
ยกคำร้อง!'สุขุมพันธุ์'นั่งผู้ว่าฯต่อ
05 ก.ย. 2557
'สุขุมพันธุ์' นั่งผู้ว่าฯกทม.ต่อ หลังศาลอุทธรณ์ ยกคำร้องไม่ต้องเลือกตั้งใหม่ ชี้ กกต.ระบุยังฟังไม่ได้เนื้อหาปราศรัย 'สุเทพ' ให้ร้ายคู่แข่งจนลต.ไม่สุจริต
5 ก.ย. 57 เมื่อเวลา 09.40 น. ที่ศาลอุทธรณ์แผนกคดีเลือกตั้ง ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดฟังคำสั่งคดีหมายเลขดำ 1/2557 ที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยื่นคำร้องขอให้ศาลสั่งจัดเลือกตั้งผู้ว่าราชการ กทม.ใหม่ เนื่องจากมีผู้คัดค้าน ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ที่ได้รับเลือกเป็นผู้ว่าฯ กทม. ในการเลือกตั้ง 3 มี.ค. 56 ซึ่ง กกต.ได้วินิจฉัย และมีมติ 3 ต่อ 2 เสียง เห็นควรให้จัดการเลือกตั้งใหม่ (ใบเหลือง) เนื่องจากมีเหตุอันควรเชื่อได้การเลือกตั้งไม่สุจริต เที่ยงธรรม เพราะเหตุนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้สนับสนุน ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ได้กล่าวปราศรัย เมื่อวันที่ 13 และ 25 ก.พ. 56 เวทีหาเสียงวงเวียนใหญ่ และลานคนเมือง เสาชิงช้า กทม. โดยมีข้อความกล่าวโจมตี พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ ผู้สมัครหมายเลข 9 จากพรรคเพื่อไทย คู่แข่ง ทำนองว่า หากเลือก พล.ต.อ.พงศพัศ เป็นผู้ว่าฯ กทม. อาจจะส่งผลให้มีการเปลี่ยนแปลงระบบการปกครองประเทศสู่ระบบสาธารณรัฐที่มีประธานาธิบดีเพียงคนเดียวกุมอำนาจเบ็ดเสร็จ และทำให้ กทม. ซึ่งเป็นเมืองหลวง เป็นบ้านการก่อการร้าย ส่งผลให้ประชาชนผู้มีสิทธิ์ลงคะแนนเข้าใจผิดในตัว พล.ต.อ.พงศพัศ โดยกระทำดังกล่าวเป็นการฝ่าฝืน พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2545 มาตรา 57 (5)
ขณะที่ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ผู้คัดค้านคำร้องของ กกต. และนายสุเทพ พยานฝ่ายผู้คัดค้าน กล่าวปราศรัยทั้ง 2 แห่ง มีผู้เข้าฟังเพียง 3,000 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้สนับสนุน ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ แต่ผลการเลือกตั้งดังกล่าวปรากฏว่า ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ชนะการเลือกตั้งได้รับคะแนน 1,256,349 คะแนน ส่วน พล.ต.อ.พงศพัศ ได้คะแนน 1,077,899 คะแนน ซึ่งห่างกันกว่า 178,900 คะแนน ดังนั้น การปราศรัยของนายสุเทพ จึงไม่มีผลต่อคะแนนนิยมของ พล.ต.อ.พงศพัศ อีกทั้งในการปราศรัยดังกล่าว ไม่ได้มีการถ่ายทอด หรือเผยแพร่ทางหนังสือพิมพ์ การกล่าวก็เป็นข้อเท็จจริงที่ปรากฏในหมู่ประชาชนอยู่แล้ว สืบเนื่องจากการชุมนุมของกลุ่ม นปช. เมื่อปี 2553
โดยศาลอุทธรณ์ ฯ พิจารณาแล้ว คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยใน 3 ประการ คือ 1. มติของ กกต.ที่สั่งสอบเพิ่มเติม เมื่อวันที่ 3 ธ.ค. 56 หลังจากที่คณะอนุกรรมการไต่สวนของ กกต.ได้ไต่สวน และมีความเห็นมาแล้ว และมติของ กกต.ที่ให้ยื่นคำร้องต่อศาลอุทธรณ์ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า ตามกฎหมายให้ กกต. ผู้ร้อง มีอำนาจในการจัดการเลือกตั้ง และสืบสวนสอบสวน หากมีกรณีร้องเรียน ซึ่งผู้มีสิทธิ์ยื่นคำร้อง คือ ผู้ลงสมัครรับเลือกตั้ง และผู้ได้รับการเลือกตั้ง โดย กกต.มีอำนาจในการเรียกพยาน เอกสารจากหน่วยราชการมาประกอบการไต่สวน เพื่อทำการสืบสวนสอบสวนจนได้ข้อยุติ ดังนั้น ผู้ร้องจึงมีอำนาจในการออกมติดังกล่าว
ประเด็นที่ 2 การเลือกตั้งเมื่อวันที่ 3 มี.ค. 56 ไม่เป็นไปด้วยความสุจริต และเที่ยงธรรม สืบเนื่องจากเหตุที่นายสุเทพ กล่าวปราศรัยทำให้ประชาชนเข้าใจผิดต่อคะแนนนิยมของ พล.ต.อ.พงศพัศ อันเป็นการฝ่าฝืน พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นฯ มาตรา 57 (5) หรือไม่ เห็นว่า ในประเด็นดังกล่าวผู้คัดค้านมีหลักฐานเป็นหนังสือพิมพ์หลายฉบับที่ได้พาดหัวข่าว และมีเนื้อหาเกี่ยวกับแนวคิดของกลุ่มคนเสื้อแดงแบ่งแยกประเทศ และกลุ่ม ส.ส.ภาคเหนือ และภาคอีสาน รวมทั้งกลุ่มคนเสื้อแดงสนับสนุน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในการตั้งรัฐไทยใหม่ และ พ.ต.ท.ทักษิณ ยังมีพฤติกรรมจาบจ้วงสถาบัน สอดคล้องเชื่อมโยงกับข้อเท็จจริงที่นายสุเทพ ได้กล่าวปราศรัย อีกทั้งยังฟังได้ว่าขณะที่นายสุเทพ ดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ในสมัยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี ก็ได้ทราบข้อมูลตามที่นายสุเทพ กล่าวปราศรัยไว้จริง
ขณะเดียวกัน ไม่ปรากฏว่าบุคคลที่เป็นข่าว ได้ยื่นฟ้องสื่อมวลชนที่นำเสนอข่าวลักษณะการติดตามข้อเท็จจริงให้กับสาธารณชนทราบ ซึ่งแม้ข่าวอาจเป็นการโต้แย้ง แต่ก็ยังไม่ปรากฏว่าได้มีการพิสูจน์ว่าเรื่องดังกล่าวไม่ถูกต้อง หรือเป็นเท็จ การกระทำของนายสุเทพ จึงเป็นการนำข้อเท็จจริง ซึ่งสังคมไทยทั่วไปรับรู้อยู่แล้วมาปราศรัยอีกครั้ง และข้อเท็จจริงยังปรากฏอีกว่า นายสุเทพ ไม่ได้ถูกดำเนินคดีอาญา กรณีจึงไม่มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าการกล่าวปราศรัยเป็นการหลอกลวงให้ร้ายที่ฝ่าฝืนตาม พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นฯ มาตรา 57 (5) และ 118
สำหรับประเด็นที่ 3 การกระทำของนายสุเทพ ที่ กกต.ผู้ร้อง อ้างว่า เป็นการกระทำที่ไม่สุจริต เกี่ยวกับ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ผู้คัดค้าน หรือเป็นเหตุให้ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ผู้คัดค้านได้รับเลือกตั้งหรือไม่ เมื่อพิจารณาถึงคำปราศรัยทั้งหมดของนายสุเทพ ก็ได้อ้างอิงถึงคำปราศรัยของนางธิดา ถาวรเศรษฐ์ ประธาน นปช.ที่เคยกล่าวถึงการชุมนุมในพื้นที่ กทม. และวิธีการ แนวคิดของกลุ่ม นปช. โดยที่ไม่ปรากฏว่าได้กล่าวถึง พล.ต.อ.พงศพัศ ที่จะทำให้ประชาชนทั่วไปเข้าใจได้ว่าเกี่ยวข้องกับการก่อการร้าย
ส่วนที่นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความที่ร้องเรียนเรื่องนี้ต่อ กกต.ระบุว่า การชุมนุมของ นปช.เป็นไปโดยสงบและสิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญนั้น ยังปรากฏว่าข้อเท็จจริงตามรายละเอียดคำพิพากษาศาลแพ่ง คดีการชุมนุมของกลุ่ม นปช.ระหว่างนายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำ นปช.ขณะนั้น เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กับพวกเมื่อปี 2553 ที่ได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินใน กทม. ศาลแพ่งก็ได้มีคำวินิจฉัยว่า การชุมนุมของกลุ่ม นปช.จำกัดสิทธิเสรีภาพของประชาชนในการใช้เส้นทางจราจร พยานหลักฐานในชั้นไต่สวนนี้ จึงยังไม่พอฟังได้ว่า การกล่าวปราศรัยของนายสุเทพ เป็นการจูงใจ หรือหลอกลวงประชาชนให้เข้าใจผิดในตัว พล.ต.อ.พงศพัศ ที่จะเป็นเหตุให้ประชาชนผู้มีสิทธิ์มาลงคะแนนเสียงให้กับ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กรณีจึงยังไม่มีเหตุให้เลือกตั้งผู้ว่าราชการ กทม.ใหม่ ตามคำร้อง ดังนั้นมีคำสั่งให้ยกคำร้องของ กกต.
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ในวันนี้ฝ่าย กกต.ผู้ร้องได้ส่งผู้แทนมาฟังคำสั่ง ขณะที่ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ผู้คัดค้าน ได้เดินทางมาฟังคำสั่งด้วยตัวเอง พร้อมด้วยภรรยา และมารดา และคณะรองผู้ว่า ฯ กทม. อาทิ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ที่ปรึกษาผู้ว่าฯ กทม. พร้อมทีมอดีต ส.ส.ปชป.จำนวนมาก อาทิ นายไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี นายวิรัตน์ กัลยาศิริ
ส่วนนายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความผู้ยื่นคำร้องคัดค้านผลการเลือกตั้ง ไม่ได้เดินทางมาแต่อย่างใด ขณะเดียวกันมีมวลชนจำนวนหนึ่ง มามอบดอกกุหลาบแดงให้กำลังใจ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ด้วย
โดยการอ่านคำสั่ง ศาลให้คู่ความทั้ง 2 ฝ่าย รวมทั้งผู้ที่มาให้กำลังใจ และผู้ที่อยู่ในห้องพิจารณาคดีกว่า 100 คน ยืนฟังคำสั่งตลอดการพิจารณา ซึ่งคำวินิจฉัยของศาลมีความละเอียด ใช้เวลาอ่านต่อเนื่องนานถึงประมาณ 5 ชั่วโมง จึงเสร็จสิ้น
ทั้งนี้ภายหลังศาลอ่านคำสั่งยกคำร้อง กกต.แล้ว ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ได้เข้าสวมกอดแสดงความยินดีกับมารดาและทีมรองผู้ว่าฯ โดยมีสีหน้ายิ้มแย้มดีใจ ซึ่งผู้ที่เดินทางมาให้กำลังใจต่างปรบมือพร้อมส่งเสียงเฮยินดี
ด้าน ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวว่า หลังจากนี้ตนสามารถกลับไปปฏิบัติหน้าที่ได้ ซึ่งจะกลับไปทำงานในฐานะผู้ว่า ฯ กทม.ทันที และจะทำงานให้หนักกว่าเก่า ขณะนี้มีสิ่งที่เป็นห่วงอยู่ 2 เรื่อง คือ ปริมาณฝน และโรคระบาดหลายโรคที่เราต้องให้ความสำคัญ โดยวันพรุ่งนี้ (6 ก.ย.) ตนจะเดินทางไปยังสำนักงานระบายน้ำเป็นอันดับแรก เพื่อตรวจความเตรียมพร้อมในการรับมือฤดูฝนที่ยังเหลืออยู่ และต้นสัปดาห์หน้า ตนจะเดินทางไปยังสำนักอนามัยดูแลโรคระบาดอีกด้วย
เมื่อถามว่า การวินิจฉัยที่ กกต.แจกใบเหลือง ถือว่าเป็นการสูญเสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์หรือไม่ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวว่า เวลาที่เสียไปนั้น ตนไม่ขอพูดถึง ขอให้พูดเฉพาะเรื่องอนาคตอย่างเดียว โดย กกต.ก็ทำหน้าที่ของ กกต. ศาลก็ทำหน้าที่ของศาล ทีมงานของตน และข้าราชการ กทม.ต่างก็ทำหน้าที่ของตัวเอง
"ขออย่าพูดถึงเรื่องการเสียเวลา แต่ขอให้มองข้างหน้าดีกว่า โดย กทม.จะร่วมมือกับรัฐบาลในการดูแลผลประโยชน์ของพี่น้องชาว กทม. เพื่อให้เป็นมหานครที่น่าอยู่อย่างยั่งยืนต่อไป"
เมื่อถามถึงปัญหาการจัดซื้อรถและเรือดับเพลิง มีความคืบหน้าการจัดการอย่างไรบ้าง ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวว่า ขณะนี้ยังเป็นคดีอยู่ คงไม่สามารถให้รายละเอียดได้ เพราะอยู่ในกระบวนการพิจารณาของคณะอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศ
ด้านนายสวัสดิ์ เจริญผล ทีมทนายความของ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวว่า คดีนี้ศาลอุทธรณ์แผนกคดีเลือกตั้งมีคำสั่งให้ยกฟ้อง จึงถือว่าคดีถึงที่สิ้นสุดแล้ว เพราะเป็นเพียงศาลเดียว และไม่สามารถยื่นฎีกาได้อีก สำหรับผลของคำพิพากษานั้น ก็เป็นไปในแนวทางเดียวกับการต่อสู้คดีของทีมทนายความ ซึ่งเราได้เสนอข้อเท็จจริง และพยานหลักฐานต่างๆ ให้กับศาลอย่างเต็มที่ โดยหลังจากนี้ ศาลจะมีหนังสือแจ้งคำสั่งส่งกลับไปยัง กทม. ว่าศาลอุทธรณ์มีคำสั่งดังกล่าว ซึ่งทำให้ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ยังสามารถปฏิบัติหน้าที่ในฐานะผู้ว่าฯกทม.ได้ตามปกติต่อไป
ด้านนายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความของ พล.ต.อ.พงศพัศ ผู้ลงสมัครผู้ว่าฯกทม. ซึ่งเป็นผู้ยื่นคำร้องต่อ กกต. กล่าวว่า ตนตั้งข้อสังเกตว่า การที่นายสุเทพ นำเรื่องเกี่ยวกับการชุมนุมของ นปช.มาปราศรัยแล้ว ถ้าแม้ศาลจะมองว่าเป็นการนำข้อเท็จจริง ซึ่งสังคมทั่วไปรับรู้กันอยู่แล้วจากสื่อมวลชน แต่ก็น่าสังเกตุว่า นอกจากนายสุเทพ ที่ได้ขึ้นเวทีปราศรัย บุคคลที่ในพรรคปชป.ก็ยังออกมากล่าวถึงเรื่องเดียวกันนี้ด้วย ทั้งนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และนายศิริโชค โสภา ดังนั้นอาจจะสะท้อนให้เห็นว่า คนที่เกี่ยวข้องกับพรรคประชาธิปปัตย์ในขณะนั้น ได้นำข้อเท็จจริงเรื่องการชุมนุมของ นปช.มาพูดในช่วงที่มีการหาเสียงเลือกตั้งผู้ว่า ฯ กทม. ย่อมจะขัดกับเจตนารมณ์ของกฎหมายการเลือกตั้ง ที่จะให้ผู้สมัครได้ปราศรัยหาเสียงเกี่ยวกับนโยบายในการบริหาร กทม. เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์สูงสุดมากกว่าหรือไม่ ซึ่งตนก็ยังมองว่า ข้อเท็จจริงจากการปราศรัยดังกล่าวนั้น เสมือนเป็นการให้ร้ายที่มีผลต่อคะแนนเสียงของผู้สมัครพรรคเพื่อไทย และตนยังตั้งข้อสังเกตอีกว่า แม้เรื่องใดๆ จะมีข้อเท็จจริงเกิดขึ้น แต่เรื่องดังกล่าวก็ไม่ใช่ประเด็นเกี่ยวกับการเลือกตั้ง แต่เป็นเรื่องที่พูดถึงการชุมนุมของ นปช.ที่ใช้สิทธิและเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ ขณะที่ข้อเท็จจริงบางอย่างที่นายสุเทพ ได้มีการปราศรัยนั้น ยังไม่มีการพิสูจน์ข้อเท็จจริงอย่างชัดแจ้ง ดังนั้นยังเป็นเรื่องที่เข้าลักษณะของการหมิ่นประมาทบุคคลอื่นด้วย ซึ่งไม่อาจที่จะนำข้อเท็จจริงนั้นมาพิจารณาตามเจตนารมณ์ของกฎหมายการจัดการเลือกตั้งได้ และในชั้นวินิจฉัย กกต. นายสมชัย ศรีสุทธิยากร หนึ่งใน กกต. เคยให้สัมภาษณ์ว่า การปราศรัยหาเสียงที่จะมุ่งเน้นให้ผู้สมัครแข่งขันในเรื่องของนโยบายที่จะบริหาร กทม.มากกว่า แต่อย่างไรก็ดี เมื่อศาลวินิจฉัยออกมาเช่นนี้ ก็ถือว่าผลเป็นที่สิ้นสุดแล้ว
เหมาร้านข้าวมันไก่ ก๋วยเตี๋ยวต้มยำ ฉลองหลุดคดี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังที่ศาลอุทธรณ์ ได้ยกคำร้องคดีที่คณะกรรมการการเลือกตั้งให้ใบเหลือง ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ โดยภายหลังฟังคำสั่งตัดสินคดีเสร็จสิ้น ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ได้เดินทางออกจากสำนักงานศาลอุทธรณ์ เพื่อมายังวังสวนผักกาด เขตพญาไท ในทันที เพื่อร่วมรับประทานอาหารกับคณะผู้บริหาร กทม.ฝ่ายการเมือง และผู้บริหารข้าราชการฝ่ายประจำ พร้อมบุคคลที่ใกล้ชิด ซึ่งอาหารที่รับประทานมีเมนูเป็นข้าวมันไก่ และก๋วยเตี๋ยวต้มยำ ที่ได้มีการเหมาร้านมา โดยระหว่างรับประทานอาหาร มีบุคคลที่ใกล้ชิดเดินทางเข้ามาแสดงความยินดีกับ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ อย่างต่อเนื่อง โดยมีรายงานว่าในวันพรุ่งนี้ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ จะเริ่มปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งผู้ว่าฯกทม.ต่อในทันที โดยจะมีการประชุมหารือเรื่องสถานการณ์น้ำ และอาจจะมีการลงพื้นที่ด้วย
กกต.น้อมรับคำสั่งศาลยกคำร้องใบเหลือง 'สุขุมพันธุ์'
นายวีระ ยี่แพร ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร (ผอ.กต.กทม.) กล่าวถึงกรณีที่ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยกคำร้องมติคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้ใบเหลือง ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ว่า ตามกฎหมายแล้ว พอศาลมีคำสั่งยกคำร้อง ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ก็สามารถกลับมาปฏิบัติหน้าที่ผู้ว่าราชการกทม.ได้ทันที และคำสั่งนี้ถือเป็นที่สิ้นสุดแล้ว เนื่องจากมติของ กกต.เป็นมติที่ออกภายหลังการประกาศรับรองผลการเลือกตั้งไปแล้ว พอมีผู้ยื่นคำร้องคัดค้านการเลือกตั้งเข้ามาที่ กกต. แล้ว กกต.พิจารณาเห็นว่าสมควรสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ กกต.ก็ต้องยื่นสำนวนคดีไปให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาวินิจฉัย ซึ่งถือเป็นการพิจารณาในศาลเดียว และจะไม่สามารถยื่นอุทธรณ์คำสั่งได้อีก แต่ถ้า กกต.มีมติสั่งให้เลือกตั้งใหม่ก่อนที่จะประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง กกต.ก็สามารถดำเนินการสั่งให้เลือกตั้งใหม่ได้เลย แต่ตามปกติจะไม่ค่อยมีกรณีลักษณะนี้ เพราะ กกต.ต้องประกาศรับรองผลการเลือกตั้งภายใน 30 วัน นับแต่วันเลือกตั้ง ซึ่งเวลาแค่ 30 วัน ไม่เพียงพอที่จะพิจารณาสำนวนคำร้องคัดค้านต่างๆ ได้ทันเวลา
"การที่ศาลมีความเห็นต่างจากมติของ กกต.นั้น ไม่ใช่เรื่องผิดปกติ เพราะ กกต.และศาลมีกระบวนการพิจารณาที่แตกต่างกัน โดย กกต.จะพิจารณาจากหลักฐานอันควรจะเชื่อได้ว่ามีมูลเหตุตามคำร้อง แต่ศาลจะมีการพิจารณาประเด็นข้อสงสัยต่างๆ โอกาสที่จะเห็นต่างกันจึงเป็น 50 ต่อ 50 อย่างไรก็ตาม เมื่อ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กลับมาปฏิบัติหน้าที่ผู้ว่าฯกทม.อีกครั้ง วาระการดำรงตำแหน่งก็ให้นับจากวันเลือกตั้ง คือ วันที่ 3 มี.ค. 56"



