ข่าว

'วิชา'จวกอสส.อ้างหลักฐานไม่เพียงพอ

'วิชา'จวกอสส.อ้างหลักฐานไม่เพียงพอ

05 ก.ย. 2557

'วิชา'จวกอสส.อ้างหลักฐานไม่เพียงพอ โต้PERCปัดเป็นต้นเหตุให้'ปู'พ้นนายกฯ ขณะที่ป.ป.ช.มีมติแจ้งข้อกล่าวหาเลขาฯบุญทรงคดีจำนำข้าว

           
               เมื่อเวลา 17.30 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สนามบินน้ำ จ.นนทบุรี นายวิชา มหาคุณ กรรมการและโฆษกป.ป.ช. ในฐานะกรรมการผู้รับผิดชอบสำนวนไต่สวนโครงการรับจำนำข้าวของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี แถลงถึงกรณีอัยการสูงสุด (อสส.) ยังสั่งไม่ฟ้องคดีรับจำนำข้าว และมีคำสั่งให้ตั้งคณะทำงานร่วมระหว่างอสส.กับป.ป.ช.เพื่อพิจารณาหาพยานหลักฐานเพิ่มเติมว่า ป.ป.ช.ไม่รู้สึกแปลกใจเรื่องที่อสส.ระบุว่า พยานหลักฐานยังไม่เพียงพอหรืออะไรต่างๆ เพราะท่านยังไม่เห็นข้อมูลที่อยู่ในมือของเราในการเชื่อมโยงให้เห็นความชัดเจน อย่างไรก็ตาม เรารู้สึกเห็นใจท่านอสส. เพราะขณะนี้สถานะท่านง่อนแง่นมาก จะเห็นได้เลยว่า ท่านอสส.คนก่อนก็ถูกปลดกลางอากาศทางโทรทัศน์ ตอนเวลา 2 ทุ่ม อย่างนี้น่าเห็นใจหรือไม่ ดังนั้น อย่าไปรุกเร้าท่านอสส.มากเลย เพราะน่าเห็นใจจริงๆ ความจำเป็น จำใจ หรืออะไรต่ออะไรที่เกิดขึ้นนั้น เราในฐานะที่เป็นองค์กรในกระบวนการยุติธรรมด้วยก็ต้องขอแสดงมุทิตาจิต อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่า ป.ป.ช.ไม่ได้ส่งหลักฐานอ่อนไปให้อสส.

               นายวิชา กล่าวว่า กรณีอสส.แถลงข่าวเรื่องข้อไม่สมบูรณ์ในพยานหลักฐานคดีน.ส.ยิ่งลักษณ์ใน 3 ประเด็นคือ 1.นายกฯมีอำนาจยับยั้งโครงการที่เป็นนโยบายของรัฐบาลที่แถลงต่อรัฐสภาแล้วหรือไม่นั้น เป็นเรื่องที่เก่ามากแล้ว และหลักฐานมีครบถ้วน แต่คงจะคุยกันรู้เรื่องในคณะทำงานร่วม แต่สำหรับประเด็นนี้ทนายความของน.ส.ยิ่งลักษณ์ เคยเสนอแล้ว 2.ที่อสส.ตั้งข้อสังเกตว่า รวบรวมพยานหลักฐานครบถ้วนหรือไม่อย่างไรนั้น เราได้มีการสอบพยานจนครบถ้วนแล้ว และทนายความของน.ส.ยิ่งลักษณ์ก็ได้เสนอให้สอบเพิ่ม แต่ป.ป.ช.มีความเห็นไปแล้วว่า เมื่อเสนอมาก็รับไว้ แต่พิจารณาเห็นว่าไม่เกี่ยวข้องเพียงพอที่จะต้องสอบพยานเพิ่มแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม ขณะนี้เรายังไม่ได้รับข้อมูลจากอสส.อย่างเป็นทางการ แต่เป็นการออกมาตอบโต้หลังจากอสส.แถลงข่าวผ่านสื่อเท่านั้น ซึ่งเราคงต้องรอให้อสส.ส่งมาอย่างเป็นทางการอีกที แต่อยากเรียนว่าถ้าอสส.ได้เห็นหลักฐานที่จะส่งตามไปอีกนี้ ท่านอาจไม่ทำคดีต่อ แต่เป็นลมล้มคว่ำไปเอง เพราะมันเหลือกำลังรับจริงๆ เพราะประเทศนี้เมืองนี้มันสุดยอดแล้ว

               นายวิชา กล่าวต่อว่า  และ 3.สำหรับงานวิจัยโครงการรับจำนำข้าวของทีดีอาร์ไอนั้น ความจริงมีอยู่ในพยานหลักฐานที่มาเบิกความกันไว้หมดแล้ว และอสส.เป็นหน่วยงานที่อยู่ในกระบวนการยุติธรรมด้วยกัน หากสงสัยอะไร เราเคยมีข้อตกลงกันว่าถ้ามีข้อมูลอะไรยังไม่ครบถ้วนก็ขอมาได้ ไม่จำเป็นต้องมาตั้งคณะทำงานร่วม แต่ด้วยความเห็นอกเห็นใจ ทั้งตน นายประสาท พงษ์ศิวาภัย และกรรมการป.ป.ช. ทุกคน พูดตรงๆ ว่า เราสวดมนต์ทุกวันให้ อสส.อยู่รอดปลอดภัย อย่างไรก็ตาม ถ้าตกลงกันได้อยากให้อสส.ฟ้อง แต่ถ้าไม่ไหวจริงๆ ป.ป.ช.จะต้องดำเนินการเอง เพราะกฎหมายเขียนไว้ชัดเจน

               “แต่ดูจากที่อสส.แถลงข่าว ดูเหมือนจะถอดใจแล้ว แต่ผมคิดว่า ท่านเป็นรุ่นน้องที่ผมเชื่อถือ คงจะไม่ถอดใจง่ายๆ หรอก ดังนั้น ผมจะรอรายละเอียดที่อสส.จะส่งมาให้แล้วตั้งคณะทำงานร่วม ถึงแม้ว่า ป.ป.ช.อยากจะฟ้องร้องเองมากแค่ไหน แต่ก็ต้องใช้วิธีที่จะทำงานให้ราบรื่น” นายวิชา กล่าว

               ผู้สื่อข่าวถามว่า ทำไมป.ป.ช.จึงส่งเอกสารหลักฐานที่เป็นผลวิจัยของทีดีอาร์ไอไปเพียงแค่ปกเท่านั้น นายวิชา กล่าวว่า ป.ป.ช.ได้แจ้งอสส.ไปแล้วว่าหลักฐานมีอยู่ทุกอย่างถ้าต้องการให้มาขอ เพราะส่วนใหญ่เป็นพยานหลักฐานที่เกี่ยวกับการเริ่มต้นสอบ โดยเป็นพยานบุคคลที่ได้ให้ถ้อยคำเอาไว้อย่างครบถ้วน แต่อสส.ไม่ได้ติดต่อมาเลย ทั้งที่เราได้สอบถามไปแล้วว่าเป็นอย่างไรบ้าง ขอบอกว่าเราไม่ได้ตรวจวิทยานิพนธ์ ถ้าอสส.อยากอ่านในรายละเอียดจะเอาไปนอนอ่านเล่นนั้นได้เลย เมื่อถามว่า การส่งไปแต่ปกแสดงว่าป.ป.ช.กลัวว่าเอกสารหลักฐานจะมีจำนวนมากเกินไปหรือไม่ นายวิชา กล่าวว่า ไม่ใช่ไปแต่ปกก่อน แต่แสดงให้เห็นว่ามันเป็นของจริง โดยพยานหลักฐานได้เบิกความเอาไว้ครบถ้วนแล้ว มีรายละเอียดชัดเจนว่าเขาได้ทำการวิจัยไว้อย่างไรบ้าง 

               เมื่อถามว่า การระบุว่าอสส.กำลังง่อนแง่นนั้น เพราะอสส.กำลังถูกแทรกแซงโดยการเมืองใช่หรือไม่ นายวิชา กล่าวว่า ตนไม่ได้ระบุเช่นนั้น แต่บอกเพียงว่ารู้สึกสงสารและเห็นใจอสส.ที่เข้ามาทำงานแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัว คนเดิมไปแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัวเช่นกัน ลองคิดดูอกเขาอกเรา ด้วยความเห็นอกเห็นใจเราต้องหยุดนึกดูถึงสภาพบุคคลที่อยู่ดีๆ คนที่มีหมวกสูงสุดขององค์กรถูกปลดกลางอากาศ แล้วอีกคนหนึ่งเข้ามาแทนก็ยังอยู่ในฐานะที่ไม่แน่นอน ยังไม่รู้ตัวเลย ดังนั้น ต้องเข้าใจและเห็นอกเห็นใจ

 

โต้PERCปัดเป็นต้นเหตุให้"ปู"พ้นนายกฯ


                นายวิชา กล่าวถึงกรณีบริษัทที่ปรึกษาด้านความเสี่ยงทางการเมืองและเศรษฐกิจ (PERC) ได้เผยแพร่บทวิเคราะห์เกี่ยวกับการปฏิบัติงานของสำนักงาน ป.ป.ช.โดยให้คะแนนและมีการจัดอันดับต่ำที่สุดจนไม่มีศักยภาพในการแข่งขันกับหน่วยงานอื่นๆในต่างประเทศ ว่า คงจะมีแต่บริษัทนี้เพียงแห่งเดียวที่ออกมาโจมตีในขณะนี้ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกันกับที่มีคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และมีการกล่าวหาป.ป.ช.ว่าเป็นผู้ที่ทำให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พ้นจากตำแหน่ง ซึ่งไม่ใช่เลย เพราะเหตุที่ทำให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ หลุดจากตำแหน่งเพราะการยึดอำนาจ การควบคุมอำนาจ

               ส่วนที่ PERC บอกว่าป.ป.ช.มุ่งที่จะแก้ไขกฎหมายเพื่อให้เอื้อต่อการทำหน้าที่นั้น นายวิชา กล่าวว่า การแก้ไขกฎหมายของป.ป.ช.ก็เพื่อให้เข้าสู่กระบวนการสากลให้เป็นไปตามอนุสัญญาว่าด้วยการต่อต้านการทุจริต (UNCAC) ซึ่งหากไม่ปรับปรุงกฎหมายฉบับนี้แล้วป.ป.ช.จะสามารถเข้าไปเป็นสมาชิกของอนุสัญญาตามกฏหมายฉบับนี้ได้อย่างไร ในเมื่อจะเข้าเป็นสมาชิกแล้วมันต้องแก้ไข เช่น แก้เรื่องของอายุความที่มีการเสนอขอให้ขยายเพิ่มออกไป หรือไม่ให้มีอายุความในเรื่องของการนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษ

               " รู้สึกว่า PERC จะกลัวเหลือเกินว่าเราจะได้ตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษ เป็นอย่างนั้นหรือเปล่าไม่ทราบ" นายวิชา กล่าว

               นายวิชา กล่าวอีกว่า ข้อกล่าวหาของ PERC ที่ว่า ป.ป.ช.เอาจริงเอาจังกับคดีของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีนั้น เป็นเพราะป.ป.ช.มีการไต่สวนแล้วพบความจริงจึงต้องดำเนินการต่อไป แต่ไม่ได้หมายความว่าป.ป.ช.ละเลยไม่ดำเนินคดีสลายการชุมนุมเมื่อปี 53 และคดีการทุจริตอื่นๆ ทั้งนี้ หากการไต่สวนพบว่า ป.ป.ช.ไม่ให้ความเป็นธรรมหรือมีการเลือกที่รักมักที่ชัง ป.ป.ช.ต้องถูกลงโทษอย่างหนักเป็นสองเท่า ฐานประพฤติมิชอบ ป.ป.ช.จึงต้องระมัดระวังในการดำเนินการและการดำเนินคดีอยู่แล้ว


มีมติแจ้งข้อกล่าวหาเลขาฯบุญทรง

                นายวิชา  แถลงความคืบหน้าการไต่สวนคดีทุจริตซื้อขายข้าวแบบจีทูจีของนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรมว.พาณิชย์ว่า ขณะนี้ป.ป.ช.ได้แจ้งข้อหาเพิ่มเติมแก่พ.ต.วีระวุฒิ วัจนะพุกกะ อดีตเลขานุการนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรมว.พาณิชย์ ซึ่งเป็นผู้กุมความลับกระบวนการจำนำข้าวไว้ทั้งหมด ขณะเดียว  กันป.ป.ช.ได้กันบุคคลจำนวนหนึ่งไว้เป็นพยาน โดยจะไม่ดำเนินการเอาผิด เนื่องจากให้ถ้อยคำที่เป็นประโยชน์ในการพิจารณาคดี ป.ป.ช.จะใช้พยานส่วนนี้เป็นข้อมูลเชื่อมโยงไปเอาผิดกับเจ้าหน้าที่รัฐรายอื่นต่อไป ทั้งนี้ในการไต่สวนคดีจำนำข้าวของนายบุญทรงนั้น ป.ป.ช.ได้รับความร่วมมือจากบริษัท ค้าข้าวนับร้อยบริษัทที่ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ จนได้หลักฐานชัดเจนว่า การทำสัญญาซื้อขายข้าวแบบจีทูจีกับรัฐบาลจีนนั้น ไม่มีการขายข้าวจริง

               นายวิชา กล่าวอีกว่า จากการไต่สวนพบว่า พ.ต.วีระวุฒิได้นัดหมายบริษัทค้าข้าวมาคุย โดยบอกว่า จะช่วยสนับสนุนการขายข้าว แต่ขอให้ผู้ประกอบการสั่งจ่ายแคชเชียร์เช็คการซื้อขายข้าวให้กรมการค้าต่างประเทศในนามของบริษัท ไห่หนาน จำกัด และบริษัท กวางตุ้ง จำกัด ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจของจีน จากนั้นให้นำแคชเชียร์เช็คไปมอบให้เลขานุการรมว.พาณิชย์ หรือนายวิมล รักดี หรือพ.ต.ต.ศราวุฒิ สกลมีฤทธิ์ อดีตผอ.คลังสินค้า ซึ่งข้าวที่ทำสัญญาซื้อขายกับบริษัท ไห่นาน และบริษัท กวางตุ้ง ก็เป็นการขายในราคาต่ำกว่าราคาที่ขายในประเทศ โดยบริษัทค้าข้าวไทยต้องยินยอมสั่งจ่ายแคชเชียร์เช็คในนามของบริษัททั้งสองแห่ง เพื่อนำไปมอบให้กรมการค้าต่างประเทศ เมื่อกรมการค้าต่างประเทศได้รับเช็คในนามของบริษัททั้งสองแห่งแล้ว อคส,และอตก.จะเอาหลักฐานดังกล่าวไปใช้ขนข้าวจากคลังสินค้ากลาง ดังนั้นข้าวที่รัฐบาลไทยขายให้บริษัททั้งสองแห่ง จึงไม่มีการขนออกไปนอกราชอาณาจักรแต่อย่างใด แต่เป็นการสวมรอยว่ามีการซื้อขายแบบจีทูจีโดยแท้จริง ซึ่งป.ป.ช.มีหลักฐานชัดเจน คาดว่าจะสรุปผลได้เสร็จก่อนเดือนก.ย.นี้ ซึ่งอัยการคงไม่ได้แค่ตัวน.ส.ยิ่งลักษณ์ แต่จะมีติดตามมาเป็นขบวนใหญ่ในอนาคต เพราะเรื่องนี้เป็นมหากาพย์