสมนุษย์ได้ ทั้งนี้มีผลสำรวจว่ามีการจ่ายเงินใต้โต๊ะที่ระดับ 20-60 เปอร์เซ็นต์ โดยสาเหตุหลัก คือมี 3 ประสานผลาญชาติ คือ นักการเมืองเลว ข้าราชการชั่ว ผู้ประกอบการที่ไม่รับผิดชอบ โดยข้อต่อวงจรคอร์รัปชั่นที่สำคัญคือข้าราชการ ที่เป็นผู้ใช้ดุลยพินิจของการอนุญาตให้ดำเนินการ บ้านเมืองที่เคราะห์ร้ายเมื่อเจอนักการเมืองที่ไม่ผูกผันพันผลประโยชน์ประชาชน
ซึ่งสามารถบรรดาลสิ่งต่าง ๆ ให้ข้าราชการได้ ทำให้ข้าราชการเป็นตัวพาคนไม่ดีมาโกงผลประโยชน์ชาติ สิ่งที่ต้องแก้มี 2 ทาง คือ 1.การแก้ไข คือ จับไปลงโทษ ทั้งนี้เป็นวิธีที่มีข้อจำกัดเรื่องระยะเวลาดำเนินงาน ที่ยาว ทำให้คนไม่กลัว แต่ตนมองว่าต้องทำต่อด้วยการปรับให้กระบวนการเร็วขึ้นเพื่อให้คนเกรงกลัว และ 2.การป้องกัน ด้วยการปลูกฝังให้คนมีจริยธรรม คุณธรรมและจิตสำนึกของข้าราชการต่อการปฏิบัติหน้าที่อย่างมีศักดิ์ศรีแม้จะได้รับเงินเดือนจำนวนน้อยก็ตาม รวมถึงทำกระบวนการการที่ต้องใช้ดุลยพินิจของข้าราชการที่ยึดความโปร่งใสตรวจสอบได้
"หากท่านจะคอร์รัปชั่นให้นึกถึงข้าราชการและประชาชนที่อยู่ในชนบทแล้วท่านจะคอร์รัปชั่นไม่ลลง และขณะนี้ถึงเวลาที่จะ Hand In Hand กับการต่อต้านการทุจริตและเลิก Hand in Hand กับพวกนักการเมืองชั่ว" นายถวิล กล่าว
ทางด้านน.ส.ชุติมา บุณยประภัศร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ตนภาคภูมิใจที่ได้เป็นข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทั้งนี้ตนเห็นตัวอย่างดีๆ ของการทำงานในหน้าที่อย่างทุ่มเท แบบไม่หวังผลตอบแทนใดๆ พร้อมกับปลูกฝังแนวความคิดต่อการทำหน้าที่ โดยตนหวังว่ารุ่นน้องและข้าราชการจะทำสิ่งดีๆ ต่อไป ในประเด็นการคอร์รัปชั่นต้องแก้ที่ตัวเรา หากตั้งใจมุ่งมั่งต่อการทำหน้าที่อย่างสุจริต ความถูกต้อง จะไม่มีการคอร์รัปชั่นเกิดขึ้น ในองค์กรเรือข่ายที่ร่วมทำจะจรรโลงการต้านคอร์รัปชั่นได้อย่างยั่งยืน
"การทำหน้าที่ต้านคอร์รัปชั่นไม่ใช่ที่ใครจะเลือกทำ แต่ถือเป็นหน้าที่ที่ต้องทำเพื่อให้สิ่งที่ไม่ดีพ้นไปจากบ้านเมืองไทยและให้บ้านเมืองใสสะอาด ไม่มีการคอร์รัปชั่น" น.ส.ชุติมา กล่าว
ส่วนนายอิสระ ว่องกุศลกิจ ประธานกรรมการหอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า เราจะยืนหยัดเดินหน้าต่อไป นอกจากสร้างสังคมที่ปราศจากคอร์รัปชั่นแล้ว เราจะร่วมสร้างความมีจิตสำนึกให้คนไทย โดยเฉพาะผู้ประกอบการให้มีจิตสำนึกสุจริต มีจริยธรรมและคุณธรรมที่ดีต่อไป
ทางด้านนายสุพันธุ์ มงคงสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ปัญหาการคอร์รัปชั่นหากแก้ไม่ตรงจุดไม่มีทางที่คอร์รัปชั่นจะหมดไปได้ หากไม่มีมาตรการ เช่น ลงโทษผู้ที่กระทำผิดกรณีนำสิ่งผิดกฎหมายเข้าประเทศ, ให้ความสะดวกแต่ภาคเอกชนต่อการเสนอตัวเข้าสีวนรับงานด้วยการประชาสัมพันธ์ที่ถูกต้อง รวมถึงรณรงค์ให้ภาคสังคมสนับสนุนธุรกิจที่ร่วมเป็นภาคีต่อต้านการคอร์รัปชั่น หรือมีการทำงานที่โปร่งใส ไม่มีการจ่ายเงินสินบนเพื่อให้ได้รับงาน หรือ เผยแพร่ชื่อบริษัทที่พบพฤติกรรมไม่โปร่งใส ปัญหาการคอร์รัปชั่นอาจจะไม่ยับยั้งได้ แค่หากทุกภาคส่วนให้การสนับสนุนทุกฝ่ายก็อยู่ได้โดยไม่มีการคอร์รัปชั่น
ขณะที่นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ นายกวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า วิศวะกรไทย ไม่เอาคอร์รัปชั่น ขอเป็นส่วนหนึ่งรวมพลังต่อสู้เพื่อชัยชนะที่ยั่งยืน ทั้งนี้ต้องถามว่าจะส่งมอบประเทศให้เยาวชนไทยอย่างไร การคอร์รัปชั่นเป็นต้นตอของทุกปัญหาและทำลายความฝันของคนรุ่นหลังรวมถึงทำลายโอกาสคนเก่ง คนดีที่อยากสร้างสรรสิ่งที่ดีให้กับประเทศ



