ข่าว

‘ประยุทธ์’ห่วงน้ำท่วมสุโขทัยระทม

‘ประยุทธ์’ห่วงน้ำท่วมสุโขทัยระทม

05 ก.ย. 2557

‘ประยุทธ์’ห่วงน้ำท่วมสุโขทัยระทม สั่งทหารลงพื้นที่ช่วยเหลือปชช. ปภ.เผยภาคเหนืออ่วมน้ำท่วมหนัก

              5ก.ย.2557  พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก ในฐานะทีมโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงสถานการณ์น้ำท่วมในขณะนี้ ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าคสช. ได้สั่งการให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และเจ้าหน้าที่ทหารสนธิกำลัง ร่วมกับจังหวัดสุโขทัยลงพื้นที่กำจัดวัชพืช ผักตบชวา เพื่อเปิดทางน้ำให้มีการระบายน้ำ ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งหัวหน้าคสช.เป็นห่วงปัญหาน้ำท่วมในขณะนี้ที่จังหวัดสุโขทัยเป็นอย่างมาก จึงได้สั่งการให้ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.พาณิชย์ ในฐานะประธานคณะกรรมการกำหนดนโยบายและบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) นำทหารช่างลงพื้นที่จังหวัดสุโขทัยเข้าช่วยเหลือประชาชนแล้ว และให้เตรียมขุดลอก คูคลองวัชพืชในพื้นที่ภาคกลาง อาทิ จังหวัดอ่างทอง พระนครศรีอยุธยา เป็นต้น

 

ปภ.เผยภาคเหนืออ่วมน้ำท่วมหนัก

 

             ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีปภ. กล่าวว่า ตั้งแต่วันที่ 26 ส.ค.57 จนถึงปัจจุบันมีพื้นที่ประสบอุทกภัย 25 จังหวัด ได้แก่ แม่ฮ่องสอน ลำปาง กำแพงเพชร กาฬสินธุ์ บุรีรัมย์ สมุทรปราการ นครศรีธรรมราช เพชรบูรณ์ เลย เชียงใหม่ เชียงราย อุดรธานี อ่างทอง อุตรดิตถ์ หนองคาย มหาสารคาม พิษณุโลก พะเยา นครราชสีมา พิจิตร น่าน สุโขทัย ชัยภูมิ ตาก และนครสวรรค์ รวม 57 อำเภอ 115 ตำบล 417 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 10,092 ครัวเรือน ผู้เสียชีวิต 8 ราย ในจ.กำแพงเพชร แม่ฮ่องสอน เชียงราย จังหวัดละ 2 ราย นครศรีธรรมราช พะเยา จังหวัดละ 1 ราย

             อย่างไรก็ตามขณะนี้สถานการณ์คลี่คลายแล้ว 20 จังหวัด ยังคงมีสถานการณ์อุทกภัย 5 จังหวัด 9 อำเภอ ได้แก่ น่าน สุโขทัย ชัยภูมิ ตาก และนครสวรรค์ ส่วนจ.น่าน น้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมใน 2 อำเภอ 3 ตำบล 16 หมู่บ้าน ได้แก่ อ.นาน้อย และอ.นาหมื่น ระดับน้ำเริ่มลดลง หากไม่มีฝนตกเพิ่มเติม คาดว่า สถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติภายในวันนี้ (5 ก.ย.) ขณะที่สุโขทัย ฝนที่ตกหนักทางภาคเหนือ ทำให้น้ำจำนวนมากไหลลงสู่แม่น้ำยมเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมในพื้นที่ 4 อำเภอ 10 ตำบล ได้แก่ อ.เมืองสุโขทัย อ.ศรีสัชนาลัย อ.ศรีนคร และอ.ทุ่งเสลี่ยม โดยน้ำได้ไหลเข้าท่วมเขตเศรษฐกิจบริเวณเทศบาลเมืองสุโขทัย รวมถึงกระแสน้ำซัดเขื่อนดินกั้นริมแม่น้ำพังเป็นระยะทาง 10 เมตร เบื้องต้นมีบ้านเรือนได้รับผลกระทบ 500 หลัง พื้นที่การเกษตร 2,844 ไร่

             นอกจากนี้จ.ชัยภูมิ น้ำท่วมในอ.หนองบัวระเหว รวม 2 ตำบล โดยลำน้ำที่รับน้ำจากเทือกเขาภูแลนคาเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมตำบลตลาดแร้งและคันดินกั้นน้ำห้วยลำเชียงพัง ทำให้น้ำไหลเข้าท่วมต.โคกสะอาด จ.ตากแม่น้ำวังเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่การเกษตรในต.แม่สลิด อ.บ้านตาก ระดับน้ำท่วมสูงขึ้นเนื่องจากมวลน้ำจากจังหวัดลำปางไหลมาสมทบ จ.นครสวรรค์ เกิดน้ำท่วมในอำเภอหนองบัว รวม 2 ตำบล ได้แก่ ต.หนองบัว และต.ธารทหาร บ้านเรือนได้รับผลกระทบ 30 หลังคาเรือน

             “สำนักงานปภ.จังหวัดที่ประสบภัยได้ร่วมกับหน่วยทหารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องระดมสรรพกำลังเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัย พร้อมเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ อีกทั้งตรวจสอบและสำรวจความเสียหาย ซ่อมแซมสาธารณูปโภคให้ใช้งานได้ตามปกติโดยเร็ว ผู้ประสบภัยสามารถแจ้งเหตุและติดต่อขอความช่วยเหลือได้ที่ศูนย์ปภ.จังหวัดสาขาในพื้นที่หรือสายด่วนนิรภัย 1784” อธิบดีปภ. กล่าว

 

กรมชลประทานเผยสถานการณ์น้ำท่วม


             นายสุเทพ น้อยไพโรจน์ รองอธิบดีฝ่ายบำรุงรักษา กรมชลประทาน  เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำยมว่า ขณะนี้ปริมาณน้ำในแม่น้ำยม บริเวณ จ.แพร่ได้เข้าสู่ภาวะปกติแล้ว โดยมีปริมาณน้ำต่ำกว่าตลิ่ง 55 ซม. โดยน้ำที่ผ่าน จ.แพร่มาสมทบที่ อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย สถานีตรวจวัด Y14 วัดได้ 1,334 ลบ.ม./วินาที มากกว่าเมื่อวาน(4ก.ย.) 100 ลบ.ม. ภาคกลางมีอาคารทดน้ำที่เขื่อนเจ้าพระยาในการกระจายและชะลอน้ำให้ไหลลงสู่ กทม.ไม่เร็วเกินไป ทั้งนี้กรมชลประทานได้มีการประกาศเตือนประชาชนที่อยู่อาศัยอยู่บริเวณริมตลิ่งเพื่อให้ประชาชนได้เตรียมการป้องกันและระวัง เก็บข้าวของขึ้นที่สูง และประชาชนที่ทำการเกษตรบริเวณริมแนวตลิ่ง เพื่อให้รีบเก็บเกี่ยวผลผลิต
                              
             รองอธิบดีฝ่ายบำรุงรักษา กรมชลประทาน บอกต่อว่า  เขื่อนที่อยู่ภาคเหนือขึ้นไปมีน้ำน้อยมาก โดยเฉพาะที่บริเวณเขื่อนภูมิพล มีปริมาณน้ำร้อยละ 35 หรือ 4,721 ล้านลบ.ม. ถือว่าน้อยที่สุดในรอบ 5 ปี  โดยมีการคาดการณ์ว่า ปริมาณน้ำในปีนี้จะมีน้อยกว่าปี 2554 เนื่องจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ เป็นฝนระลอกแรกในจ.สุโขทัย ซึ่งโดยปกติในพื้นที่นี้กรมชลประทานจะสร้างประตู ซึ่งสามารถช่วยชะลอน้ำได้ระดับหนึ่ง  ส่วนสถานการณ์แล้งนั้น กรมชลประทานมั่นใจว่า ปริมาณน้ำจะเพียงพอต่อการอุปโภคบริโภคและระบยนิเวศน์ แต่ส่วนหนึ่งต้องเก็บไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้งต่อฤดูฝน จึงอาจจะทำให้การจัดสรรน้ำไปเพื่อทำเกษตรกรรมน้อยลง
                               
             ขณะที่ ศูนย์ประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำ กรมชลประทาน รายงานสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ ที่เป็นแหล่งน้ำต้นทุนของลุ่มน้ำเจ้าพระยา ล่าสุด(5 ก.ย. 57) ที่เขื่อนภูมิพล จ.ตาก มีปริมาณน้ำ 4,721 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 35 ของความจุอ่างฯ มีปริมาณน้ำใช้การได้ 921 ล้านลูกบาศก์เมตร เขื่อนสิริกิติ์ จ.อุตรดิตถ์ มีปริมาณน้ำ 4,650 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 49 ของความจุอ่างฯ มีปริมาณน้ำใช้การได้ 1,800 ล้านลูกบาศก์เมตร เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน จ.พิษณุโลก มีปริมาณน้ำ 438 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 47 ของความจุอ่างฯ มีปริมาณน้ำใช้การได้ 395 ล้านลูกบาศก์เมตร เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จ.ลพบุรี  มีปริมาณน้ำ 364 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 38  ของความจุอ่างฯ มีปริมาณน้ำใช้การได้ 361 ล้านลูกบาศก์เมตร ยังสามารถรับน้ำรวมกันได้อีกกว่า 14,000 ล้านลูกบาศก์เมตร
                              
             สภาพน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา(5 ก.ย.) สถานี C.2 อ.เมืองนครสวรรค์ มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 1,112 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ระดับน้ำต่ำกว่าตลิ่งประมาณ 4.80 เมตร สถานี C.13 เขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 889 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ระดับน้ำด้านท้ายเขื่อน ต่ำกว่าตลิ่งประมาณ 5.29 เมตร และที่อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา มีปริมาณน้ำไหลผ่านประมาณ 864 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ระดับน้ำต่ำกว่าตลิ่ง ประมาณ 2.40 เมตร

 

แม่ทัพภาค1ติดตามสถานการณ์น้ำหลากกรุงเก่า


             พล.ท.ธีรชัย นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 1 ได้เดินทางมาที่วัดบันไดช้าง ต.หัวเวียง อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำท่วมจากแม่น้ำน้อย  ที่ล้นตลิ่งในพื้นที่ ต.หัวเวียง และ ต.บ้านกระทุ่ม  โดยนายธีรพล ศิรินานุวัฒน์ นายอำเภอเสนา รายงานว่า  อำเภอเสนา มีพื้นที่ 4 ตำบล คือ ตำบลหัวเวียง ตำบลบ้านกระทุ่ม ตำบลบ้านโพธิ์ และตำบลบ้านแพน ที่ผ่านมาพื้นที่ดังกล่าว ถูกน้ำท่วมเป็นประจำ เนื่องจากเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำอยู่ติดแม่น้ำน้อย  ขณะนี้บ้านเรือนริมฝั่งรวม 100 หลังคาเรือน ได้รับผลกระทบ

             ในช่วงที่เขื่อนเจ้าพระยาระบายน้ำลงแม่น้ำเจ้าพระยา และแม่น้ำน้อยคาดว่าชุมชนที่อยู่ริมฝั่งแม่น้ำน้อยของ 4 ตำบล จะได้รับผลกระทบเป็นวงกว้างในสัปดาห์หน้า เพราะทั้งสองแม่น้ำมีคลองโผงเผงเชื่อมจากแม่น้ำเจ้าพระยามาออกแม่น้ำน้อยที่ตำบลหัวเวียง

             พล.ท.ธีรชัย กล่าวว่า  ได้สั่งการให้กำลังทหารที่ดูแลรับผิดชอบในพื้นที่เร่งติดตามสถานการณ์ เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชน สำหรับจังหวัดพระนครศรีอยุธยา  เป็นภารกิจของ กรมทหารม้าที่ 5 รักษาพระองค์ ที่จะเข้ามารับผิดชอบ 16 อำเภอ ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งแต่ละอำเภอจะมีกำลังพล150 นายคอยให้ความช่วยเหลือหากเกิดสถานการณ์น้ำท่วม โดยเข้าไปสนับสนุน

             ขณะเดียวกันแต่ละอำเภอ จะมีกองร้อยที่รับผิดชอบทั้งหมด 8 กองร้อย 1 ถึง 2 อำเภอจะมี1 กองร้อยที่รับผิชอบบรรเทาสาธารณภัย ซึ่งเมื่อเกิดสถานการณ์น้ำท่วมหรือภัยต่างๆ ขึ้นมา จะนำกำลังกองร้อยบรรเทาสาธารณภัยออกมาช่วยประชาชน โดย 1 กองร้อยจะจัดกำลังพล 150 นาย จะมียุทโธปกรณ์ รถยกสูง
เสื้อชูชีพ และเรือ สามารถช่วยเหลือชาวบ้านได้ระดับหนึ่ง                      

 

น้ำโขงสูงขึ้นเร่งสูบน้ำรอบตัวเมืองหนองคาย


             ระดับน้ำโขงที่จังหวัดหนองคาย เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดวันนี้(5 กันยายน 2557) ที่ส่วนอุทกวิทยาหนองคาย  มีระดับวัดได้ 10.04 เมตร เพิ่มขึ้นจากเมื่อวานนี้ 6 ซม. ต่ำกว่าตลิ่งเพียง 2.16 เมตรเท่านั้น ซึ่งถือว่าใกล้ระดับที่วิกฤติ และต้องมีการติดตามอย่างใกล้ชิด เมื่อถึงระดับ 11.40 เมตร จะมีการปิดประตูระบายน้ำทั้งหมด พร้อมกับจะมีการแจ้งเตือนประชาชนที่มีบ้านเรือนอยู่ริมแม่น้ำโขง และจะมีการเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง  เนื่องจากมีฝนตกอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดมีน้ำท่วมขังถนนบางสายรอบนอกตัวเมือง แต่อยู่ในเขตเทศบาลเมืองหนองคาย 

             โดยเฉพาะที่ชุมชนดอนโพธิ์ ทั้งดอนโพธิ์ซอย 1 น้ำยังคงท่วมสูงประมาณ 40 - 50 ซม. รถไม่สามารถสัญจรไปมาได้ น้ำจำนวนนี้จะไหลไปรวมกันที่ทางระบายน้ำหลักชุมชนวัดธาตุ  ทางเทศบาลได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำรวม 3 เครื่อง เพื่อเร่งสูบน้ำที่ไหลมารวมกันที่ทางระบายน้ำหลักชุมชนวัดธาตุ ตลอด 24 ชั่วโมง  ส่วนในตัวเมืองหนองคาย ซึ่งเป็นย่านเศรษฐกิจสำคัญยังไม่ได้รับผลกระทบใด ๆ

 

เขื่อนพิมายเร่งเปิดประตูระบายน้ำเพิ่ม


             หลายพื้นที่ของจังหวัดนครราชสีมา มีปริมาณฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ปริมาณน้ำจำนวนมากได้ไหลรวมกันลงสู่ในพื้นที่อำเภอพิมาย ซึ่งเป็นพื้นที่ที่รองรับน้ำสุดท้ายก่อนที่จะระบายลงสู่ลำน้ำมูล ส่งผลให้ปริมาณน้ำที่หน้าโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาทุ่งสัมฤทธิ์ (เขื่อนระบายน้ำพิมาย) มีระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วจะล้นทางน้ำล้นออกมา

             ล่าสุด วันที่ 5 ก.ย.เจ้าหน้าที่โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาทุ่งสัมฤทธิ์ ต้องทำการเปิดประตูระบายน้ำ ที่ระบายลงสู่ท้ายเขื่อน จำนวน 2 บาน สูง 50 เซนติเมตร มีปริมาณน้ำไหลผ่านเฉลี่ยอยู่ที่วันละ 1 ล้าน 7 แสนลูกบาศก์เมตร เพิ่มขึ้นจากเมื่อวันที่ผ่านมา ที่ได้เปิดประตูระบายน้ำลงสู่คลองส่งน้ำ และลงสู่ลำน้ำเค็ม รวมจำนวน 5 บาน ทั้งนี้ก็เพื่อต้องเร่งระบายปริมาณน้ำเหนือเขื่อน เพื่อรองรับปริมาณจากพื้นที่ต่างๆของจังหวัดนครราชสีมา ที่ยังไหลมาสมทบในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง รวมมีปริมาณน้ำที่ไหลผ่านประตูระบายน้ำทั้ง 7 บาน มีปริมาณเฉลี่ยอยู่ที่วันละ 4 ล้านลูกบาศก์เมตร แต่อย่างไรก็ตามทางโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาทุ่งสัมฤทธิ์ ได้มีการแจ้งให้ประชาชนในพื้นที่ท้ายเขื่อนให้มีการติดตามสถานการณ์ปริมาณน้ำอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งให้เจ้าหน้าที่ติดตามปริมาณน้ำในพื้นที่ท้ายเขื่อน ซึ่งหากพบว่าปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วก็จะทำการลดระดับบานประตูระบายน้ำ เพื่อป้องกันไม่ให้ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณท้ายเขื่อนได้รับความเดือดร้อนจากน้ำล้นตลิ่ง