
สุขุมพันธุ์ตรวจศูนย์ป้องกันน้ำท่วม
06 ก.ย. 2557
ประเดิมงานแรก! สุขุมพันธุ์ ตรวจศูนย์ป้องกันน้ำท่วม ไร้กังวลเหตุเขื่อนใหญ่ปริมาณน้ำยังน้อย เผยช่วงเว้นวรรค กทม.ให้ความร่วมมือ คสช.เต็มที่
6 ก.ย.57 ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯกทม. พร้อมคณะได้เดินทางมายังศูนย์ป้องกันน้ำท่วม สำนักการระบายน้ำ กทม. 2 ดินแดง เพื่อรับฟังการบรรยายและการเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์น้ำในกทม.ภายหลังจากวานนี้ศาลอุทธรณ์ได้ยกฟ้องคดีกรณีกกต.มีมติให้ใบเหลืองม.ร.ว.สุขุมพันธ์ ในการเลือกตั้งผู้ว่ากทม.เมื่อ 3 มี.ค.56 โดยนายอดิศักดิ์ ขันตี ผอ.สำนักการระบายน้ำ รายงานว่าตามประกาศกรมอุตุนิยมวิทยาระบุว่าพื้นที่กทม.จะมีฝนตกหนักในหลายพื้นที่ระหว่างวันที่ 6-7 ก.ย. รวมไปถึงในปลายเดือนก.ย.เป็นต้นไป จะเข้าสู่ช่วงน้ำทะเลหนุน กทม.จึงเตรียมแผนความพร้อมในการรับมือกับน้ำท่วมในสถานีสูบน้ำ 166 แห่ง ประตูระบายน้ำ 217 แห่ง บ่อสูบน้่ำ 222 แห่ง อุโมงค์ระบายน้ำ 7 แห่ง ความยาวรวม 19 กม. มีประสิทธิภาพระบายน้ำรวม 155.50 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งที่ผ่านมามีการขุดลอกคลอง และเปิดทางน้ำไหลดำเนินการไปแล้ว 98.35 เปอร์เซ็นต์ ทำความสะอาดท่อระบายน้ำ ดำเนินการไปแล้ว 89.21 เปอร์เซ็นต์รวมทั้งติดตั้งเครื่องสูบน้ำบริเวณจุดอ่อนน้ำท่วม จำนวน 520 แห่ง
นายอดิศักดิ์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้กทม.ได้เตรียมหน่วยเบส 75 หน่วย แก้มลิง 25 แห่ง ที่มีปริมาณกักเก็บน้ำ 13.05 ล้านลูกบาศก์เมตร อีกทั้ง ยังมีศูนย์ควบคุมระบบป้องกันน้ำท่วม โดยมีเรดาร์ตรวจจับกลุ่มฝน 1 สถานี เครื่องวัดปริมาณน้ำฝน 129 สถานี ระบบเฝ้าระวังน้ำท่วมท้องถนน 71 แห่ง ระบบเฝ้าระวังน้ำล้นคลอง 113 สถานี ระบบตรวจสอบอากาศ 52 สถานี จุดวัดอัตราการไหลของน้ำ 28 แห่ง ระบบกล้องวงจรปิด 47 จุด รวมประสานงานกับกรมอุตุนิยมวิทยา กรมชลประทาน การไฟฟ้าฝ่ายผลิต กรมอุทกศาสตร์ กองทพเรือ สตช. เพื่อรวบรวมข้อมูลในการรายงาน
ม.ร.ว.สุขุมพันธ์ ให้สัมภาษณ์หลังร่วมประชุมว่า ดีใจที่ได้กลับมาทำงานอีกครั้ง สิ่งที่ห่วงมาตลอดในช่วงการหยุดปฏิบัติหน้าที่คือเรื่องน้ำท่วม ตนจึงได้มาที่สำนักการระบายน้ำเพื่อสอบถามความพร้อม ในการรับมือสถานการณ์ในช่วงฤดูฝนแต่จากการรายงานยังไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง เขื่อนต่าง ๆ อาทิ เขื่อนภูมิพล เขื่อนป่าสัก เขื่อนสิริกิติ์ ยังมีระดับน้ำที่ 30-40 เปอร์เซ็นต์ แต่อยากให้สำนักการระบายน้ำติดตามเรื่องปริมาณฝน ซึ่งในทุกปีจะมีปริมารฝนเฉลี่ยอยู่ที่ 1,500 มม.ต่อปี ซึ่งช่วงที่เหลือของปีนี้ ยังมีปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยที่ไม่ตกอีก 1,000 มม. เกรงว่าช่วงที่เหลือหากมีปริมาณฝนตกลงมาจะทำให้ประชาชนเดือดร้อน
อย่างไรก็ตาม ในพื้นที่ที่เป็นจุดอ่อนน้ำท่วมกทม.ได้เข้าไปติดตั้งเครื่องสูบน้ำเรียบร้อยแล้วรวมถึงได้ประสานงานไปยังกรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบท ผ่านคสช. ว่ากทม. จะขอเข้าไปรับผิดชอบในพื้นที่ ถนนที่ถูกน้ำท่วม เพราะกทม. มีความพร้อมในการแก้ปัญหาซึ่งคสช.ก็ตอบรับและอนุญาต
ผู้ว่ากทม.กล่าวว่า ส่วนนโยบายเร่งด่วนหลายเรื่องที่ล่าช้านั้น ไม่อยากให้มองว่าเพราะตนหยุดปฏิบัติหน้าที่ แต่ที่ผ่านมาก็มีปัญหาความไม่สงบในกทม.หลายเดือนซึ่งทุกฝ่ายก็ปฏิบัติหน้าที่ตนเองอย่างเต็มที่จึงอยากให้ทุกฝ่ายมองไปข้างหน้า ปัญหาเรื่องการเลือกตั้งก็ผ่านไปแล้วเราจึงต้องเดินหน้าต่อไปดีกว่า ในทิศทางการทำงานของกทม.กับรัฐบาลชุดใหม่และสก.ชุดใหม่นั้น กทม.ไม่มีหน้าที่ทะเลาะกับใคร กทม.มีหน้าที่ดูแลประชาชนและให้ความร่วมมือกับรัฐบาลกลาง ไม่ว่าใครมาเป็นรัฐบาล กทม.ก็จะร่วมมือ อย่างเต็มที่ซึ่งช่วงที่ตนหยุดปฏิบัติหน้าที่กทม.ก็ได้ร่วมมือกับ คสช.มาอย่างต่อเนื่อง
จากนั้นเวลา 11.20 น. ผู้ว่ากทม. พร้อมคณะได้เดินทางมาดูความคืบหน้าการก่อสร้างอุโมงค์ระบายน้ำใต้คลองบางซื่อ ถ.กำแพงเพชร พร้อมกล่าวว่า ตนมาติดตามความคืบหน้าการก่อสร้างอุโมงค์ยักษ์แห่งที่สอง ซึ่งจะเป็นอุโมงค์ลอดคลองบางซื่อ ไปออกที่แม่น้ำเจ้าพระยาที่วัดแก้วฟ้าจุฬามณี ความยาว 6.4 กม.งบประมาณ 2,400 ล้านบาท ประสิทธิภาพระบายน้ำ 60 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เริ่มก่อสร้างตั้งแต่ ก.ย.2556 จะแล้วเสร็จ ก.ย.2559 ขณะนี้มีความคืบหน้า 17 เปอร์เซ็นต์เร็วว่ากำหนดเล็กน้อย แต่ตนอยากให้การก่อสร้างเร็วกว่าเดิม เพื่อสร้างความมั่นใจให้ประชาชนในการแก้ปัญหาน้ำท่วม โดยโครงการก่อสร้างอุโมงค์ยักษ์แห่งนี้จะเริ่มนำหัวเจาะขุดอุโมงค์ตั้งแต่เดือนหน้า เมื่อก่อสร้างเสร็จจะช่วยแก้ปัญหาน้ำท่วมในบริเวณนี้่ได้หลายพื้นที่ อาทิ จตุจักร บางซื่อ ห้วยขวาง ราชเทวี พญาไท และลาดพร้าว เป็นต้น โดยขนาดปริมาณอุโมงค์กว้าง5. 40 เมตร จะช่วยระบายน้ำได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้นในบริเวณนี้เพื่อนำน้ำออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยาต่อไป



