ข่าว

'บิ๊กตู่'ลั่นเลิกกฎอัยการศึกเมื่อใดจะบอก

'บิ๊กตู่'ลั่นเลิกกฎอัยการศึกเมื่อใดจะบอก

06 ก.ย. 2557

'บิ๊กตู่'ลั่นเลิกกฎอัยการศึกเมื่อใดจะบอก ทำสถานการณ์คลี่คลายโดยเร็ว บอก'รักพวกผมก็ รักน้อยๆ แต่รักนานๆ'

               เมื่อเวลา  20.15 น. วันที่ 5 ก.ย.2557 พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวในรายการ "คืนความสุขให้คนในชาติ" ถึงการเรียกร้องให้ยกเลิกกฎอัยการศึก ว่า อย่ากังวล จะพยายามทุกอย่างที่จะทำให้ทุกสถานการณ์คลี่คลายได้โดยเร็ว

              "ท่านก็ทราบดีว่ายังมีอะไรเกิดขึ้นในปัจจุบัน อาจจะมองไม่เห็น แต่พวกเรามองเห็น เพราะเรามีคณะทำงาน มีคนติดตามสถานการณ์ ประเมินสถานการณ์มาโดยตลอด ผมไม่ได้ต้องการจะประกาศไว้ แต่อย่างไรก็ตาม ก็ต้องมีการลดไปตามลำดับในระยะเวลาข้างหน้า เมื่อไหร่ผมจะบอกให้เอง แต่เราต้องมีมาตรการที่จะทำให้เกิดความมีเสถียรภาพ ก็รอฟัง อย่าเพิ่งไปพูดกันล่วงหน้า เดี๋ยวขยับขยายไปเรื่องโต้แย้งกันอีก" พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

 

แถลงนโยบายรัฐบาลหลัง 9 ก.ย.


              พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม ที่ผ่านมา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม แต่งตั้งคณะรัฐมนตรีเป็นที่เรียบร้อย นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างล้นพ้น และโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อวันที่ 4 กันยายน ที่ผ่านมา นั้น คณะรัฐมนตรีได้เข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณตน เพื่อรับหน้าที่แล้ว โดยจะมีการประชุมคณะรัฐมนตรีนัดแรกวันที่ 9 กันยายน จากนั้นจะต้องมีการแถลงนโยบายต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ซึ่งการชี้แจงหรือการแถลงนโยบายต่างๆ นั้น คงจะหลังวันที่ 9 กันยายนไปแล้ว โดยจะนัดเวลากับสภานิติบัญญัติแห่งชาติอีกครั้งหนึ่ง ในส่วนของการบริหารราชการแผ่นดินต่อไปนี้นั้น หลังจากการแถลงนโยบายไปแล้ว ก็จะเป็นการมอบหรือส่งต่อการบริหารราชการแผ่นดิน ให้เป็นหน้าที่ของรัฐมนตรีต่อไป โดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ จะเป็นผู้ประสานงานและติดตามความก้าวหน้าในการดำเนินการให้เชื่อมต่อกัน ระหว่างระยะ 1 ระยะที่ 2

              พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า สำหรับการประชุม ครม.นัดแรกหลักๆ ก็คงเป็นเรื่องของการถกแถลงเรื่องนโยบายของรัฐบาล ที่จะมาแถลงต่อ คสช.ให้การยอมรับกันใน ครม.ก่อน และก็นำไปสู่ สนช.ในวันเวลาอันใกล้นี้ เพื่อจะทำงานให้เต็มรูปแบบ เพราะฉะนั้นวันที่ 9 กันยายนเป็นวันเริ่มต้นการทำงานของทุกกระทรวง ก็ต้องการให้ครบ เพราะว่าการทำงานจะเห็นได้ว่า เราพยายามเดินตามกฎหมาย ตามกติกา ตามรัฐธรรมนูญ เราจะไม่ทำงานก่อนถวายสัตย์ วันนี้ถวายสัตย์แล้ว ก็ต้องไม่ทำงานก่อนการแถลงนโยบายของรัฐบาล ฉะนั้นเราแถลงวันที่ 9 กันยายน หลังจากนั้นก็จะเข้าไปทำงานตามกระทรวง วันนี้อย่าให้ใครไปเรียกร้องอะไรก่อนล่วงหน้า อย่างโน้น อย่างนี้ คนนั้นชอบนี่ คนนั้นชอบนั่น เราต้องติดดินให้มากที่สุด เราต้องติดดินเราเป็นข้าราชการ เราเป็นรัฐบาลต้องติดดิน ดูแลประชาชน

 

ระบุการเข้าสู่ประชาคมศก.อาเซียนต้องคำนึงถึง3เสาหลัก



                พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ว่า เราต้องมาคำนึงถึง 3 เสาหลักของอาเซียน ซึ่งกำหนดไว้แล้วว่าได้แก่ เสาแห่งความมั่นคง เสาแห่งเศรษฐกิจ เสาแห่งสังคมและวัฒนธรรม ซึ่งจะต้องเดินหน้าต่อไปให้ได้ภายในกรอบของอาเซียน และประชาคมโลกในอนาคต เพราะฉะนั้นในทุกกลุ่มที่ว่านั้นจะต้องมีพื้นฐานงานด้านความมั่นคงลงไปด้วย ในภาพรวมภาพใหญ่และในกลุ่มของตนเองคือกลุ่มเศรษฐกิจ กลุ่มสังคมและวัฒนธรรมก็ต้องมีภาพความมั่นคงใส่ไปด้วย เพื่อให้เกิดความมีเสถียรภาพ สร้างความเข้มแข็งเกื้อกูลซึ่งกันและกัน ต่างคนก็ต่างทำหน้าที่เพื่อผลประโยชน์ของตนและส่วนรวม ประเทศชาติ โดยปราศจากความขัดแย้งให้มีการเผื่อแผ่ แบ่งปัน มีจิตสำนึกเป็นสาธารณะ ไม่เอารัดเอาเปรียบ เห็นอกเห็นใจกัน ทุกภาคส่วนต้องช่วยกันดูแลกัน รัฐบาลนั้น ตนเคยเรียนไว้แล้วว่าเราไม่สามารถจะดูแลเฉพาะกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งได้ เพราะเรามีงบประมาณจำกัดของรัฐ เพราะฉะนั้นจำเป็นต้องเฉลี่ยงบประมาณเหล่านั้น ซึ่งมีไม่มากนักให้เพียงพอบนพื้นฐานของความทั่วถึงและเป็นธรรมทุกพื้นที่ ผู้มีรายได้น้อยอาจจะมองว่าผู้มีรายได้มากเอารัดเอาเปรียบ ก็ต้องเข้าใจว่าเขามีการลงทุนขนาดใหญ่ ใช้เวลา ฉะนั้นเขาก็มีผลตอบแทนที่มากกว่า และประเด็นสำคัญคือเป็นรายได้หลักของรัฐ เพราะฉะนั้น ถ้าเขามาโดยสุจริตเราคงต้องช่วยกัน อย่าไปตำหนิว่ากล่าวอะไรเลย เว้นแต่ผู้ที่ไม่สุจริตร่ำรวยมาไม่สุจริตก็ว่ากันไป

                พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า สำหรับภาคอุตสาหกรรม การแปรรูป ในรูปผลประโยชน์ให้รัฐ ภาษี มีอยู่หลายขั้นตอนไม่ใช่เก็บภาษีตรงนี้ที่เดียว พอเขาทำเป็นวัตถุดิบเพื่อการอุตสาหกรรม ต่อไปก็มีการเก็บภาษีแต่ละขั้นตอนไปอีก ในการที่ผลิตสินค้าแต่ละประเภท เท่ากับเสียภาษีหลายระดับด้วยกัน เขามีรายได้มากก็ต้องเสียมากเป็นธรรมดา จะมีการปรับปรุงภาษีอีกครั้งหนึ่งในระยะเวลาอันใกล้นี้ ส่วนผู้มีรายได้น้อย ตนเห็นใจจริงๆ แต่ถ้าเราไม่พัฒนาตัวเอง เราก็จะไม่สามารถเข้ามาอยู่ในระบบภาษีได้ เพราะฉะนั้นถ้าคนไทยทุกคนหรือส่วนใหญ่สามารถเข้ามาสู่ระบบภาษีได้ สัก 70 % - 80 % มากกว่าปัจจุบัน เราจะมีรายได้ให้กับรัฐมากขึ้น เมื่อมีมากขึ้นงบประมาณที่ได้มาก็สามารถจะไปเฉลี่ยไปดูแลคนทุกกลุ่มทุกฝ่ายได้อย่างที่ทุกคนต้องการได้มากขึ้น เพราะฉะนั้นเราจะทำอย่างไร รัฐบาลนี้มีหน้าที่จะทำอย่างไรให้ประชาชนนั้น สามารถที่จะเข้ามาอยู่ในระบบภาษีได้ ไม่ต้องกลัวการเสียภาษี ต้องเป็นธรรมอยู่แล้ว รายได้น้อยก็เสียน้อย รายได้มากก็ต้องเสียมาก ฉะนั้นเรามีนโยบายว่าทำอย่างไรรัฐบาลที่เราจะมีต่อไปจะเพิ่มรายได้และยกระดับอาชีพให้ได้ ส่งเสริมให้ผู้มีรายได้น้อยได้พยายามพัฒนาปรับปรุงตนเอง รวมกลุ่มกัน ถ้าท่านกระจัดกระจายกันไปก็ไม่สามารถที่จะบริหารจัดการได้ เรื่องงบประมาณ เรื่องการช่วยเหลือ กองทุนต่างๆ ไม่ได้ ท่านต้องรวมกลุ่มของท่านให้ได้ด้วยตัวของท่านเอง เพื่อที่จะได้ง่ายในการบริหารจัดการรัฐจะได้ช่วยเหลือได้ สร้างโอกาสได้ ยกระดับตนเองได้ ให้หลุดพ้นจากความยากจน ด้วยความพอเพียงก่อน

                พล.อ.ประยทุธ์ กล่าวว่า ส่วนคำว่า พอเพียงคือว่าพอประมาณ มีเหตุมีผล มีภูมิคุ้มกัน จากนั้นค่อยขยับขยายลงทุนขยายกิจการ เกษตรกรก็ต้องลดรายจ่าย ทำบัญชีครัวเรือน บางคนบอกว่าทำแล้วเป็นอย่างไร เป็นหนี้อยู่เสมอก็ค่อยๆ ทำกันไป เดี๋ยวสักวันก็ลดหนี้ลงได้ แบบค่อยเป็นค่อยไป อะไรที่ไม่จำเป็นตนก็อยากให้มีการอดออมไว้ก่อน ลูกหลานสำคัญต้องสอนให้เขารู้จักฐานะตนเอง ลูกต้องไม่รบกวนพ่อแม่จนเกินไป จนต้องไปกู้หนี้ยืมสิน ต้องช่วยพ่อแม่สร้างฐานะก่อนก็ต้องอดทน เพื่อวันข้างหน้าเราจะได้เจริญเติบโตขึ้นมาแล้วเลี้ยงดูพ่อแม่ได้ในอนาคต อย่าไปหลงติดการพนัน สุรา ยาเสพติด ใช้ของราคาแพงเกินตัว พ่อแม่ก็จะไม่เกิดหนี้สินนอกระบบ ต้องกู้เงินมาให้ลูกใช้เรียนหนังสือด้วย ซื้อรถ ซื้อมอเตอร์ไซค์ ซื้ออะไรต่างๆ ซึ่งเกินฐานะ ท้ายสุดพ่อแม่ทำไงก็ต้องขายที่ขายนา วันนี้ก็เลยกลายเป็นคนที่ไม่มีที่ดินทำกิน ก็เดือดร้อนกันไปหมด รัฐก็ไม่ทราบว่าจะทำอย่างไร เพราะที่ดินเราก็จำกัด ลูกคงต้องช่วยพ่อแม่ในการศึกษาเล่าเรียกก่อน เป็นคนดี ไม่ติดยา ไม่ไปหลงฟุ้งเฟ้อกับเรื่องอบายมุขต่างๆ เมื่อลูกๆ ดูแลตัวเองได้ พ่อแม่ก็ไม่เป็นภาระ พ่อแม่ก็ส่งเรียนหนังสือเท่าที่สามารถจะทำได้ มีสิ่งเดียวที่คนรายได้น้อยจะให้เป็นมรดกกับลูกหลานได้คือการศึกษาเท่านั้นเอง เพื่อเขาจะได้พัฒนาตัวเองได้ในอนาคต พอจะให้เป็นทรัพย์สมบัติถึงลูกถึงหลาน ในขณะที่ฐานะก็ไม่ดี เป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นอยากให้ลูก อย่างที่ตนบอกแล้วในค่านิยม 12 ประการที่พูดไปแล้วต้องดูแลพ่อแม่ อยู่ในระเบียบวินัย เคารพครูบาอาจารย์กตัญญู สิ่งเดียวที่ท่านทำได้คืออย่าทำให้พ่อแม่เป็นทุกข์ อย่าทำให้ผู้ปกครองเป็นทุกข์ เพราะเป็นทุกข์ที่ตนอยากใช้คำว่าเป็นทุกข์ยั่งยืน พอหมดจากพ่อแม่ไปแล้วก็ต้องตัวเอง ลูกหลานก็ลำบากต่อไปอีก เพราะฉะนั้นเราต้องแก้ตรงนี้ให้ได้ ถ้าหากเรารอรัฐอย่างเดียวไม่ทั่วถึงก็เป็นการแก้ปัญหาชั่วคราว บรรเทาความเดือดร้อน
     
                " ในเรื่องของการใช้รัฐสวัสดิการ ไม่ว่าจะในเรื่องของสาธารณสุข เรื่องของการช่วยเหลือเยียวยาต่างๆ เหล่านี้ ถ้าประเทศเรามีรายได้มาก มีภาษีจากการค้าขาย ส่งออก การแปรรูปจากวัตถุดิบที่เราผลิตได้มากมาย ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เราจะมีเงินก้อนใหญ่มาทำทุกเรื่องได้ทั้งพัฒนาประเทศ รัฐสวัสดิการ สาธารณูปโภคพื้นฐานที่ดีเพียงพอในทุกพื้นที่ " พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว



ย้ำชัดรบ.ชุดนี้จะทำทุกอย่างให้โปร่งใสระบุยังมีงานอีกหลายด้านต้องพัฒนาปท.


                พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว กล่าวถึงการดูแลข้าราชการ ผู้สูงอายุ พ่อแม่ ว่า วัฒนธรรมไทยเป็นอย่างนั้นต้องดูแลผู้หลักผู้ใหญ่ เป็นความอบอุ่นในสังคมไทย ในเรื่องของการรักษาพยาบาลหลาย ๆ ประเทศในโลกยังไม่มีความพร้อม ประเทศของเราถือว่าดีดีมากในขั้นตอนขณะนี้ อาจจะยังไม่มากนัก อาจจะยังมีปัญหาอยู่บ้าง แต่ถือว่าดีกว่าหลาย ๆ ประเทศในโลก บางประเทศนั้นยังไม่มีความพร้อม รายได้ไม่เพียงพอทั้งนี้ก็ด้วยการเมือง การปกครองอะไรต่าง ๆ ด้วยก็ทำให้ต้องมีรัฐสวัสดิการ แต่ตัวเองไม่พร้อมจะเห็นได้ว่าบางประเทศในโลกนี้กำลังจะล้มละลายจากการใช้รัฐสวัสดิการมากมายจนเกินไป เกินกำลังของตนเอง เราต้องช่วยกันขับเคลื่อน รายได้มากตอบแทนรัฐบาลให้มาก อย่าหลีกเลี่ยงภาษี อันนี้ขอร้องจริง ๆ อย่าหลีกเลี่ยงภาษี และก็เผื่อแผ่คนรายได้น้อยไม่กดราคา ไม่เอากำไรมากนัก ซื่อสัตย์ต่อตนเองต่อผู้อื่นด้วย คนระดับกลางก็พัฒนาตนเองให้ดีมากขึ้นช่วยรัฐให้มากขึ้น คนรายได้น้อยก็ต้องพยายามยกระดับหางานที่สุจริต มีรายได้ที่เหมาะสม ไม่ไปยุ่งเกี่ยวอบายมุข หรือความไม่โปร่งใสอะไรก็แล้วแต่ในการประกอบอาชีพ

                พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า รัฐบาลจะทำทุกอย่างด้วยความโปร่งใสและมีประสิทธิภาพตรวจสอบได้ มุ่งผลสัมฤทธิ์เพื่อประเทศชาติ ข้าราชการก็ต้องมีจิตใจที่ให้การบริการประชาชนอย่างเต็มที่ เพราะทุกคนต้องตระหนักเสมอว่าเราคือครอบครัวเดียวกัน ครอบครัวของคนไทย ประเทศไทย ต่อไปครอบครัวเราก็ใหญ่ขึ้นไปเป็นครอบครัวอาเซียน เราจะต้องนำครอบครัวเราไปคบค้าสมาคมกับครอบครัวคนอื่นเขา ทั้งประชาคมอื่น ๆ และเราต้องไปแข่งขันด้วย ขณะเดียวกันก็ต้องแข่งขันการค้ากับเขาด้วย เราไม่สามารถอยู่คนเดียวได้ในโลกนี้อีกต่อไป วันนี้โลกไร้พรหมแดน

                "วันนี้เรามีหลายเรื่องที่ต้องพัฒนา เราไม่สามารถที่จะอยู่ในโลกนี้ แต่เพียงผู้เดียวได้ ผมย้ำคำนี้ บางคนบอกว่าไทยเราเข้มแข็งพอแล้ว เราไม่ต้องไปพึงพาอาศัยใคร เราไม่เคยเป็นเมืองขึ้นของใคร ผมว่าตอนนี้ต้องหยุดคิดตรงนี้ไว้ก่อน นั่นคือความภาคภูมิใจ นั่นคือประวัติศาสตร์ชาติพันธุ์ของเรา แต่เราต้องมาเรียนรู้ว่าเราจะพัฒนาตนเองอย่างไร สิ่งที่ผมอยากให้มีการพัฒนามากที่สุดในขณะนี้คือการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ทุกคนมีความหมาย ทุกคนเป็นกำลังสำคัญของประเทศชาติ ต้อง เพิ่มการเรียนรู้ในทุกระดับ ปรับทัศนคติการอยู่ร่วมกัน เคารพกฎหมาย ลดความขัดแย้ง เห็นต่างแต่ต้องอยู่ร่วมกันให้ได้ อย่าไปขัดแย้งขนาดใหญ่ยกพวกตีกันหรือขัดแย้งกันทุกเรื่อง ทุกราวทำอะไรไม่ได้สักอย่าง ตอนนี้ก็พัฒนาประเทศไปไม่ได้ ต้องหารือกัน มีความพึงพอใจ ไม่ใช่ว่าจะต้องได้ 100% อาจจะได้สัก 50% 60% 70% แต่สิ่งที่สัมฤทธิ์ออกมาก็คือเราสามารถที่จะดูคนจำนวนมากได้ แต่เราต้องไม่ทิ้งคนส่วนน้อยเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นถ้าส่วนน้อยจะเอามาก ส่วนใหญ่ก็ไม่ยอม ส่วนใหญ่จะเอามาก ส่วนน้อยก็ไม่ยอม ไปไม่ได้แน่นอน เพราะฉะนั้นต้องดูที่ว่าประโยชน์อยู่ตรงไหนกัน วันนี้ได้แค่นี้ วันหน้าก็พัฒนามากขึ้น ถ้าเรารวมกันได้อย่างที่ว่า " นายกฯ กล่าว

                นายกฯ กล่าวต่อไปว่า เรื่องความมีคุณธรรมจริยธรรมและศีลธรรม สำคัญเพราะเราประกอบเป็นสังคมแห่งสันติสุข เพราะฉะนั้นการเป็นคนดีที่มีคุณธรรม เป็นองค์กรที่มีจริยธรรม นั่นคือสังคมแห่งสันติสุข พูดคุยหารือกันในทุกระดับ ลดความขัดแย้งไม่ใช่โต้เถียงกันจนบานปลายไป และข้อสำคัญคือเราอย่าให้คนที่ไม่ดีนั้นได้มาชี้นำเรา ถ้าเราไม่เรียนรู้ไม่พัฒนาตนเอง เราก็ไม่สามารถรวบรวมศักยภาพ หรือพลังของคนไทยให้เป็นหนึ่งเดียวได้ การพัฒนาเรื่องอื่นก็ไม่เกิด เราก็ต้องสู้กับการแข่งขันภายนอกไม่ได้ เพราะเราเสียเวลาอยู่กับการทะเลาะขัดแย้งกันเองมาตลอดเวลาที่ผ่านมา ที่ดีก็มี ที่ขัดแย้งมากก็มี เพราะฉะนั้นจะทำอย่างไรจะลดต่าง ๆ ทั้งหมดให้ดีด้วยกันทั้งหมด ดีมากดีน้อยก็ว่ากันไป แต่อย่าขัดแย้ง

                หลายประเทศที่มีการพัฒนาด้านศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ไปมากก็เจริญเร็ว จะเห็นได้ว่ารอบ ๆ บ้านเราก็มี บางประเทศสามารถที่จะขึ้นไปในระดับต้น ๆ ของโลกได้ ถึงแม้ว่าจะมีเนื้อที่เพียงเล็กน้อย เพราะเขาใช้สติปัญญาเขา แล้วไม่ขัดแย้ง แล้วเชื่อฟังกฎหมาย เคารพกฎหมาย และเดินไปตามนโยบายของรัฐทุกคนก็ไปได้ รัฐก็สามารถจะดูแลได้ทั่วถึง เราก็ต้องสร้างความโปร่งใสในทุกฝ่าย ทุกพวก ไม่มีการทุจริต ไม่โกงกิน ไม่ยอมรับในสิ่งที่ผิดกฎหมาย เราจะได้รับความเชื่อมั่นจากการลงทุน วันนี้ต้องระวัง ความเชื่อมั่นในการลงทุนของต่างประเทศ เขาดูในหลายมิติด้วยกัน ดูทั้งสภาพสังคมดูทั้งกฎหมายของเรา ดูทั้งการปฏิบัติตามกฎหมาย ดูทั้งความเชื่อมั่นในการลงทุนที่เกิดความมีเสถียรภาพของรัฐบาลเหล่านี้เป็นความเชื่อมั่นการลงทุนทั้งสิ้น ถ้าเราอยากให้ใครเขามาลงทุนมาก ๆ ในประเทศเราในบ้านเรา เราก็ต้องดูว่าเราต้องการอะไร ไม่ไปทำให้สังคมมีผลกระทบอย่างไร ไม่ไปทำให้เกิดมลภาวะอย่างไร แต่เราก็ต้องมีแรงจูงใจให้เขาเข้ามาด้วย ก็คือความมีเสถียรภาพ ซึ่งเราได้เปรียบหลายประเทศในโลกอยู่แล้ว คนไทยเป็นคนที่มีน้ำใจ เป็นคนที่ยิ้มแย้มแจ่มใส อย่าไปเปลี่ยนแปลงตัวเราเลย ไปเป็นคนขี้โมโหก้าวร้าวต่าง ๆ เหล่านี้ ทุกคนต้องปรับเปลี่ยน ผมเองก็ต้องปรับเปลี่ยนตัวเองเหมือนกันให้มีสติ มีอะไรต่าง ๆ ตลอดเวลา เราต้องระมัดระวังในเรื่องเหล่านี้ ในเรื่องของความเชื่อมั่นนั้นไม่ใช่แค่การค้าอย่างเดียว เป็นเรื่องของอุตสาหกรรม ในเรื่องของการท่องเที่ยว และอื่น ๆ หลายประเทศท่านเห็นอยู่แล้วว่าเขาเจริญอย่างไร เขามีความขัดแย้งกันหรือไม่ เพราะฉะนั้นเรามามองว่าทุกอย่างรัฐต้องเป็นคนทำทั้งหมด ทุกฝ่ายเรียกร้องทั้งหมด ไปไม่ได้ ทุกคนต้องมีสัดส่วนร่วมมือกัน ในทุกปัญหา ในทุกการแก้ปัญหา ในการที่จะเดินหน้าประเทศไทยไปข้างหน้า  




รบ.เตรียมเร่งเครื่องเพิ่มปริมาณการส่งออกแนะกลุ่มธุรกิจSME  


                พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงการส่งออกว่า จากสถิติ จากสื่อต่าง ๆ ก็ลงว่าการค้า การส่งออกเราลดลง อย่าเพิ่งตกใจ เราก็ต้องพยายามที่จะพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ ทำไมถึงส่งออกลดลง เพราะว่าเราต้องมีพิจารณาดูว่าสินค้าบางประเภทของเรา เรายังคงใช้เทคโนโลยีเดิมในการ ผลิต คุณภาพก็ยังเหมือนเดิมในหลายปีมาแล้ว อาจจะเป็น 10 ปีมาแล้ว ก็ยังเป็นแบบเดิม ส่งออกไป วันนี้หลายประเทศเขาพัฒนาหมดแล้ว ถ้าเราไม่พัฒนาจะตกยุค เพราะฉะนั้นเราจึงมีกองทุนต่าง ๆ ส่งเสริม SME เหล่านี้เพื่อจะมีการพัฒนาคุณภาพ ในเรื่องของ BOI ก็เช่นกัน ปรับปรุงเครื่องไม้ เครื่องมือ เครื่องจักร ให้ทันสมัยมากขึ้น เพื่อได้รับการยอมรับไม่ใช่ของผลิตออกมา แล้วมาดูโรงงานแล้วเกิดความไม่เชื่อมั่น โรงงานดูไม่ได้เลย ต้องพัฒนาตัวเอง ปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง ถ้าเราไม่ปรับปรุงคุณภาพ เราเน้นปริมาณอย่างเดียวเราก็ขายไม่ออก ขณะเดียวกันเราก็มีปัญหาความขัดแย้งในประเทศอีก เสถียรภาพก็ไม่เกิด ทุกอย่างทำให้ลดความเชื่อมั่นลง การแข่งขันก็มากขึ้น วันนี้ข้อตกลงการค้าระหว่างประเทศ ทั้งทวิภาคี ระหว่างประเทศต่อประเทศ และพหุภาคี คือขนาดใหญ่หลายประเทศด้วยกัน มีการเปลี่ยนแปลงมากมาย ในข้อจำกัดทางด้านการค้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องภาษีบางอย่างเพื่อให้เกิดการแข่งขันกันมากขึ้น เพื่อให้ประชาชนในแต่ละประเทศได้รับผลประโยชน์มากขึ้น บางอย่างภาษีเหลือ 0% ฉะนั้นภาษีเรา 0% ราคาขึ้นอยู่กับต้นทุนกับราคา ถ้าเราต้นทุนสูง ด้วยค่าแรงงานบ้าง ค่าวัตถุดิบบ้างอะไรบ้าง ทำให้ราคาสูงโดยอัตโนมัติ เพราะฉะนั้นเราสู้เขาไม่ได้แน่นอนขายไม่ออก เพราะราคาแพงกว่า ยิ่งคุณภาพไม่ดีแล้ว ราคาไม่ดีแล้ว ไม่ดีอีกด้วยก็ยิ่งไม่ดีไปใหญ่ วันนี้ต้องเร่งพัฒนาในเรื่องของการผลิต ขีดความสามารถในการผลิตให้ดี เทคโนโลยีให้ทันสมัยมากขึ้น ควบคุณภาพให้มากขึ้น สร้างความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างประเทศกันให้ได้

                พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า มาตรการกีดกันการค้าของแต่ละประเทศเขาก็ไม่อยากให้มีการแข่งขัน การลงทุน การค้าขายในสิ่งที่เขาผลิตเองในประเทศ บางอย่างเขาก็จำกัดเรื่องนี้ให้เท่านั้นเท่านี้ บางอย่างก็ไม่เท่าเลยก็เหมือนกัน เราก็ทำอย่างนั้นเหมือนกัน เราต้องพัฒนาร่วมกันให้ได้ ต้องเข้มแข็งต้องรวมกลุ่มกันให้ได้ เราจะได้ขยายได้พัฒนาในทุกมิติจะได้ไปสู้เขาได้ในอนาคต เขาเรียกว่าความเข้มแข็งทางด้านเศรษฐกิจ หลายขั้นตอน หลายอย่าง ตั้งแต่วัตถุดิบเอง ซึ่งเราได้เปรียบอยู่แล้ว หลายอย่างเรามีวัตถุดิบเป็นจำนวนมาก แต่พอขั้นตอนการแปรรูปเพื่อจะไปค้าขายให้เขา เพื่อเพิ่มมูลค่า ไม่พัฒนาเราเร่งไปแล้วตลอด 3 - 4 เดือนที่ผ่านมา พยายามทำอย่างนี้อยู่แล้ว

                "เรื่องสำคัญ อีกประการหนึ่งคือว่า ปัญหาสำคัญของการประกอบการธุรกิจการค้า ถ้าต่างประเทศเขามา เขาจะได้ไม่ต่อว่า ช้า เสียเวลา ขั้นตอนมาก บางเรื่องเป็นเรื่องที่ควรจะวันเดียวเสร็จ บางทีใช้เวลาเป็นเดือน อย่างนี้ไม่ได้ ผมได้ให้หน่วยงานปรับลดเวลาทางธุรการให้เร็วที่สุดในลักษณะ One Stop Service เหมือนกัน เหมือนกับค้ามนุษย์ต่าง ๆ จดทะเบียนแรงงานต้องแก้ไขให้ได้ เพราะฉะนั้นต้องบูรณาการให้ทุกกิจการเกื้อกูลซึ่งกันและกัน เป็นไปตามยุทธศาสตร์ไม่สะเปะสะปะ ยุทธศาสตร์ของไทยเดินหน้าไปอย่างไร ประเทศจะเป็นประเทศอย่างไร อุตสาหกรรม เกษตรกรรม อะไรก็ว่าไปให้ชัด 5 ปี 10 ปี จะเกิดอะไรขึ้น ทำอย่างไร ถ้าเราเดินตามยุทธศาสตร์ที่ว่าได้ เราก็จะเกิดความก้าวหน้าในการพัฒนาไปตามลำดับ ไม่ว่าใครจะเป็นรัฐบาล ถ้าเดินไปตามนี้จะไม่มีปัญหาในเรื่องของการเมือง ท่านก็ไปว่าในการเมืองไป ถ้านำการเมืองมาเกี่ยวกับการบริหารจัดการ บริหารประเทศด้วยมีปัญหามาโดยตลอด เพราะฉะนั้น รัฐบาลต้องมีความชัดเจนในระดับนโยบายและกำหนดผู้ขับเคลื่อนว่า ใครจะขับเคลื่อนเรื่องใด อย่างไร ใครเป็นหลัก ใครเป็นรอง ใครเป็นเสริม และเข้าใจให้ตรงกัน จัดสรรงบประมาณให้เพียงพอ นี่คืองบประมาณของรัฐและต่างฝ่ายต่างเกื้อกูลซึ่งกันและกัน สอดเติมช่องว่างเข้าไป งบประมาณก็ใช้อย่างมีประสิทธิภาพ ความไว้วางใจซึ่งกันและกันก็จะเกิดขึ้น ทั้งส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค ส่วนท้องถิ่น " พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

 

 แนะปชช.ใช้ช่องทางสื่อกับรบ.ผ่าน"ศูนย์ดำรงธรรม-กอ.รมน."


                พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงการยื่นเรื่องการร้องเรียนต่างๆ ต่อรัฐบาลว่า เรามีช่องทางการติดต่อสื่อสาร วันนี้ประชาชนกับรัฐก็มีศูนย์ดำรงธรรม กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) อีก ที่พร้อมจะรับเรื่องร้องเรียน ติดต่อราชการหาความรู้ให้รายละเอียดและอำนวยความสะดวกให้ประชาชนผู้มาติดต่อราชการทุกจังหวัดให้รวดเร็วขึ้น วันนี้ผมได้รับรายงานมาว่า พัฒนาขึ้นตามลำดับ ขอบคุณประชาชนชาวไทย ขอบคุณศูนย์ดำรงธรรมและ กอ.รมน. จังหวัด รวมความไปถึงสำนักงานปฏิรูปต่าง ๆ ปฏิรูปปรองดองที่มีตั้งไว้แล้วเดิม วันนี้กำลังขับเคลื่อนงานทุกงานอยู่ จะเห็นได้ว่ามีการพัฒนา สร้างความเข้าใจมากขึ้น มีส่วนร่วมมากขึ้น

                พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ในส่วนของศูนย์การเรียนรู้ของกรมวิชาการเกษตร วันนี้ที่สั่งการลงไปแล้วสามารถตั้งได้ 882 ศูนย์ระดับอำเภอ จริง ๆ มีอีกมาก กำลังพัฒนาเพื่อจะให้ครบทุกอำเภอ ครบทุกพื้นที่ จะทำให้มากขึ้นโดยเร็ว จะมีข้อมูลให้เกษตรกรได้เรียนรู้ว่า จะปลูกอะไรให้เหมาะสมกับดินฟ้าอากาศแตกต่างกัน  แต่ละภาคแต่ละพื้นที่ก็ต่างกัน บางพื้นที่แล้งซ้ำซาก บางพื้นที่ทำนาได้  2 -3 ครั้ง อยู่ในเขตชลประทาน บางพื้นที่ไม่ได้อยู่ในเขตชลประทาน แต่ทุกคนก็อยากจะปลูกสินค้าเกษตรกรที่มีราคา ที่เป็นที่ต้องการ ก็เสียสองอย่างคือ ปลูกไปไม่ได้ผล รัฐต้องเสียค่าประกันความเสียหายอีกและปลูกไปราคาก็ไม่ได้ เสียเวลาเสียแรงเปล่า เพราะฉะนั้น ท่านต้องไปปรึกษากับศูนย์การเรียนรู้ที่ว่า จะทำอย่างไร ปลูกอะไรดี ปรึกษาเขาเถอะครับ เขามีความรู้ให้คำแนะนำต่าง ๆ ได้มากมาย ถ้าไม่มีปัญหา เราสามารถปรับนโยบายที่จะเพิ่มเติมเพื่อที่แก้ไขเป็นเรื่อง ๆ ได้  ถ้ากระจัดกระจายอยู่แบบนี้ช่วยยาก เพราะไม่รู้ใครเป็นใครขึ้นบัญชีกันให้เรียบร้อย

                พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า การทำเกษตรกรรมในแต่ละพื้นที่ว่าใครปลูกข้าว ปลูกยาง ต่าง ๆ บางคนไม่ลงทะเบียน ไม่มาลงทะเบียนกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่เขาจัดทำทะเบียน ก็ต้องไปทำ ไม่ต้องกลัวอะไรทั้งสิ้น ถ้าท่านไม่จดทะเบียน การช่วยเหลือก็เป็นไปได้ยาก เพราะฉะนั้นถ้าเราปล่อยกันให้เป็นไปตามยถากรรมเหมือนเดิม จะดูแลไม่ได้และการโซนนิ่งอะไรต่าง ๆ ก็ไม่เกิดขึ้น ก็เป็นแต่เพียงนามธรรมคู่ไปอย่างนั้น โซนนิ่ง ทำไม่ได้ เพราะประชาชนไม่เห็นด้วย ประเด็นไม่เห็นด้วยคือไม่เข้าใจ เพราะฉะนั้นเราต้องให้ศูนย์เหล่านี้สร้างการเรียนรู้ให้ได้ ต้องเข้าใจว่าทำอย่างนี้จะเกิดผลอย่างนี้ จะดีอย่างนี้ มีการปรับปรุงเทคโนโลยีอย่างไร เมล็ดพันธุ์พืชจะทำอย่างไร ปุ๋ยจะทำอย่างไร ปลูกอันนี้แล้วให้มีตลาดที่ไหน ไปขายที่ไหน ราคาควรเท่าไร วันนี้ทุกคนไม่ทราบว่า รัฐไปขายของได้เท่าไร เพราะฉะนั้น เวลาผลิตอะไรมาก็อยากจะได้ราคาสูง รัฐก็ต้องไปอุดหนุน อุดหนุนเสร็จก็มากองกันอยู่กับรัฐ รัฐก็ไปขายให้ใคร ก็ราคาก็ตกหมด เราพยายามทุกอย่างที่จะทำให้ราคาสูงขึ้น อันนี้เป็นระบบที่ต่อเนื่องเชื่อมโยงกัน เพราะฉะนั้น เราไม่อยากให้เกษตรกรผู้ที่มีรายได้น้อย ถูกเอารัดเอาเปรียบ รัฐไม่สามารถจะอุดหนุนได้ทุกอย่าง เรื่องยางก็เช่นเดียวกัน ต้องระมัดระวัง

                "วันนี้ราคายางก็พยายามเต็มที่ ที่จะแก้ปัญหา ผมว่าเป็นเรื่องที่หนักพอสมควร เรื่องยาง เรื่องข้าว เรื่องผลิตผลทางเกษตรอื่น ๆ บางอย่างก็ดีขึ้น บางอย่างก็ลดลงเป็นไปตามราคาตลาด เพราะฉะนั้นถ้ายังคงยืนราคาเดิมต่อไป โดยที่ไม่มีการปรับปรุงตัวเอง ไม่มีการโซนนิ่ง ไม่มีการควบคุม Demand Supply ให้พอเพียง ให้ทัดเทียมกันก็เป็นปัญหาอย่างนี้ตลอดไป ผมว่าถ้ายังยืนยันกันอยู่อย่างนี้ ราคาต้องเท่านี้ เท่านั้น ไปอย่างนี้ ถึงเราก็แก้ไม่ได้ ผมตายไปแล้ว ทุกคนตายไปแล้วก็แก้ไม่ได้ ก็กลับมาแบบเก่า เพราะฉะนั้น จะต้องพัฒนาทั้งระบบขอให้เห็นใจด้วย การประท้วงอะไรต่าง ๆ ขอให้มีเหตุ มีผล วันนี้มีความจำเป็น เพราะเราไม่ได้แก้ปัญหาผลิตผลทางการเกษตรอย่างเดียว แต่แก้ไปทุกปัญหา ที่เรามีอยู่ในปัจจุบัน บางอย่างมาก บางอย่างน้อย ต้องแก้มากก่อน น้อยก็ค่อย ๆ แก้ คู่ขนานกันไป " พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว


วอนคนไทยอย่าให้มาชี้นำระบุต้องหัดคิดเองอย่าเชื่อใครมาปลุกปั่น


                พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ระบบงานสาธารณสุขรักษาพยาบาลนั้น เรามุ่งหวังถึงการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน ถ้าประชาชนเข้มแข็ง ประเทศชาติก็เข้มแข็ง เพราะฉะนั้นการดูแลสาธารณสุขรักษาพยาบาล ถ้าเรายังมีรายได้รัฐอยู่อย่างนี้ การดูแลก็ยังไม่มาก ไม่เพียงพอ จะเห็นได้ว่ามีปัญหาพอสมควรในเรื่องของระบบ เรื่องของการดูแลประชาชน ทั้งสูงวัย ผู้หลักผู้ใหญ่ เด็กเล็กอะไรต่าง ๆ มีปัญหาหมด เพราะรัฐไม่มีเงิน ผมพูดตอนต้นมาแล้ว รัฐจะมีรายได้จากที่ไหนบ้าง เพราะฉะนั้น เราจะช่วยกันตรงไหน ก็ต้องไปช่วยกันถือว่าช่วยชาติ ถ้าเราดูแลคนไม่ดี ทุกอย่างก็อ่อนแอไปด้วย เด็กก็อ่อนแอ ผู้ใหญ่ก็อ่อนแอ คนสูงอายุก็อ่อนแอ ประเทศชาติก็อ่อนแอทั้งหมด เพราะฉะนั้น อย่าไปให้ใครเขามาชี้นำหรือมาปลุกระดมว่า เป็นเพราะอย่างนี้ อย่างนั้น ที่จนเพราะอย่างนี้ เพราะคนนี้ เพราะคนนั้น ผมว่าอย่าให้เขามาชี้เลย ท่านคิดเองท่านมองเหมือนผมมอง บางคนที่ผ่านมา ผมขออนุญาต บางคนบอกว่าสถาบัน เป็นเพราะสถาบันทำให้เป็นอย่างนี้ ผมกราบเรียนท่านเลย ท่านไม่เคยมาเกี่ยวข้อง ท่านต้องดูว่าที่ผ่านมาสถาบันทำหน้าที่อะไร ท่านทำทุกอย่างมาตั้งแต่อดีตในพื้นที่ ที่รัฐบาลไปไม่ถึงในที่ที่รัฐบาลยากจะไป ดูแลได้ไม่มากนัก ท่านก็ไปเสริมตรงนั้นให้ ท่านไม่เคยที่จะไปแย่งความรัก ความชอบอะไรจากใคร ท่านถือว่าทุกคนคือคนไทยของท่านทั้งสิ้น ท่านต้องมีหน้าที่ในการดูแลคน คนมีรายได้น้อย คนที่มีความเดือดร้อนเป็นหลักก่อน ช่วยรัฐบาลมาทุกรัฐบาล เพราะนั้นทุกคนต้องเข้าใจในกรณีนี้นะครับ ต้องมีสติใคร่ครวญหาเหตุผล อย่าไปเชื่อตามเขาปลุกปั่นอย่างโน้นอย่างนี้ ทำให้ไปล่วงละเมิดท่าน และพันต่อไปถึงกฎหมายอีก ว่าไปบังคับคนอะไรต่าง ๆ ไม่ใช่เลย

                "กฎหมายมีไว้ปกป้องพระองค์ท่าน เท่านั้นเอง เพราะพระองค์ท่านไม่สามารถดูแลพระองค์เองได้ ท่านมาตอบโต้ มาชี้แจง มาอธิบายใครไม่ได้ แต่เราต้องมองถึง ทำอะไรดี อดีตไม่ใช่แค่สมัยนี้นะครับ ตั้งแต่อดีตที่ผ่านมาเมื่อเรายังไม่เป็นประเทศ เป็นอาณาจักรต่าง ๆ เหล่านั้น จนกระทั่งเป็นประเทศมาเมื่อ 200 กว่าปี เพราะฉะนั้นเราต้องดูย้อนกลับไป อย่าเพิ่งไปตัดสิน อย่างเพิ่งไปลงความเห็นว่าใช่หรือไม่ตามที่คนเขามาชี้นำต้องไปดูเขาชี้นำ เพราะอะไรเพื่ออะไร วันนี้ประเทศไทยเข้มแข็งได้อยู่ 2 อย่าง  1.สถาบันพระมหากษัตริย์ 2. คือความมั่นคงซึ่งต่างประเทศอาจจะมีไม่เท่าเราตรงนี้แต่เขาพัฒนาก็ต้องไปทั้ง 2 -3 อย่างด้วยกันในเรื่องของสถาบัน เรื่องของความมั่นคง เรื่องของการพัฒนาประเทศ ต้องไปด้วยกันทั้งหมด เพราะเราเป็นคนไทย อย่าไปเอาของตะวันตกมาทั้งหมด ผมเคยพูดไปแล้วว่าอย่าทำลาย อย่าสร้างบ้านเมืองใหม่โดยที่ต้องทำลายของเก่าทิ้งทั้งหมด " พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

                "วันนี้ต้องดูที่ว่า วันนี้ที่คนเขามาเที่ยวบ้านเราเพราะของเก่า สมัยนี้สร้างอะไรไว้บ้างที่ให้คนเขามาดูเป็นเรื่องเป็นราว ไม่ค่อยมีนะ ส่วนใหญ่เขามาเที่ยวโบราณสถาน พระราชวัง นั้นคือสิ่งที่สถาบันพระมหากษัตริย์ทำไว้ให้ คิดตรงนี้แล้วกันอย่านำท่านลงมาเลย อย่ามาทะเลาะเบาะแว้งกัน นำท่านลงมาเกี่ยวข้องไม่ได้ ผมคงไม่ยอมนะ เราต้องกลับมาดูตนเอง ก่อนจะโทษใครก็ตาม  ผมไม่อยากให้โทษกันแล้ว เพราะเฉพาะฉะนั้น ต้องมาดูแลตนเองที่เรามีรายได้น้อย เรามีความขยันเพียงพอหรือยัง พัฒนาตนเองหรือยัง หรือจะทำเพียงแค่พอกินพออยู่ไปวัน ๆ เลี้ยงลูกเลี้ยงครอบครัวไปวัน ๆ มีรายได้วันละไม่กี่ร้อยแล้วจะพัฒนาไปได้อย่างไร  ไม่ใช่อยู่ได้ก็โอเค แต่ท่านต้องให้ลูกหลานเขาพัฒนากว่าท่าน  อย่าให้เขาต้องมาทำอะไรที่รายได้น้อยเหมือนท่าน เขาจะทำได้อย่างไร เขาต้องเรียนรู้ ต้องศึกษา ให้เขาเรียนหนังสือมาก ๆ  ถ้าไม่เรียนหนังสือมาก ๆ  ก็คิดไม่ได้  คิดไม่ได้ก็พัฒนาไม่ได้ เป็นเรื่องธรรมดา  เพราะฉะนั้นถ้าใครคิดว่าเราจะรวยขึ้นมาเร็วขึ้น ไปทำสิ่งผิดกฎหมาย ไปติดยา ค้ายาเสพติด ชีวิตมันก็พังทลายยิ่งกว่าเดิมอีก ยิ่งกว่ายากจนเหมือนเดิมอีก ไปติดคุกอีก ติดคุกออกมาก็ต้องวนกลับไปใหม่  เป็นอย่าง