ข่าว

'เปปเปอร์'นักร้องดังแจงข่าวยื้อเป่าวัดแอลกอฮอล์

'เปปเปอร์'นักร้องดังแจงข่าวยื้อเป่าวัดแอลกอฮอล์

06 ก.ย. 2557

"เปปเปอร์"วงยูเอชที เจอด่านตรวจเมาไม่ยอมเป่าอ้างไม่มั่นใจอุปกรณ์ ตร.เจรจา 2 ชั่วโมงยอมเป่าแค่ 2 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ รับดื่มค็อกเทลก่อนขับรถ ล่าสุดเจ้าตัวแจง

                  เมื่อเวลา  22.30 น.วันที่  5 กันยายนพ.ต.ท. ชยุต เดชะศิริพงษ์ สว.จร.สน.สมเด็จเจ้าพระยา พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร ปฏิบัติหน้าที่ตั้งด่านตรวจวัดแอลกอฮอล์ อยู่บริเวณแยกปากคลองสาน แขวง คลองสาน เขต คลองสาน กทม.  พบรถ ยี่ห้อ นิสสัน รุ่น แฟร์เลดี้ สีขาว หมายเลขทะเบียน ธธ 56 กรุงเทพมหานคร  ต้องสงสัยขับมาจาก ถนนลาดหญ้าลักษณะคล้ายเมาสุรา จึงขอเรียกตรวจค้น พบผู้ขับขี่คือ  ดร.รัฐศาสตร์ กรสูต หรือเปปเปอร์  อายุ 38 ปี อดีตนักร้องดังวงบอยแบนด์ ยูเอชที  มีอาการคล้ายเมาสุรา เจ้าหน้าที่จึงขออนุญาตให้เป่าตรวจวัดแอลกอฮอล์ แต่เจ้าตัวปฏิเสธไม่ยอมให้ความร่วมมือใดๆกับเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งสิ้น และพูดจาค่อนข้างเสียงดังไม่ยอมลงจากรถ
        
                 พ.ต.ท. ชยุต บอกว่า เมื่อเจ้าหน้าที่ขอเป่าวัดแอลกอฮอล์ แต่ดร.รัฐศาสตร์ กลับปฏิเสธการขอเป่าและใช้ถ้อยคำที่ไม่สุภาพกับเจ้าหน้าที่โดยอ้างว่า ไม่เชื่อมั่นในเครื่องมือของเจ้าหน้าที่ตำรวจ อีกทั้งอ้างถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจชั้นผู้ใหญ่ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติอีกด้วย โดยเจ้าตัวไม่ยอมลงจากรถเจ้าหน้าที่จึงเกลี่ยกล่อมเพื่อให้ลงจากรถใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมง จึงยอมลงจากรถและเดินทางมาตรวจวัดแอลกอฮอล์ต่อหน้าเจ้าหน้าที่ตำรวจและสื่อมวลชนที่สน.สมเด็จเจ้าพระยา  จากการตรวจวัดจำนวน 3 ครั้งพบว่า สองครั้งแรกไม่พบปริมาณแอลกอฮอล์ แต่การตรวจวัดครั้งที่3 พบปริมาณแอลกอฮอล์ 2 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ เจ้าหน้าที่จึงว่ากล่าวตักเตือนพร้อมลงบันทึกประจำวันเพื่อเป็นหลักฐาน
        
                 “ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานด้วยความสุภาพ และปฏิบัติตามขั้นตอน สำหรับอุปกรณ์ก็มั่นใจในประสิทธิภาพที่เชื่อถือได้ เนื่องจากมีการตรวจสอบผ่านการรับรองของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ถ้าอุปกรณ์ไม่ผ่านมาตรฐานจะไม่นำมาใช้งานเด็ดขาด แต่ดาราหนุ่มคนดัง ซึ่งตอนแรกพวกเราก็ไม่รู้ก็ไม่ยอมท่าเดียว บอกว่าไม่มั่นใจตำรวจ ไม่มั่นใจอุปกรณ์ ขอตรวจที่โรงพยาบาล  และยังมีพฤติกรรมไม่ให้ความร่วมมืออ้างตำรวจชั้นผู้ใหญ่ จริงๆแล้วสามารถเอาผิดข้อหาขัดคำสั่งเจ้าพนักงานได้ โดยความผิดนี้มีโทษปรับครั้งละ 1,000 บาท ถ้าในช่วงเวลานั้นขัดคำสั่งหลายครั้งก็หลายพันบาท แต่เราต้องการเป็นมิตรกับประชาชนก็ไม่ถือสาเอาความ เนื่องจากได้ตักเตือนทำความเข้าใจในเรื่องอุปกรณ์ และการให้ความร่วมมือเจ้าหน้าที่เรียบร้อยแล้ว จึงไม่ถือสาหาความ” สว.จร.สน.สมเด็จเจ้าพระยากล่าว        
        
                 ด้าน ดร.รัฐศาสตร์ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ได้กินข้าวกับเพื่อนสาวที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งย่านปากคลองสาน โดยดื่มค็อกเทลไปแก้วเดียว และกำลังจะไปส่งเพื่อนสาวที่บ้านพักย่าน บุปผาราม กระทั่งเจอด่านตรวจวัดแอลกอฮอล์ตรงแยกปากคลองสาน นาทีนั้นคิดอย่างเดียวคือไม่ยอมเป่า ไม่ยอมให้ตรวจเพราะเเคยมีประสบการณ์ ขับรถจากออฟฟิศจะกลับบ้านโดยไม่มีการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แม้แต่นิดเดียว แล้วก็ไปเจอด่านตรวจเมาแล้วขับในพื้นที่ สน.มักกะสัน แต่เครื่องวัดระบุว่าตนมีแอลกอฮอล์ ทำให้ไม่มั่นใจตำรวจ โดยเฉพาะเครื่องตรวจวัดแอลกอฮอล์
        
                 “พอมาเจอครั้งนี้ผมก็รู้สึกไม่มั่นใจกลัวจะเป็นเหมือนครั้งที่เคยโดน ก็เลยไม่ยอมตรวจไม่ยอมเป่าในตอนแรก กลัวจะไม่ได้รับความเป็นธรรม หรือถูกกลั่นแกล้งจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ผมก็ต่อรองให้ตรวจที่โรงพยาบาลได้ไหม เพราะมีโรงพยาบาลสมเด็จเจ้าพระยาอยู่ใกล้ๆ ซึ่งจะทำให้ผมมั่นใจกว่า แต่ตำรวจก็ไม่ยอมยังต่อรองให้ไปที่โรงพัก สุดท้ายผมก็ไปแล้วให้ตำรวจทดสอบอุปกรณ์ให้ดูก่อนจนมั่นใจ ว่าเครื่องเป่าแอลกอฮอล์ไม่หลอก ผลเป่าออกมาก็มี 2 มิลกรัมเปอร์เซ็นต์ เพราะผมดื่มมาจริง ซึ่งดื่มค็อกเทลเพียงแก้วเดียว แน่นอนว่ามันน้อยกว่าเบียร์ 1 แก้วด้วยซ้ำ มั่นใจว่าไม่ผิดกฎหมายที่กำหนดแน่นอน ที่ไม่ยอมเป่าเพราะไม่มั่นใจตำรวจกับอุปกรณ์จากประสบการณ์ที่ผ่านมาเท่านั้นเอง สำหรับเหตุการณ์ครั้งนี้ก็ได้ทำความเข้าใจกับตำรวจและขอโทษขอโพยเรียบร้อย” เปปเปอร์ ดาราหนุ่ม อธิบาย
          
                 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับด่านตรวจวัดแอลกอฮอล์ หรือด่านตรวจเมาแล้วขับ จะมีอุปกรณ์อยู่ 2 ชนิด โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ยืนคัดครองที่ด่านจะมีอุปกรณ์สำหรับตรวจสอบผู้ขับขี่ว่ามีการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มาหรือไม่ ซึ่งจะไม่สามารถวัดค่าปริมาณแอลกอฮอล์ออกมาเป็นระดับตัวเลขได้ จะมีเพียงสัญญาณไฟสีเขียวกับสีแดง ถ้าเกิดเจ้าหน้าที่ยื่นมาให้ผู้ขับขี่เป่าปรากฏผลเป็นสีเขียวคือไม่ได้ดื่มแอลกอฮอล์มา หากเป็นสีแดงแสดงว่ามีการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มา จากนั้นค่อยเชิญตัวมาเป่ากับเครื่องวัดค่าระดับแอลกอฮอล์อีกครั้ง หาปริมาณแอลกอฮอล์ไม่เกิน 50 มิลกรัมเปอร์เซ็นเจ้าหน้าที่จะทำบันทึกประวัติ ว่ากล่าวตักเตือนแล้วปล่อยตัวไป หากเกินจากนี้ก็จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย สำหรับการยื้อระยะเวลาไม่ยอมเป่าไปนานหลายชั่วโมง ก็จะมีผลให้ระดับแอลกอฮอล์ลดลง แต่ไม่มาก ซึ่งในกรณีของดาราหนุ่มเปปเปอร์เจ้าหน้าที่ตำรวจระบุว่าปริมาณแอลกอฮอล์ไม่น่าจะเกินกว่ากฎหมายกำหนดตั้งแต่แรก เพียงแต่ไม่ให้ความร่วมมือเท่านั้นเอง

 

'เปปเปอร์'นักร้องดังแจงข่าวยื้อเป่าวัดแอลกอฮอล์


                 ต่อมาเวลา 11.30 น. ดร.รัฐศาสตร์ กล่าวว่า ข่าวที่ออกมามีความคลาดเคลื่อน ตนจึงขอแก้ข่าวใน 3 ประเด็น เรื่องแรกที่พูดไปว่า เคยถูกจับคดีเมาแล้วขับที่ สน.มักกะสัน นั้น ไม่เป็นความจริง ตรวจสอบประวัติดูได้ ตนไม่เคยถูกจับในคดีเมาแล้วขับมาก่อน มีเพียงช่วงประมาณ 1 เดือนก่อนหน้านี้ ขณะที่ตนกำลังขับรถเดินทางกลับจากที่ทำงาน โดยที่ไม่ได้ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ก็มาเจอด่านตรวจแถวพระราม 9 เจ้าหน้าที่ได้เรียกตรวจ ซึ่งตนได้ให้ความร่วมมือปกติ ด้วยความบริสุทธิ์ใจจึงลงไปเป่าเครื่องตรวจวัด แต่ปรากฏว่า ผลที่ออกมากลับขึ้นว่าเกินปริมาณที่กฎหมายกำหนด นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังขอตรวจค้นรถ ตนจึงพยายามอธิบายเหตุผลให้ฟังว่าไม่ได้เมา หรือดื่มเหล้ามา โดยใช้คำพูดที่สุภาพ ภายหลังจากที่พูดคุยกันและเจ้าหน้าที่ได้ใช้ไฟฉายส่องดู เห็นการแต่งตัวของตนที่เพิ่งทำงานเสร็จมาจึงเชื่อ ก่อนจะปล่อยตัวไป
 
                 นายรัฐศาสตร์ กล่าวต่อว่า จากเหตุการณ์ที่ด่านพระราม 9 พอมาเจอด่านตรวจแอลกอฮอล์อีกเมื่อคืนนี้(5 ก.ย.) ตนจึงรู้สึกไม่มั่นใจอุปกรณ์ของเจ้าหน้าที่ เมื่อถูกเรียกตรวจจึงขอไปตรวจที่สถานที่เป็นกลาง และมีพยานรู้เห็น คือ รพ.สมเด็จพระเจ้าตากสิน ซึ่งอยู่ติดกับด่าน โดยขอให้แพทย์หรือพยาบาลเป็นคนตรวจให้ แต่ทางตำรวจไม่ยินยอม จึงต้องไปเป่าที่ สน.สมเด็จเจ้าพระยา แทน โดยเป่าไปถึง 3 ครั้ง ครั้งที่ 1-2 ไม่พบปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกาย แต่มามีในครั้งที่ 3 ในปริมาณเพียง 2 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ซึ่งข่าวที่บอกว่าตนยื้อ เพื่อให้ปริมาณแอลกอฮอล์ลดลงจนทำให้เป่าผ่านนั้น ไม่เป็นความจริง เพราะตนสั่งค็อกเทล ซึ่งมีปริมาณแอลกอฮอล์เบาบาง มาเพียง 2 แก้ว โดยดื่มไปแค่แก้วเดียว ส่วนอีกแก้วแฟนสาวเป็นคนดื่ม
 
                 "เรื่องที่ 2 คือข่าวออกมาว่า ผมมีปากเสียงกับตำรวจ และมีการอ้างนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอยืนยันว่า ขณะถูกเรียกตรวจ ผมได้ใช้คำที่สุภาพพูดคุยกับตำรวจ ไม่ได้มีปากเสียงกัน หรืออ้างนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ โดยระหว่างที่อธิบายให้ตำรวจฟังว่าไม่ได้เมาอยู่นั้น ได้มีเพื่อนที่รู้จักกับนายตำรวจระดับสารวัตรของ สน.สมเด็จเจ้าพระยา โทรศัพท์ไปจะปรึกษา แต่ตำรวจคนนั้นไม่ได้รับสาย เรื่องที่ 3 รูปภาพข่าวที่ออกมา อาจเป็นเพราะอยู่ในช่วงเวลากลางคืน ทำให้ใบหน้าตนดูคล้ายกับคนเมา" อดีตนักร้องชื่อดัง ชี้แจง